บทที่ 6 ตอนที่ 5

กึก.. ร่างสูงโปร่งหยุดชะงักภายในผับ เปาหลับตาลงช้า ๆ เพราะความรู้สึกประหม่า

“ฟู่ว.. ไม่มีอะไรหรอกหน่าไอ้เปา” พึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านในห้องโซนวีไอพี เปายืนนิ่งหน้าประตูเพื่อนทุกคนต่างหันมามองเจ้าของร่างสูงหล่อที่สุดในกลุ่มเป็นตาเดียว

“.......” ความเงียบเหมือนความกดดันที่ทำให้เปามีเหงื่อไหลซึม

“กว่าจะมาไอ้สัตว์! พวกกูคิดถึงจะแย่แถมยังดองแชตอีกนะมึง” กลุ่มเพื่อนสามคนรีบพุ่งเข้ามาหาตัวเปาทันทีด้วยรอยยิ้มพลางดึงเข้าไปปะไหล่กัน เปามีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่คลายความกังวล

“หน้าซึมทำเหี้ยไรไอ้เปา ทนคิดถึงพวกกูมากงั้นสิ ฮ่า ๆ ๆ” แมนหนึ่งในเพื่อนของเปาพูดขึ้น เสียงที่ทุ้มหนักมากกว่าคนอื่นนี่แหละคือเสน่ห์ประจำตัวของมัน

“ไป ๆ ทนคิดถึงไม่ไหวขนาดนี้ต้องแดกเหล้าเท่านั้น” บิ๊ก เพื่อนนักกีฬาตัวเต็งของมหาลัยกอดคอพาร่างสูงโปร่งมานั่งลงที่โซฟาสีแดง ขวดเหล้าสองสามขวดนี้แสดงให้รู้ว่าพวกมันกินกันไปบ้างแล้ว ดวงตาคมหันมองไอ้ไทป์ที่นั่งอยู่ด้านข้างซึ่งมันก็มองเขาอยู่เช่นกัน บรรยากาศปกติแบบนี้เรื่องนั้นคงยังไม่หลุดปาก

เพื่อนของเขาทั้งสามคนต่างเล่าเรื่องที่ตนไปเข้าค่ายบนเขามาอย่างออกรสซึ่งมันทำให้เปายิ้มขึ้นมาได้บ้าง สามคนนี้คือคนสนิทมากที่สุดของเปา นอกนั้นกลุ่มใหญ่ซึ่งเป็นเพียงแค่เพื่อนพูดคุยกันปกติ

เปามองสมาร์ทวอทซ์ในข้อมือของตนแล้วพานนึกถึงมาร์คที่ตอนนี้น่าจะยังอยู่คอนโด การที่อีกคนทุ่มเทกับตนมากขนาดนี้ทำให้เปาหน่วงใจเสมอยามที่ได้เห็นอีกฝ่าย เป็นความทรมานที่พูดไม่ได้

“มึงว่าความรักของชายกับชายมันดีไหมวะ” เปาเผลอโพล่งพึมพำออกมาจนทั้งสามที่กำลังพูดคุยถึงเรื่องราวในค่ายถึงกับชะงัก

“ถามอะไรของมึง” บิ๊กเอ่ยด้วยสีหน้างุนงง

“เปล่า.. กูแค่อยากรู้ พวกมึงชอบไหมวะ”

“เฉย ๆ” แมนตอบแล้วยกเหล้าขึ้นดื่มเหมือนเริ่มสนใจคำถามขึ้นมาแล้ว

“สมมุติถ้ามึงมีเพื่อนเป็นแฟนกับผู้ชาย มึงจะรู้สึกยังไงวะ” เปาถามด้วยท่าทางปกติซึ่งไม่มีพิรุธแม้สักนิดเดียว

“พวกกูเป็นเพื่อนไม่ใช่พ่อใช่แม่ บางทีถ้าเพื่อนคนนั้นมีแฟนเป็นผู้ชายก็ไม่เห็นจะน่ารังเกียจอะไร” ไทป์กล่าวออกมาเรียบ ๆ ทำให้เปารู้สึกเหมือนใจชื้นขึ้นมา

“แต่กูไม่ไหวว่ะ กลัวติดเหลืองฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“เออจริงวันหนึ่งสวนตูดกูขึ้นมาทำไงฮ่า ๆ”

เหมือนคำพูดบางอย่างของเปาจะถูกกลืนลงคอไป ใบหน้าหล่อสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เปาจึงลุกขึ้นมาจากโซฟา

“กูกลับก่อนนะ พอดีลืมว่าซักผ้าไว้” เปาบอกยิ้ม ๆ แล้วเดินออกไป ซึ่งมันทำให้ทุกคนต่างมีความงุนงง ยกเว้นไทป์ที่หันมามองเพื่อนด้วยสายตาเหลือจะเชื่อ

“เป็นอะไรของมันวะ” แมนพูดขณะยกเหล้าเข้าปาก

“ใจแคบยิ่งกว่ารูเล็บตีนอีกนะพวกมึง” ไทป์ส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นเดินตามออกไป

“ไอ้เปา..” เสียงเรียกดังขึ้นมาทางด้านหลัง ร่างสูงโปร่งหยุดการก้าวขาก่อนจะค่อย ๆ หันมามองไอ้ไทป์ที่เรียกเขาไว้

“อืม” ตอบกลับไปทั้ง ๆ ที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก ไทป์ผ่อนลมหายใจก่อนจะเดินเข้าไปแตะไหล่กว้างของเพื่อนสนิท

“มึงอย่าไปใส่ใจกับคำพูดของพวกมันเลย ถ้ามันรู้เหมือนอย่างกูพวกมันคงไม่พูดแบบนี้หรอก เมื่อกี๊คงสนุกปากกันไปเอง” ไทป์เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง หากเขาไม่เห็นสายตาของพี่มาร์คคณะบริหารตอนนั้นคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ สายตาที่รักใคร่และเศร้าหมองยามที่ไอ้เปาเดินหนีออกไปมันแสดงออกได้ชัดแล้วว่าทั้งคู่เป็นอะไรกัน

“เรื่องนั้น...”

“กูยังไม่ได้บอกใคร แล้วก็ไม่คิดจะบอกด้วย ถ้ามึงอยากเปิดเผยมึงควรเป็นคนบอกเอง” ไทป์เอามือลงมาจากบ่ากว้างของเพื่อนสนิท ไอ้เปามันเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด เรียกได้ว่าเป็นเสือเลยก็ได้ แต่การที่มาคบกับพี่มาร์คแบบนี้มันค่อนข้างช็อคพอสมควรสำหรับไทป์ มอง ๆ ดูก็ไม่รู้ว่าใครผัวใครเมีย หากให้เดาคงเป็นไอ้เปาที่เป็นเมียเขามากกว่า ดูรายนั้นมีใครบ้างจะกดได้ง่าย ๆ

“ขอบใจมึงมากนะ เฮ้อ.. กูแค่เครียดเฉย ๆ ว่ะ” เปาก้มหน้าลงมองมือตนเองที่กำลังสั่น

“ไม่ต้องเครียด มึงมีอะไรก็ควรคุยตรง ๆ นะ ถ้าไอ้บิ๊กกับไอ้แมนมันยอมรับมึงไม่ได้ กูจะตีตัวออกมาคบกับมึงสองคนเอง”

“.....”

“ชีวิตมหาลัยเดี๋ยวมันก็จบแล้ว”

“.....”

“มึงลองทบทวนดูว่าอะไรคือความสุขของมึง การที่มีเพื่อนมันไม่ได้การันตีว่ามึงจะมีความสุขเสมอไป” ไทป์พูดจบก็เกิดความเงียบแผ่ซ่านออกมา เปาพยักหน้าช้า ๆ

“อืม.. งั้นกูกลับก่อนนะไทป์” เปายิ้มบางแล้วหันหลังเดินออกไป มีเพียงสายตาของไทป์ที่มองตามอย่างสั่น ๆ ภายในใจก่อนจะค่อย ๆ หันหลังเดินกลับเข้าไปในผับ

ตี้ด... เปาเปิดประตูเข้ามาภายในคอนโด ร่างสูงเหลือบสายตามองห้องมืดที่เหมือนไม่มีคนอยู่ เขาเปิดไฟจนสว่างวาบทั่วห้องแล้วเดินหาใครบางคน ร่างโปร่งมาถึงห้องทำงานด้านล่างก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นไอ้มาร์คกำลังฟุบหลับลงกับโต๊ะทำงาน เปาหยุดยืนที่หน้าโต๊ะมองดูคนหลับอย่างพิจารณา

“มาร์ค.. มาร์ค..” เปาจิ้มไปที่แขนล่ำแล้วเรียกเสียงเบา ปกติแล้วมาร์คเป็นคนตื่นง่ายเสมอแต่พอเปาเห็นใบหน้าอิดโรยก็เดาได้ทันทีว่าอีกคนกำลังเพลียมาก

“ฝืนทำงานทำไมนักหนาวะ” เปาพึมพำทำท่าจะก้มลงหอมแก้มอีกฝ่ายหากไม่เห็นข้อความแจ้งเตือนเข้ามา เปาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์มากดดู รหัสของอีกฝ่ายเป็นวันเกิดของเขาซึ่งมันเดาได้ไม่ยาก อีกอย่างมันไม่ใช่แค่โทรศัพท์รวมไปถึงคอมพิวเตอร์ของไอ้มาร์คและอย่างอื่นอีกก็ล้วนเป็นวันเกิดของเปา

ดวงตาคมมองข้อความในโทรศัพท์ก่อนจะใจหล่นวูบลงมาอยู่ตาตุ่ม

“ไอ้มาร์ค..” พึมพำแล้วมองหน้าอีกคนที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง จำนวนเงินมากมายขนาดนั้นมันจะหามาจากไหน เปาวางโทรศัพท์ลงที่เดิมหัวใจก็พานปวดหนึบ เปาเม้มริมฝีปากยิ่งเห็นหน้าเหนื่อยล้าของมาร์คก็เหมือนตนเองจะเจ็บมากขึ้นกว่าเดิม

ร่างสูงโปร่งก้มลงช้อนขาร่างแกร่งขึ้นมาแนบอก แม้จะยากลำบากแสนเข็ญเพราะไอ้มาร์คตัวใหญ่กว่าเขาแต่ใช่ว่าจะอุ้มไม่ได้ เปากระชับตัวไอ้มาร์คที่หลับลึก อุ้มจนรู้สึกปวดไปทั่วแขน เส้นเลือดปูดนูนขึ้นมาเป็นก้อน ๆ เพราะต้องออกแรงอย่างเต็มที่ เปาอุ้มเจ้าของผมสีควันบุหรี่มาที่โซฟาก่อนจะวางลงเบา ๆ แล้วชักแขนตนมานวดในทันที อุ้มไปบนห้องคงไม่ไหวแน่เพราะต้องขึ้นบันได เปาผละตัวออกมาแล้วเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อหยิบหมอนและผ้าห่มมา

“ค่อย ๆ หนุน” เปาบอกถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่รับรู้ เขามองมาร์คที่พลิกตัวไปอีกทางขณะหลับใหล ร่างโปร่งจึงขยับขึ้นไปด้านบนโซฟาแล้วยกแขนขึ้นกอดเข้าที่ด้านหลัง ใบหน้าคมซบไปกับบ่ากว้างแล้วหลับตามลงไป

ความเย็นชืดบนหน้าผากทำให้เปารู้สึกตัวในยามเช้า ดวงตาคมกระพริบตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นอกกว้างขวางของมาร์คที่อยู่ตรงหน้า ยังหลับอยู่แต่ปากเสือกจูบอยู่บนหน้าผากกูเนี่ยนะ

เปาอมยิ้มทรุดอกแกร่งสูดดมความหอมประจำตัวของไอ้มาร์คเข้าปอดไป

“อืม.. เปา.. “มาร์คตื่นขึ้นมาด้วยความเพลียรู้สึกมึนงงเล็กน้อยเมื่อตนเองมาอยู่บนโซฟาเนื้อดีนี้ได้อย่างไร

“อือ..”

มาร์คยิ้มเมื่อเห็นคนกอดเขาอยู่แถมยังซบอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงปลายจมูกโด่งของไอ้เปา

“มาร์ค.. วันนี้กูจะไปหางานทำนะ” คำพูดบอกของเปาทำให้มาร์คชะงักแล้วก้มมองคนในอ้อมแขน

“หมายความว่ายังไง ไม่ต้องเสือกนอนเฉย ๆ เนี่ยแหละ” มาร์คค้านทันที

“ไม่เอา กูไม่อยากเห็นมึงเหนื่อยแล้ว”

“หืม..” มาร์คเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเปาเงยหน้าขึ้นมาทำสายตาออดอ้อนโดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“นอนอยู่บ้านนี่แหละ กูไม่เหนื่อยหรอกเมีย” มาร์ครั้งปลายคางของเปาขึ้นมาคลอเคลีย ทั้งสองคนกอดแนบแน่นกันเสียยิ่งกว่าปลากระป๋อง

“อื้อ.. อย่าจูบไปแปรงฟันก่อน” เปายกมือขึ้นดันริมฝีปากของมาร์คที่ทำท่าจะกดจูบลงมา มาร์คหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นแล้วดึงแขนไอ้เปาให้ตามมา

ทั้งสองคนแปรงฟันอยู่หน้ากระจกยามเช้า มีเสียงพูดคุยเล็กน้อยขณะแปรงอยู่

“แข็งแต่เช้าเลยนะมึง” มาร์คบอกเมื่อก้มมองผ้าขนหนูของไอ้เปาที่นูนออกมา

“ว่าแต่กู มึงก็แข็งไอ้มาร์ค ยังไม่ได้เยี่ยวเลย” เปาถุยฟองลงแล้วบ้วนน้ำสะอาด

ร่างสูงเดินมาควักแกนกายปล่อยหยาดน้ำสีเหลืองด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลายลง ซึ่งยังไม่ทันไรไอ้มาร์คก็ตามมายืนข้างเขา แล้วเยี่ยวแม่งคู่กันเลย

“สัตว์เอ้ย มึงจะสะบัดทำไมโดนขากู!” เปาโวยวายเมื่อถูกเยี่ยวไอ้มาร์ครดขาตนเองนิดหน่อย มาร์คยิ้มสนุกกดโถส้วมลงหลังจากทำธุระเสร็จก่อนจะพาไอ้เปามายืนใต้ฝักบัวแล้วอาบน้ำไปด้วยกันโดยมีเสียงทะเลาะเบาะแว้งด่าทอกันแทบตลอดเวลา

เป็นเพียงบรรยากาศเล็ก ๆ ภายในห้องอาบน้ำ

“อะ.. เหี้ยเอ้ย มึงเยี่ยวใส่ขากูทำไม!” เปาตวาดลั่น เมื่อครู่พึ่งเยี่ยวไปเองนะ

“หึหึ.. เมื่อคืนแดกน้ำเยอะว่ะ”

...

ร่างสูงเดินเข้ามาในร้านคาเฟ่แมวในตรอกซอยหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับเพื่อนของเขาเดินออกมา

“อีเหมียว กูมาทำงาน” เปาเอ่ยบอกมองเพื่อนตัวเตี้ยเท่าอกเขา

“งานอะไรของมึงคะ” ชายใจหญิงพูดด้วยความมึนงง

“ก็ทำงานไง วันละสามร้อยใช่ปะ เริ่มเลยละกัน” เหมียวเบิกตากว้างเมื่อโดนไอ้เปาผลักออกแล้วเดินเข้าไปในร้าน ร่างเล็กขาวบางตามฉบับสาวสองรีบตามเข้าไปทันที

“อีเปา!.. เดี๋ยว”

“ไม่ต้องฝึกกูเคยทำมาแล้ว สวัสดีครับพี่ผมพนักงานคนใหม่ฝากตัวด้วยครับ” คนเป็นเจ้าของร้านอ้าปากค้างเมื่อจู่ ๆ ดันได้พนักงานใหม่

“ยืนไรหัวหน้า จะไปไหนก็ไปสิอย่าลืมจ่ายเงินกูด้วย”

“เออ!.. อีนี่กูชวนมาทำตั้งนานไม่มา” เหมียวเท้าเอวพึมพำมุบมิบ หล่อแบบไอ้เปาสามารถเรียกลูกค้าได้เยอะเหมียวเลยไม่ปฏิเสธเพราะยังไงก็เป็นเพื่อนสนิทไม่ต้องเซ็นสัญญาอะไรทั้งนั้น

ถึงมันจะดูห่าม ๆ ทำตัวเกเรแต่พออยู่ในเวลางานก็เป็นคนธรรมดาที่มีมารยาทคนหนึ่ง เหมียวส่ายหน้าก่อนจะเดินออกจากร้านไป

เปายืนรอรับเงินรายวันเหมือนคนอื่น ร่างสูงยกสมาร์ทวอทซ์ขึ้นมาเช็กดูเวลา อีกไม่นานไอ้มาร์คก็กลับมาแล้ว เขาจะได้กลับไปเตรียมอาหารรออีกคน

“อะ ของมึงสองร้อยห้าสิบ”

“.....”

“ไม่ต้องอ้าปาก คนฝึกงานเขาได้กันเท่านี้” เหมียวยกนิ้วขึ้นห้ามจนเปาหุบปากฉับ ซึ่งเปาได้รับเงินเป็นคนสุดท้ายคนอื่นจึงเดินออกไปกันหมดแล้ว

“อะ นี่เค้กเอาไปกิน” เหมียวเดินถือเค้กสตอเบอร์รี่ใส่ถุงเรียบร้อยมาให้เปา

“ขอบคุณคร้าบบบ” ลากเสียงยาวก่อนจะโอบไหล่เหมียวแล้วหอมแก้มมันไปสักที ชายหนุ่มเดินยิ้มออกมาจากร้านหลังจากโดนเหมียวมันไล่ตะเพิดใส่ด้วยใบหน้าแดง ๆ

เปากลับมาถึงคอนโดด้วยสภาพเพลีย ๆ หลังจากต้องขึ้นอัดกับคนบนรถเมล์ พรุ่งนี้คงต้องไปเรียนเพราะเขาหยุดมาหลายวันแล้ว

เปาแช่เค้กไว้ในตู้เย็นก่อนจะปลีกตัวเดินเข้ามาในครัว

“ไข่เจียว.. ผัดกระเพราก็พอมั้ง..” เปาพึมพำแล้วลงมือทำอาหารเย็น

“ถ้าเธอไม่รัก~ วันนี้ก็คงจะทนไม่ได้ ทุกคืนฉันแทบคลั่งตาย ทุรนทุรายที่มันทำได้เพียงละเมอ~~” ร้องเอื่อยเฉื่อยอยู่คนเดียวในครัว เงินสองร้อยห้าสิบหมดไปแล้วร้อยกว่า ๆ ยังดีที่เหลือเก็บร้อยหนึ่ง

แกร๊ก.. เสียงเปิดประตูเข้ามาเป็นเวลาเดียวกันกับอาหารเสร็จ ร่างโปร่งเดินจัดจานบนโต๊ะแล้วนั่งลงรอคนมาใหม่เข้ามา

“นั่งหน้าสลอนเลยนะมึง” มาร์คพึมพำแล้วเดินเข้ามาในครัวด้วยชุดนักศึกษา

ฟอดดด เปาเอียงแก้มขึ้นรับแรงหอมฟอดใหญ่จากมาร์ค หลังจากหอมแก้มเมียแล้วร่างแกร่งก็ทิ้งกายลงบนเก้าอี้กินข้าวโดยมีไอ้เปาตักเอาใจไม่หยุด ชักสงสัยแล้วสิว่ามันต้องการอะไร

“อยากได้อะไรก็พูดมา” มาร์คบอกขณะตักข้าวเข้าปากคำโต ๆ

“เปล่า.. ต่อไปนี้กูจะไม่เอาอะไรแล้ว”

“จริงเหรอ อยากได้อะไรก็บอกเฮียมาเดี๋ยวพาไปซื้อ” มาร์คเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกคน

“ก็ไม่อยากได้อะไรไงเล่า เซ้าซี้อยู่ได้” เปายัดไข่เจียวเข้าปากมาร์คด้วยช้อนของตนเอง ซึ่งมาร์คก็มองดุ ๆ แต่ก็ยอมกินข้าวเข้าไป พอใกล้หมดจานเปาก็ลุกไปเอาเค้กในตู้เย็นมาวางลง

“กินดิ” เปาชี้นิ้วใส่เค้ก ซึ่งมาร์คเพียงลอบมองแล้วพยักหน้า

แกร่ง.. เปามองมาร์คที่หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง

“พวงกุญแจสลักชื่อ” ดวงตาคมมองของบนโต๊ะที่วางอยู่ เป็นเพียงแค่สลักไม้

'มาร์ค' เปามองหยิบขึ้นมาดู

“ทำไมเป็นชื่อมึงคนเดียวอะ” เปาถาม

“ชื่อมึงกูเอามาใส่กระเป๋าแล้ว” มาร์คบอกแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาให้เปาดูว่าตนนั้นทำจริง ๆ ซึ่งมันแขวนไว้ที่ซิปตรงกลาง เปาหน้าแดงหยิบพวงกุญแจไม้สลักขึ้นมาดูแก้เขิน ซึ่งไอ้คนทำให้เขาไปไม่เป็นแบบนี้กำลังกินข้าวอยู่เหมือนไม่ใส่ใจ

“รัก”

“อะไร” มาร์คเงยหน้าขึ้นมองไอ้เปาที่พยายามเสตาหลบเขาหลังจากจบประโยคเมื่อครู่

“รักไง”

“รักอะไรของมึง”

“ก็รัก”

“ไอ้เปา พูดให้มันเคลียร์”

“รักเฮีย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป