บทที่ 3 เมฆินทร์ทุ่มสุดตัว

ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่หน้ากระจก เขาพยายามล้างคราบไวน์บนเสื้อเชิ้ต แต่มันก็เหนียวเหนอะหนะเกินกว่าจะล้างออก แถมเป้ากางเกงก็ยังคงเปียกและสิ่งที่อยู่ด้านในยังแข็งอยู่

แค่โดนมือของไอ้เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งสัมผัสเอง ทำไมถึงมีความต้องการมากขนาดนี้

“ยังตื่นตัวอยู่เลยนะครับ ไม่อยากให้ผมใช้ปากอม...เช็ดให้จริง ๆ เหรอครับ” เมฆินทร์ที่เดินตามเข้ามายืนอยู่ด้านข้างศตวรรษ สายตาเขามองภาพมาเฟียแก่สะท้อนในกระจก เป้าตุงใต้กางเกงเด่นชัดยากจะละสายตา

“มึงไม่ใช่สเปกกู อย่าพยายาม” ตอบออกมาเสียงแข็งทว่าดูน่ากลัว หากเป็นคนอื่นที่คิดจะยั่วยวนศตวรรษ คงถอดใจไปนานแล้ว

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ เพราะเฮียเสือดันหล่อโดนใจผมนี่สิครับ ไอ้นั่นก็ใหญ่เต็มมือดี ไม่แปลกเลยที่ใคร ๆ ก็อยากได้”

“แล้วไง” ศตวรรษเลิกคิ้วมองภาพสะท้อนของเด็กเสิร์ฟในกระจก เมฆินทร์เลิกคิ้วสูงอย่างมีชั้นเชิง

“ก็ผมอยากได้เฮียเสือเหมือนกัน”

สายตาคมสวยแสร้งแสดงความต้องการอย่างแนบเนียน เล่นเอามาเฟียมาดนิ่งหมดความอดทน ร่างสูงสง่าหันมายืนประชิดเด็กเสิร์ฟมากขึ้น มือหยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นสัมผัสกรอบหน้าคมสวย ปลายนิ้วโป้งสัมผัสปากหยักได้รูปอย่างย่ามใจ เมฆินทร์เม้มปากเล็กน้อยประหนึ่งขวยเขิน ทำเป็นหลบตาไปทางอื่นเมื่อโดนจ้องมอง ทั้งที่ในใจก็อยากจะฆ่าไอ้เวรนี่ให้ตายคาที่ไปเลย

“ถ้ามึงอยากได้มาก เดี๋ยวกูจะกรุณาสนองให้ก็แล้วกัน” คำตอบของศตวรรษทำให้เมฆินทร์ใจสั่น รู้สึกเหมือนเข้าใกล้เป้าหมายอีกก้าว ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นไปสบเข้ากับดวงตาเหยี่ยว แล้วกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องมาทำเรื่องแบบนี้เลย

“จริงเหรอครับ ลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำนะ”

“กูลองมองดี ๆ มึงก็น่า...” มาเฟียใหญ่หน้าตาคมเข้มจงใจลากเสียงแฝงอะไรบางอย่าง ปลายนิ้วโป้งลูบขอบปากสีชมพูธรรมชาติเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ

“น่าจูบให้ปากแตกฉิบหาย”

เมฆินทร์กระตุกยิ้มข้างมุมปาก “ผมอยากปากแตกจังเลยครับ”

“ปากดี อย่าให้เก่งแต่ปากก็แล้วกัน” ใบหน้าหล่อคมอย่างคนมีอายุเคลื่อนเข้ามาแนบริมฝีปากอีกฝ่าย ก่อนบดเน้นรุนแรงเหมือนจะเอาแต่ใจ ด้วยความสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้จูบได้ถนัด กลิ่นบุหรี่จาง ๆ อบอวลอยู่ในปาก มือใหญ่ขยับขึ้นไปจิกเส้นผมของเมฆินทร์ ก่อนกดศีรษะให้ใบหน้าเข้ามาใกล้แนบแน่นบดจูบอย่างหนักหน่วง

“อื้อ...” จูบจากคนที่เกลียดชังทำให้เมฆินทร์รู้สึกสะอิดสะเอียน เขาไม่อยากสัมผัสถึงขนาดที่กำลังพยายามเบี่ยงปลายลิ้นหนีหัวซุกหัวซุน

ศตวรรษรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย มือใหญ่กระชากกลุ่มผมนุ่มอย่างแรงให้ผละออกจากกัน ใบหน้าผู้กองหนุ่มในคราบเด็กเสิร์ฟเหยเก น้ำลายสีใสไหลเชื่อมริมฝีปากบวมเจ่อเป็นเส้นชวนให้รู้สึกใจสั่น

“แลบลิ้นออกมาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงทรงอำนาจตวาดอย่างเหลืออด

“คะ...ครับ” เมฆินทร์จำใจแลบลิ้นออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์ที่เขาต้องการอ่อยศตวรรษ

มาเฟียแก่อ้าปากกัดปลายลิ้นคล้ายลงโทษแล้วดูดเม้มพอประมาณ ตวัดปลายลิ้นเกี่ยวกันไปมาจนรู้สึกร้อนรุ่ม

เมฆินทร์หลับตาปี๋ไม่อยากเห็นดวงตาคมดุในระยะใกล้

มือใหญ่ข้างหนึ่งของมาเฟียแก่เคลื่อนลงไปบีบเนื้อสะโพกของคนเด็กกว่าด้วยความต้องการ

แม้เมฆินทร์จะขยะแขยง แต่ก็ไม่อาจฝืนปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายได้เหมือนกัน ถึงจะเกลียดมากแค่ไหนก็ต้องยอมรับว่าไอ้มาเฟียนี่จูบเก่งเป็นบ้าเลย

ศตวรรษเห็นคนปากดีเริ่มหายใจไม่ทัน เขากระชากหัวเมฆินทร์ออกอีกครั้ง จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของพนักงานหนุ่มตรงหน้านิ่ง ๆ โดยที่ยังไม่พูดอะไร

“แฮก ๆ จูบเก่งจังเลยครับเฮียเสือ แต่ว่าปากผมยังไม่แตกเลยนะ”

“หุบปาก กูยังจูบไม่เสร็จ” หัวหน้ามาเฟียขมวดคิ้วจนเป็นปม รู้สึกเหมือนโดนดูถูกจนต้องกดปากลงไปอีกครั้ง ใช้ฟันคมกัดขอบปากล่างให้ได้เลือดแล้วสอดลิ้นเข้าไปชิมความหวานหอมอย่างเอาแต่ใจ จูบไปได้สักพักก็กัดปากบนจนได้กลิ่นคาวสนิมในโพรงปาก ทำเอาเมฆินทร์แสบและชา จนกระทั่งผละออกจากกัน

“พะ...พอแล้วครับ ผมเจ็บปาก”

“กูต้องสนใจเหรอว่าปากมึงจะเป็นยังไง ในเมื่อมึงท้าทายกูก่อน”

“ผมชอบความรุนแรงก็จริงครับ เวลาโดนทำอะไรแรง ๆ มันมีความสุขมาก แต่ก็ยังอยากเก็บปากไว้ทำอย่างอื่นอยู่” ร่างผอมสูงคุกเข่าลงไปกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ใช้ปลายจมูกซุกไซ้ข้างของแข็งใต้ผ้าที่แทบจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ ใบหน้าดุดันก้มมองพลางขมวดคิ้วถาม

“แล้วมึงอยากเก็บปากไว้ทำอะไร”

“อยากอมของเฮียครับ มันแข็งจนผมอยากดูดให้น้ำเงี่ยuแตกคาปาก” ปลายลิ้นแลบออกมาเลียขอบปาก ยังไม่ได้รับคำอนุญาตก็ถือวิสาสะยื่นมือไปรูดซิปลงมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปยั่วยวนคนตัวสูง

ศตวรรษเอามือกระชากเส้นผมของเมฆินทร์จนรู้สึกเจ็บแสบ แอบใจสั่นเหมือนกันว่าเขาทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจหรือเปล่า

“ไม่อยากให้ผมจับมันเหรอครับ”

“กูไม่ชอบทำในห้องน้ำ กลิ่นมันไม่ดี ลุกขึ้นแล้วตามกูมา”

“ตามไปไหนครับ” ถามออกไปด้วยความสงสัย

“เปิดห้องเอากัน”

ร้อยตำรวจเอกเมฆินทร์อึ้งค้างได้ไม่นานก็ถูกมาเฟียใหญ่กระชากให้ลุกขึ้น ชายวัยสี่สิบสามปีลากแขนคนเด็กกว่าออกจากห้องน้ำอย่างรีบร้อน นายตำรวจหนุ่มยังไม่ได้ทำใจเรื่องขึ้นเตียงเอาไว้เลย อย่างที่บอกว่านี่มันเป็นเพียงแค่แผนปัญญาอ่อนที่เขาเพิ่งคิดได้เมื่อเห็นหน้าไอ้เหี้ยเสือนี้เอง

“เฮียเสือจะพาไอ้เด็กเสิร์ฟนี่ไปไหนครับ” แดนดินลูกน้องคนสนิทเดินตามมายืนเฝ้าที่ห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครรู้ เขาแค่ทำตามหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของเจ้านายทุกฝีก้าว

“เด็กมันอยากลองของ” ศตวรรษตอบ

แดนดินเหลือบไปมองพนักงานหน้าหล่ออย่างเมฆินทร์ด้วยความสงสัย เพราะมันต่างจากที่เจ้านายเขาชอบอยู่มาก “แต่นี่ไม่ใช่สเปกเฮียนี่ครับ”

“ก็ใช่ แต่มันยั่วเก่งดี มองไปมองมาก็น่ากระแทกดีเหมือนกัน” มาเฟียรุ่นใหญ่พูดออกไปโดยไม่ได้เคอะเขินเลยสักนิด ต่างจากเมฆินทร์ที่รู้สึกว่ามันน่าอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี เขาเป็นชายแท้ที่อยากฆ่าไอ้เวรนี่ ไม่ใช่นอนอ้าขาให้เอา

อดทนไว้ไอ้เมฆ คืนนี้รอจังหวะดี ๆ แล้วค่อยฆ่ามันก็ยังไม่สาย

“ผมจองห้องไว้ให้เฮียแล้วนะครับ ห้องสองสามเจ็ด ส่วนนี่คีย์การ์ดครับ” แดนดินยื่นคีย์การ์ดไปให้เฮียเสือ

“ขอบใจ” ศตวรรษรับคีย์การ์ดมาไว้ในมือ แล้วกระชากแขนเมฆินทร์ให้เดินออกไปจากหน้าห้องน้ำ ทั้งสองคนเดินขึ้นลิฟต์ไปชั้นสองโดยไม่พูดคุยกันเลยสักคำ

ภายในห้องนอนเปิดแอร์เย็นฉ่ำในเวลาถัดมา เมฆินทร์โดนไล่ให้ไปอาบน้ำ นายตำรวจหนุ่มหุ่นแน่นยืนเปลือยกายอยู่หน้ากระจก หยดน้ำเกาะตามร่างกายขาวสะอาด

ภาพมารดาโดนยิงตายต่อหน้าตามมาหลอกหลอน มันยากที่เขาจะต้องใจเย็นให้มากกว่านี้ ฆาตกรนอนรออยู่บนเตียงด้านนอก เพียงเดินออกไปแล้วฆ่ามันให้ตายคามือ ดวงตาสีดำขลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ก่อนที่ร่างสูงโปร่งเปิดประตูออกไปทั้งที่ร่างกายพันไว้แค่ผ้าขนหนูผืนเดียว

ร่างกายขาวผ่องมีลอนกล้ามน้อย ๆ อย่างคนออกกำลังกายสาวเท้าเข้ามายืนอยู่ปลายเตียง ศตวรรษที่นั่งเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลาเปลี่ยนมาสนใจสิ่งสวยงามตรงหน้า

เด็กเสิร์ฟคนนี้ไม่ได้ผอมบางหน้าหวานตรงสเปกก็จริง แต่พอมองนาน ๆ กลับละสายตาไม่ได้ ซ้ำในดวงตาสีดำคู่นั้นยังไร้ความเกรงกลัว นับเป็นความแปลกใหม่ที่ศตวรรษอยากลอง ว่ามันจะรู้สึกดีกว่าพวกเอวบางร่างน้อยสักแค่ไหน

“แกะผ้าขนหนูออก แล้วปีนขึ้นมาบนเตียงสิ” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลงบนหัวเตียงแล้วหันมาออกคำสั่ง

“ไม่ต้องบอกผมก็จะทำแบบนั้นอยู่แล้วครับ”

พรึ่บ...

ผ้าขนหนูผืนสีขาวที่คาดรอบบั้นเอวร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น เนื้อหนังทุกสัดส่วนปรากฏแก่สายตามาเฟียแก่ สายตาคู่คมไล่มองเรือนร่างตรงหน้าจากหัวจรดปลายเท้า แล้วเงยขึ้นมามองใบหน้าหนุ่มหล่อพราวเสน่ห์พลางแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากแห้งผาก

“มองอะไรขนาดนั้นครับ อยากกินผมเหรอ” ร่างผอมสูงปีนขึ้นมาบนเตียง คลานเข่าเข้าไปหาเฮียเสือพร้อมส่งสายตาเย้ายวน หลอกล่อเหยื่อให้ตายใจ

“มึงตัวขาวดี” เอ่ยชมออกมาอย่างพอใจ

“แล้วชอบไหมครับ”

“อืม” ตอบออกมาสั้น ๆ สายตามองชายตัวขาวเอามือลูบต้นขาตนเอง ก่อนลากขึ้นมาปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงออกอย่างเชื่องช้า

“อืมคืออะไรเหรอครับ ชอบหรือไม่ชอบ” เมฆินทร์ยังคงยียวนเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของเหยื่อดูพึงพอใจเขาไม่น้อย พลางรูดซิปกางเกงลงมา มือเรียวดึงขอบกางเกงขายาวสีดำหลุดออกจากเรียวขาใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนก้มใบหน้าลงไปงับท่อนลำแข็งปั๊กจากนอกผ้า แล้วขมเม้มเบา ๆ พอให้รู้สึกกระสัน

“อ่าส์ ชอบ แปลกใหม่ดี” ครางออกมาอย่างพอใจ

“ไม่เคยลองกับคนแบบผมเหรอครับ” ใบหน้าคมสวยเลิกคิ้วสูง ก่อนอ้าปากงับขอบกางเกงแบรนด์เนมสีดำรูดลงมาพร้อมกับอันเดอร์แวร์ บางสิ่งบางอย่างดีดขึ้นมาตีเสี้ยวหน้าขาว สัมผัสของมันอุ่นและมีน้ำสีขาวขุ่นเยิ้มตรงส่วนปลายหัวบาก

“ก็กูไม่ชอบแนวนี้ แต่ก็อยากลองดูเหมือนกัน” ตอบออกไปตามความจริง

“แล้วเฮียเสือจะติดใจ จนลืมไม่ลงเลยแหละครับ” ความนัยที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น เพราะสิ่งที่มันจะลืมไม่ลงต่อจากนี้คือความหื่นกามของมันเอง ที่ทำให้ไอ้แก่นี่ต้องตาย

เมฆินทร์เลือกจูบปลายหัวเห็ดสีสดทักทายจนเกิดเสียงน่าอาย ชายหนุ่มวัยสี่สิบสามสูดปาก ตอนที่อีกฝ่ายกำลังอ้ารับความใหญ่โตเข้าไปได้ครึ่งลำแบบเต็มปากเต็มคำ

ใหญ่ฉิบหาย ปากกูจะฉีกไหมวะ!

นั่นเป็นความคิดแรกในหัวของนายตำรวจหนุ่ม ในใจอยากจะกัดไอ้แท่งเอ็นร้อนระอุนี่ให้ขาดคาปาก แต่ก็คงจะไม่ใช่ความคิดที่ดี ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง ถึงจะต้องมาอมจู๋ให้คนที่ฆ่าแม่ก็ตาม

“อมเข้าไปให้หมดสิ มัวรีรออะไร”

“อึก!” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อถูกมือใหญ่หยาบกร้านกดหัวอย่างแรง แท่งเนื้อขนาดใหญ่แทงลึกเข้าไปถึงคอหอยจนเกือบหายใจไม่ออก เล่นเอาลำคอโป่งนูนขึ้นเป็นรูปลำท่อน

“เป็นไง ใหญ่คับปากแบบนี้ ชอบไหมไอ้เด็กเสิร์ฟใจร่าน” มือหนาจิกทึ้งเส้นผมให้ใบหน้าพนักงานเสิร์ฟขยับขึ้นลง เมฆินทร์ยังไม่ทันได้ทำใจกับเหตุการณ์นี้ถึงกับน้ำตาเล็ด ในใจมีแต่ความคับแค้นอยู่ในอก

กูจะฆ่ามึง ไอ้เหี้ยเสือ

ก๊อก ๆๆ!

เสียงใครบางคนเคาะประตูจากด้านนอก ศตวรรษขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะตอนเครื่องกำลังติด คงไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นแดนดิน มือขวาคนสนิทของเขาเอง

“มีอะไร” เสียงทุ้มตะโกนตอบกลับไปอย่างหงุดหงิด แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้คนด้านนอกได้ยิน หลุบตามองต่ำเห็นหัวทุยขยับขึ้นลงก็ยิ่งเสียวซ่านและอึดอัด

“มีสายตำรวจแฝงตัวมาเป็นลูกค้าในกาสิโนของเราครับ ตอนนี้คนของเราจับมันไปเก็บไว้ที่โกดังสินค้า เฮียจะไปจัดการเอง หรือให้พวกเราจัดการให้ครับ”

พอได้ยินคำว่าสายตำรวจ เมฆินทร์ที่กำลังขยับปากขึ้นลงถึงกับหยุดชะงัก ตอนนี้มีแค่ทีมของเขาที่แฝงตัวเข้ามาที่นี่ นอกจากเขาที่สมัครเป็นเด็กเสิร์ฟ คนอื่น ๆ ก็แฝงตัวเข้ามาในฐานะลูกค้า

“หยุด ไม่ต้องทำแล้ว”

มือหยาบกร้านผลักหัวของเมฆินทร์ออก ชายหนุ่มคายส่วนร้อนผ่าวออกมา หยาดน้ำลายเปื้อนเป็นเมือกเต็มท่อนลำ เมฆินทร์แสร้งทำหน้าใสซื่อทั้งที่ในใจเป็นห่วงเพื่อนร่วมทีมแทบตาย

“หยุดทำไมครับ นี่เพิ่งเริ่มเองนะ” นั่งทำตาละห้อย

“กูมีธุระต้องไปทำ”

ก๊อก ๆๆ

เสียงประตูด้านนอกดังมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสียงตะโกนถามของแดนดิน

“เอายังไงดีครับเฮีย ทำไมเงียบเลย”

ศตวรรษหันมามองเมฆินทร์ เขาผลักร่างเด็กเสิร์ฟออกแล้วลุกขึ้นไปใส่กางเกงอยู่ข้างเตียง นายตำรวจในคราบพนักงานได้แต่มองตาปริบ ๆ

“ไปเตรียมรถเลย เดี๋ยวกูลงไป” ศตวรรษตอบกลับไป

“จะทิ้งผมไว้ตรงนี้จริง ๆ เหรอครับ” เมฆินทร์ถามเสียงอ่อน อีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงเพื่อนตำรวจจนหัวใจอยู่ไม่สุข

“วันนี้กูไม่สะดวก เดี๋ยวพรุ่งนี้กูมาหาละกัน” สายตาคมกริบมองร่างกายสวยงามของคนบนเตียงจากหัวจรดเท้า ทุกสัดส่วนชวนให้สัมผัสซ้ำ เพราะไม่เคยมีใครใช้ปากแล้วทำให้เขาเกือบเสร็จได้แบบนี้เลย

“ไม่เอาครับ ผมอยากทำวันนี้” ชายหนุ่มรั้งแขนมาเฟียอายุมากเอาไว้ ศตวรรษค่อนข้างไม่พอใจ เขาสะบัดมือออกแล้วบีบคอเมฆินทร์อย่างแรงตามห้วงอารมณ์โทสะ เมฆินทร์เบ้หน้าด้วยความเจ็บเพราะหายใจลำบาก

“เรื่องมากฉิบหาย ตอนนี้กูไม่มีเวลามาเล่นกับกะหรี่อย่างมึงก็แค่นั้น อย่าเรียกร้องมากเกินไป” ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าแผ่ไอความน่ากลัวออกมาจนเมฆินทร์สัมผัสได้ การฆ่าไอ้เหี้ยเสือเป็นสิ่งที่เขาต้องการ อย่าบุ่มบ่ามทำอะไร

“ขอโทษครับ” เมฆินทร์แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาจนหัวหน้ามาเฟียแห่งพยัคฆ์ทมิฬรำคาญสายตา พอแต่งตัวเสร็จก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“ถ้าอยากโดนมาก เดี๋ยวกูให้คนพาไปที่บ้านกู มึงไปนอนรอที่นั่น เดี๋ยวดึก ๆ กูกลับมาจัดให้”

“ไปบ้านเฮียเหรอครับ” ความดีใจส่งออกมาทางสายตาจนปกปิดไม่มิด

“ก็ใช่ไง ที่ที่กูจะไปมันคนละทางกับกาสิโน กูขี้เกียจวนรถกลับมา”

“ความจริงไม่ต้องให้ผมไปรอที่บ้านก็ได้นะครับ ผมชอบเฮียเสือ อยากใช้เวลาอยู่กับเฮียเสือ อยากรู้ว่าปกติเฮียเสือต้องทำอะไรบ้าง” ชายหนุ่มพูดเสียงหวานคนละทางกับหน้าตาหล่อเหลา

“กูจะไปฆ่าคน อยากเห็นเหรอ”

หัวใจของเมฆินทร์กระตุกวูบ คนที่ชายคนนี้จะไปฆ่าก็คงไม่ใช่ใครอื่นไกล สายตำรวจทีมเดียวกับเขานั่นแหละ

“ครับ ผมอยากเห็น เฮียเสือตอนนั้นคงเท่น่าดู”

เมฆินทร์ฝืนยิ้มให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด คนแก่กว่ามองลึกเข้าไปในดวงตาสีหม่นคู่นั้น ดูมีอะไรให้น่าค้นหา

“เอาสิ ถ้าอยากไปก็ไป แต่อย่าดื้ออย่าซน อยู่นิ่ง ๆ ก็พอ เข้าใจไหม”

“ได้ครับ”

เมฆินทร์พูดด้วยรอยยิ้ม เขารีบลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้าอย่างรีบร้อน ในใจยังคิดอะไรไม่ออกเลยสักอย่าง มีเพียงเครื่องดักฟังเล็กจิ๋วที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าเด็กเสิร์ฟ ไร้ซึ่งอาวุธติดกายเพราะไม่สามารถพกเข้ามาในบ่อนแห่งนี้ได้

หวังว่ากำลังเสริมที่รออยู่ด้านนอกจะตามไปช่วยได้ทัน และหากตัวเขามีโอกาส ก็อาจจะพอทำอะไรได้บ้าง

talk :

สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงฉากนี้บอกเลยว่าหัวใจจะวายตามผู้กองเมฆินทร์จริงๆ เหตุการณ์พลิกผันไปไกลเกินคาด จากแผนเดิมที่กะว่าจะหาทางจัดการเป้าหมายในบ่อน กลับกลายเป็นว่างานนี้มีเพื่อนร่วมทีมพลาดท่าถูกจับตัวไปที่โกดัง แถมตัวผู้กองหนุ่มของเรายังต้องจำใจตีตั๋วตามติดมาเฟียตัวร้ายอย่างเฮียเสือไปถึงถิ่น เพื่อหาจังหวะช่วยเพื่อนและสะสางบัญชีแค้นในเวลาเดียวกัน!

บอกเลยว่าสถานการณ์ตอนนี้ทั้งตึงเครียด หายใจไม่ทั่วท้อง และอันตรายรอบด้านแบบสุดๆ กำลังเสริมข้างนอกจะตามมาทันไหม แล้วผู้กองเมฆินทร์จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์เฉพาะหน้าครั้งนี้ได้อย่างไร เตรียมกำหมัดลุ้นระทึกไปพร้อมๆ กันในตอนหน้านะคะ!

ฝากกดหัวใจ กดเพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้กับไรต์ในการสร้างสรรค์ตอนต่อไปด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป