บทที่ 2 ภาจกิจสอดแนมของเมฆินทร์
“ผมขออาสาครับ” เมฆินทร์เป็นนายตำรวจคนแรกตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นด้วยความมั่นใจ สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเคียดแค้นอยู่ในที ก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายออกมา แล้วนั่งรออาสาสมัครคนอื่นที่เข้าร่วมทำงานคดีเดียวกัน
การจับศตวรรษถือว่าเป็นคดีใหญ่ หลายคนให้ความสนใจมากพอสมควร แม้ว่ามันจะเสี่ยงอันตรายมากก็ตาม แต่ถ้าภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ได้มาซึ่งตำแหน่งที่อยู่สูงขึ้นไปอีก ข้อเสนอนี้เป็นที่น่าสนใจของใครหลาย ๆ คน
“งานครั้งนี้มีผลต่อความมั่นคงของชาติมาก เพราะล่าสุดสายข่าวรายงานมาว่าตอนนี้แก๊งพยัคฆ์ทมิฬกำจัดทุกคนที่คิดจะขัดขวางการทำงานของมัน ตั้งแต่ชาวบ้านตัวเล็ก ๆ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ว่าที่ดูแลจังหวัดนั้น ๆ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่พนักงานที่เข้าไปสังเกตการณ์ แน่นอนว่าในอนาคตทีมของเราก็คงไม่ปลอดภัยเหมือนกัน หากใครอยากจะถอนตัวตอนนี้ก็สามารถทำได้เลยนะครับ” ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังท่ามกลางความเงียบ
อาสาสมัครเมื่อสักครู่จึงหันมาปรึกษาหารือกับเพื่อนร่วมทีมเพราะเริ่มลังเล จนกระทั่งหลายคนอ้างถึงเหตุผลของตัวเองจึงถอนตัวออกไป เพียงเพราะการที่เข้าไปยุ่งกับอำนาจมืดอย่างแก๊งพยัคฆ์ทมิฬนั้น ก็ต้องเตรียมใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วว่าอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาเจอหน้าพ่อ แม่ ภรรยาและลูกเลยด้วยซ้ำ
การประชุมในวันนี้ได้คนเข้าร่วมทีมทั้งหมดสิบสามคน ซึ่งมากพอที่จะดำเนินการสำหรับงานสืบสวนครั้งนี้ เมฆินทร์เองก็เฝ้ารอวันที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างใจจดใจจ่อ หากเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยยิ่งดี
แม้ว่างานครั้งนี้จะสั่งจับเป็น แต่คนอย่างไอ้เมฆินทร์ที่มีความแค้นต่อมาเฟียแก่ ๆ ต้องจับตายเท่านั้น และต่อให้อนาคตต้องพังลงไปก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้ล้างแค้นให้แม่ไอ้เมฆินทร์คนนี้ก็ตายตาหลับแล้ว
เสียงเครื่องจักรกำลังทำงานอย่างหนัก คนงานทั้งไทยและต่างด้าวเร่งขนข้าวของในโกดังเข้าออกกันจ้าละหวั่น ชายร่างสูงใหญ่ดูภูมิฐานในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกำลังยืนดูงานด้านหน้าประตูอย่างพอใจ
เฮียเสือ หรือศตวรรษ เอกพิทักษ์ไพฑูรย์ มาเฟียใหญ่ในโคราช ควบคุมทั้งแถบและมีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ชื่อเสียงและความโหดเหี้ยมดังกระฉ่อนไปทั่วสารทิศ
“เฮียเสือครับ ผมมีเรื่องด่วนมารายงานครับ รอบนี้เหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ด้วย” แดนดิน มือขวาคนสนิทของศตวรรษวิ่งเข้ามาหาด้วยอาการกระหืดกระหอบ ในมือข้างหนึ่งมีกระดาษปึกใหญ่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร
“เรื่องอะไร” ศตวรรษเอ่ยถามด้วยความสงสัย ใบหน้าคมคร้ามขมวดคิ้วมอง
“ตอนนี้ทางการรวมทีมตำรวจฝีมือดีมาจัดการเฮียเสือครับ เห็นว่าเอาจริงเอาจังกันด้วย”
“แล้วยังไง กูต้องกลัวเหรอ” ศตวรรษไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยสักนิด เอาเข้าจริง ๆ เขาเจอแบบนี้บ่อยมากจนมันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
“ไม่หรอกครับ ผมเชื่อว่ายังไงเฮียก็รับมือไหว”
“มีรูปไอ้ตำรวจพวกนั้นไหม กูอยากรู้ว่ารอบนี้มีใครบ้าง จะได้ระวังตัวถูก” แม้จะไม่ได้กลัว แต่ศตวรรษที่อยู่รอดในวงการมาเฟียมาได้ถึงสิบปี อย่างไรก็รับมือไหวอยู่แล้ว
“ไม่มีเลยครับเฮีย รู้มาคร่าว ๆ ว่าทีมนี้มีสิบกว่าคน สายบอกว่าให้เฮียระวังตัว เพราะรอบนี้มีตำรวจฝีมือดีกันทั้งนั้น”
“กูก็อยากจะรู้ ว่าพวกแม่งจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว” เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหยิบบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อออกมาคาบไว้ที่ปาก สีหน้าของศตวรรษตอนนี้ดูตื่นเต้นมากกว่าหวาดกลัวเสียด้วยซ้ำ ลูกน้องคนสนิทรู้งานเข้ามาจุดปลายมวนนิโคตินด้วยไฟแช็ก ควันสีเทาฟุ้งไปตามอากาศ
“เฮียคิดว่ารอบนี้เป็นใครครับ ถึงกับออกคำสั่งให้ตำรวจกองปราบจัดการเรา” แดนดินยังคงถามต่อ
“คงเป็นไอ้แก่ขี้อิจฉาแถวนี้แหละ อย่าไปใส่ใจเลย ส่งใครมาก็แค่ฆ่าทิ้งให้หมด” ศตวรรษไม่ได้ยินดียินร้ายกับเหตุการณ์นี้ เขาชินชาไปหมดแล้ว มีเพียงรอยแผลบนร่างกายที่บ่งบอกว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง
“แต่ไปสืบมาหน่อยก็ดีว่าครั้งนี้ใครเป็นคนบงการ”
“ได้ครับเฮีย” แดนดินน้อมรับคำสั่ง
อีกไม่กี่วันก็คงได้รู้ว่าใครเป็นคนออกคำสั่งให้ตำรวจลงหน้าบ้านเขาแบบนี้
ไม่น่ารักเอาเสียเลย น่าฆ่าทิ้งเสียมากกว่า ไอ้พวกขี้อิจฉา กล้ากับเขาอย่างนั้นเหรอ เดี๋ยวรู้กัน
หลายวันผ่านมา
ร้อยตำรวจเอกเมฆินทร์กับทีมใช้เวลาวางแผนนานพอสมควร ผลสรุปออกมาว่าการที่จะต้องแทรกแซงเข้าไปในถ้ำเสือของศตวรรษคงมีแค่การปลอมตัวเข้าไปเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือไม่ก็โสเภณีที่คอยให้บริการทางเพศในบ่อนพนัน
กาสิโนแห่งนี้จดทะเบียนอย่างถูกกฎหมายก็จริง แต่ชั้นใต้ดินกลับเป็นแหล่งมั่วสุม มีทั้งสาวขายบริการและขายยาเสพติดหลายชนิด ทีมงานกองปราบปรามเองจึงคาดโทษไว้หนึ่งคดีสำหรับกาสิโนของศตวรรษ
ในการปลอมตัวเข้าไปครั้งนี้ มีเพียงสามคนเท่านั้นที่เข้าไปสมัครงานในกาสิโน ส่วนที่เหลือจะเข้าไปในคราบลูกค้า และมีบางส่วนสแตนด์บายอยู่ด้านนอก เผื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจะได้ช่วยเอาไว้ได้ทันท่วงที
ผู้กองเมฆินทร์คือหนึ่งในสามคนที่จะเข้าไปทำงานในนั้น ไม่ต้องมีใครเสนอ เพราะเขาเองก็รอโอกาสนี้มานาน
เดี๋ยวมึงจะได้เห็นดีกัน ไอ้เสือ!
ครั้งนี้ทีมงานจะแบ่งออกเป็นสองทีม เมฆินทร์มารออยู่หน้ากาสิโนชื่อดังแห่งหนึ่งในเครือของพยัคฆ์ทมิฬ เขาปลอมตัวเป็นพนักงานบริษัทตกงานมาอ้อนวอนขอเข้าทำงาน ตอนแรกก็โดนไล่ออกจากร้านไป แต่พอผู้จัดการสาวสองได้เห็นเบ้าหน้าฟ้าประทานของผู้กองหนุ่มอย่างเมฆินทร์ก็เกิดถูกใจจึงรับเข้าทำงาน เพราะหวังใช้หน้าตาของเมฆินทร์เรียกแขกสาว ๆ ได้
ร่างสูงโปร่งในชุดพนักงานเสิร์ฟเดินถือเครื่องดื่ม มือขาวที่ถือถาดมีแก้วไวน์ไปเสิร์ฟตามโต๊ะต่าง ๆ ช่วงสองสามวันแรกยังไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะได้แค่สำรวจว่าในบ่อนแห่งนี้มีอะไรบ้าง เมฆินทร์ปั้นหน้ายิ้มให้สาวรุ่นแม่ที่เข้ามายั่วยวนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะใบหน้าที่หล่อเหลาสามารถดึงดูดลูกค้าได้ดีจนคนเป็นผู้จัดการเอ่ยปากชม
ส่วนเรื่องขายบริการทางเพศไม่ได้อยู่ในส่วนนี้ จากที่เคยแอบไปสำรวจดู ซ่องค้ามนุษย์จะอยู่ชั้นใต้ดินรวมอยู่กับแหล่งให้บริการเสพยา คนที่จะเข้าไปต้องมีบัตรสมาชิกที่ทางกาสิโนมีไว้ให้ ถือว่าความปลอดภัยดีเยี่ยมเลยทีเดียว ถึงเข้ามาได้ก็หยิบหลักฐานกลับไปไม่ได้อยู่ดี
“เจ๊ลิลลี่ครับ เดี๋ยววันนี้เจ๊เกณฑ์คนไว้ให้ทีนะ อีกประมาณครึ่งชั่วโมง เฮียเสือจะแวะมาดูความเรียบร้อยที่นี่ หาเด็ก ๆ ไว้ให้ด้วยนะ”
ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาพูดคุยกับผู้จัดการสาวสอง เมฆินทร์ที่อยู่ในคราบเด็กเสิร์ฟคนใหม่เห็นเข้าจึงทำทีเดินเข้ามาหยิบเครื่องดื่มด้านข้างอย่างแนบเนียน แต่หูนั้นคอยแอบฟังสิ่งที่ทั้งสองคนพูดอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับรอยสักรูปเสือดำที่หลังมือ รอยสักนั้นเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งพยัคฆ์ทมิฬอย่างแน่นอน
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวเจ๊เกณฑ์คนเอาไว้ให้ เอาหนุ่มน้อยหน้าสวยเหมือนเดิมใช่ไหมเอ่ย” เจ๊ลิลลี่จีบปากจีบคอถาม
“หน้าหวานตัวเล็ก สเปกเฮียเสือไงเจ๊”
“แล้วนี่เฮียเสือจะเปิดห้องนั่งจิบชิล ๆ หรือว่าเล่นของด้วยจ๊ะพ่อหนุ่ม” ถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะเดาใจศตวรรษไม่ถูก บางครั้งมาก็แค่ต้องการเด็กไปนั่งเอาอกเอาใจ บางครั้งมาก็ต้องการคู่นอน
“เล่นด้วยสิ เจ๊ก็รู้ว่าช่วงนี้เฮียเสือไม่ค่อยว่าง น่าจะจัดยันเช้าเลยด้วยซ้ำ” บอดี้การ์ดพูดจบก็เดินออกไป ก่อนที่เจ๊จะหันมาหาพนักงานของตัวเอง
“นี่ ทุกคนฟังทางนี้ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงเฮียเสือเจ้าของบ่อนจะมาดูงาน เจ๊อยากขออาสาคนหนึ่งไปดูแลเฮีย ในนี้พอจะมีใครสนใจไหม ขอเป็นเด็กผู้ชายเท่านั้นนะ เฮียเสือไม่ชอบผู้หญิง” เจ๊ลิลลี่ประกาศขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวาย บางคนไม่สนใจก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ ส่วนคนที่อยากให้บริการเจ้าของกาสิโนแห่งนี้ก็หยุดเดินแล้วหันมามองตาเป็นประกาย
ใครบ้างจะไม่อยากเป็นคู่นอนกับเฮียเสือ ได้ทิปไม่อั้นแถมคนที่เคยนอนกับเฮียเสือยังร่ำลือกันว่าแซ่บอีกต่างหาก
“ผมสนครับเจ๊ ให้ผมไปอีกรอบได้ไหม” ชายหนุ่มดวงหน้าหวานคนหนึ่งที่เคยให้บริการศตวรรษเอ่ยขึ้น
“มันไปบ่อยแล้ว ให้หนูไปดีกว่านะเจ๊ หนูเพิ่งนอนกับเฮียเสือสองครั้งเอง”
“ผมยังไม่เคยนอนกับเฮียเสือเลยนะ ให้ผมไปดีกว่า”
“ผมด้วย”
“ผม ๆ ดีกว่า”
หนุ่มน้อยเกือบสิบคนสะดีดสะดิ้งวิ่งเข้าไปหาเจ๊ลิลลี่เพื่อเสนอตัวอย่างไม่มีใครยอมใคร ดูเหมือนว่าหลายคนเคยให้บริการเฮียเสือมาแล้ว ส่วนเด็กใหม่หน้าตาหล่อเหลาอย่างเมฆินทร์ก็ได้แต่ยืนนิ่งมองอย่างสมเพช แต่ก็สนใจมากเพราะนี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ประชิดตัวศตวรรษ
“ผมขออาสาได้ไหมครับ” พนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่มหน้าตาหล่อยกมือขึ้น เจ๊ลิลลี่หันไปมองอย่างไม่เชื่อสายตา หล่อนเองก็สายตาเหยี่ยวระดับหนึ่ง ทั้งที่มองว่าเมฆินทร์เป็นผู้ชายทั้งแท่งเสียอีก
“นึกว่าน้องเมฆชอบผู้หญิงอย่างเดียว นี่เจ๊มองผิดไปเหรอเนี่ย” ใบหน้าแกขมวดคิ้วเป็นปม
“ก็เป็นเกย์รับปกตินี่แหละครับ แต่คนอื่นชอบมองโพผมผิดบ่อย อาจจะเพราะผมตัวสูงมั้งครับ” เลือกที่จะโกหกออกไป ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นผู้ชายแมน ๆ อกสามศอก
“หน้าตาดีด้วย เจ๊เห็นแล้วเสียดายของเลย” สายตาของสาวประเภทสองมองต่ำลงไปใต้เข็มขัด เห็นเป้ากางเกงของเมฆินทร์ตุงออกมาจนรู้สึกเสียดาย
“แต่ยังไงก็ไม่ผ่าน เฮียเสือเขาชอบเอวบางร่างน้อย ไม่ใช่กล้ามแน่นแบบนี้”
“เหรอครับ” นายตำรวจในคราบเด็กเสิร์ฟยิ้มแห้ง น่าเสียดายโอกาสทองครั้งนี้จริง ๆ เพราะถ้าได้เข้าใกล้ขนาดนั้น เชื่อเถอะว่าเมฆินทร์พร้อมฆ่าไอ้เหี้ยเสือด้วยมือเปล่า
เจ๊ลิลลี่เดินผ่านเมฆินทร์ไปหาเด็กเสิร์ฟคนอื่นที่น่าจะตรงสเปกของเฮียเสือ เขาจำใจทำหน้าที่เด็กเสิร์ฟของตนเองต่อด้วยความหงุดหงิดและเสียดาย ร่างสูงโปร่งเดินวนเสิร์ฟเครื่องดื่มมึนเมาให้แขกในกาสิโน ที่นี่แจกเครื่องดื่มฟรีเพื่อให้ลูกค้าเมา เพราะการมีสติไม่ครบถ้วนจะทำให้ไม่ระวังตัวและตัดสินใจเดิมพันก็จะผิดพลาดมากขึ้น ทางกาสิโนจึงฟันกำไรกอบโกยเงินอันมากมายมหาศาลเหล่านี้เข้ากระเป๋า
ผู้กองหนุ่มรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย การเข้าใกล้เป้าหมายไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่อยู่ ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนทำให้หัวใจเขาเต้นแรง
มาเฟียหนุ่มใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเข้มปลดกระดุมสามเม็ดโชว์รอยสักรูปเสือบนแผงอกกำยำ สวมทับด้วยเสื้อสูทเนื้อดีดูน่าเกรงขาม บนนิ้วเรียวสวมแหวนประจำตระกูลสีน้ำเงิน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นใคร
“ไอ้เหี้ยเสือ...” เมฆินทร์บ่นพึมพำออกมา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเคียดแค้น ดวงตาคมสวยวาวโรจน์จ้องศตวรรษไม่วางตา ข้างกันเป็นบอดี้การ์ดอีกเจ็ดถึงแปดนายยืนกระจายกำลังตามมุมต่าง ๆ
คุณตำรวจในคราบเด็กเสิร์ฟทำทีเดินวนไปวนมาไม่ไกลจากโต๊ะที่หัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬนั่งอยู่ สายตาหลุบมองถาดใส่แก้วไวน์ของตนเองเพราะหัวสมองประมวลแผนการตลก ๆ ออก ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะได้ผลหรือเปล่า
เมฆินทร์ตัดสินใจเดินนำไวน์เข้ามาเสิร์ฟยังโต๊ะของศตวรรษที่กำลังหรี่ตามองไพ่ในมือ ก่อนจะกระตุกยิ้มออกมาเมื่อวางไพ่ป๊อกเก้าลงด้านหน้าทำเอาขาไพ่ทรงเสี่ยสามคนปาดเหงื่อกันเป็นแถว ก็ตั้งแต่ศตวรรษมาเป็นเจ้ามือก็กินเอา ๆ
“รับเครื่องดื่มไหมครับ” เมฆินทร์เดินไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังมาเฟียหน้าดุ หนุ่มใหญ่ผิวสีแทนขมวดคิ้วแน่นกับไพ่ที่อยู่ในมือ
“อืม เอามาแก้วหนึ่ง”
“นี่ครับ” นายตำรวจหนุ่มลอบยิ้ม ก่อนหยิบแก้วไวน์ส่งให้เฮียเสือ ศตวรรษยื่นมือไปรับโดยที่สายตาไม่ละไปจากไพ่ตรงหน้า
เพล้ง!
เมฆินทร์จงใจปล่อยให้แก้วหลุดมือก่อนจะถึงมือของศตวรรษ ไวน์องุ่นหกใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ บางส่วนหกใส่เป้ากางเกงจนเปียกไปหมด
“เป็นเหี้ยอะไรวะ เสื้อผ้ากูเปื้อนหมดแล้ว” ศตวรรษหันมาตวาดเสียงดังลั่น ลูกค้าบนโต๊ะที่กำลังนั่งเล่นไพ่หันมามองกันเป็นตาเดียว
“ขอโทษครับ ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ” เมฆินทร์แสร้งละล่ำละลักบอกพลางก้มศีรษะขอโทษ
“ทำไมทำงานสะเพร่าแบบนี้วะ น่าหงุดหงิดฉิบหาย”
“ผมไม่ทันระวังเองครับ ผมขอโทษจริง ๆ เดี๋ยวผมเช็ดให้นะครับ” เมฆินทร์หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อของตนเองออกมา แล้วเช็ดไปตรงรอยสักรูปเสือที่อกแกร่งแบบลวก ๆ แล้วลากลงไปถูบริเวณกลางเป้ากางเกงอย่างยั่วยวนและตั้งใจ
“นี่มึงทำเหี้ยอะไร” ศตวรรษพูดน้ำเสียงลอดไรฟัน สายตาคู่คมดุจเหยี่ยวตวัดมองเด็กเสิร์ฟหน้าหล่อสะอาดสะอ้านดูหน่วยก้านดี รอยยิ้มพราวเสน่ห์นั้นดูสะดุดตา ส่วนมือด้านล่างที่กำลังจับผ้าเช็ดหน้าถูเป้ามาเฟียแรง ๆ พร้อมทั้งจงใจบีบลำเนื้อใต้ร่มผ้าจนมันแข็งปั๊ก
“ตรงนี้มันเปียกครับเฮียเสือ ผมอยากเช็ดให้”
“...”
“มันแข็งแล้วนะครับ แข็งจนผมอยากเอาปากเช็ดให้เลยล่ะ” เมฆินทร์เลือกที่จะยื่นใบหน้าไปกระซิบข้างหูคนเป็นมาเฟียพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“หยุด ไม่ต้องเสือก” หัวหน้ามาเฟียสะบัดมือของเมฆินทร์ออก ชายหนุ่มหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ เพราะทุกอย่างดูไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้
หลังจากได้เห็นท่าทางไม่พอใจของเฮียเสือ เหล่าบอดี้การ์ดชุดสีดำทึบราวห้าคนก็กรูกันเข้ามาจับตัวเมฆินทร์ให้ออกห่างศตวรรษ หนึ่งในนั้นหันไปถามผู้เป็นเจ้านาย
“เกิดอะไรขึ้นครับเฮีย ไอ้หมอนี่มันทำอะไร”
ศตวรรษมองเด็กเสิร์ฟหน้าหล่อตั้งแต่หัวจรดเท้า เมฆินทร์มองกลับอย่างไม่เกรงกลัว ทว่ามันแฝงไปด้วยความต้องการอย่างเห็นได้ชัดเจน
“เปล่า ไอ้เวรนี่มันทำไวน์หกใส่กู ไม่มีอะไรหรอก” มาเฟียใหญ่ตอบไปแบบนั้น ก่อนตวัดสายตามองเมฆินทร์อีกรอบ แล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“ปล่อยมันไปเถอะ ก็แค่พวกมักใหญ่ใฝ่สูง เสียเวลาเล่นด้วย”
ร่างสูงใหญ่พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปอีกทาง ลูกน้องคนสนิทที่ชื่อแดนดินเอ่ยด้วยความสงสัย
“จะไปไหนครับเฮีย”
“ไปห้องน้ำแป๊บเดียว ไม่ต้องตามมา”
นายตำรวจในคราบเด็กเสิร์ฟมองแผ่นหลังกว้างของหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬไปจนสุดสายตา เขายังไม่ละความพยายามในการเข้าใกล้
ห้องน้ำงั้นเหรอ เดี๋ยวมึงเจอกูแน่ไอ้เหี้ยเสือ
Talk :
สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงฉากปะทะคารมและการเจอหน้ากันครั้งแรกระหว่างผู้กองเมฆินทร์ผู้เต็มไปด้วยความแค้นสิบปี กับเฮียเสือมาเฟียใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแบบประชิดตัวแล้วนะคะ บอกเลยว่าแค่น้ำจิ้มยังเดือดระอุขนาดนี้ แผนการปลอมตัวสืบหาความจริงในถ้ำเสือไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยจริง ๆ
และในตอนต่อไป ความมันส์ ความตึงเครียด และความแซ่บพริกสิบเม็ดกำลังจะทวีคูณขึ้นไปอีก เมื่อเป้าหมายดันปลีกตัวเดินเข้าห้องน้ำลำพัง งานนี้ผู้กองหนุ่มของเราจะสบโอกาสจัดการสะสางบัญชีแค้น หรือจะพลาดท่าโดนจับโป๊ะแตกคาห้องน้ำกันแน่ รับรองว่ามีเรื่องให้ลุ้นระทึกจนหัวใจแทบวายแน่นอนค่ะ เตรียมตัวเกร็งกันไว้ให้ดีเลยนะคะ
ฝากกดหัวใจ กดเพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้กับไรต์ในการสร้างสรรค์ตอนต่อไปด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
