บทที่ 4 ความแตก
ระหว่างทางไปโกดังสินค้าบรรยากาศบนรถค่อนข้างเงียบกริบ เมฆินทร์ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะในหัวพยายามคิดแผนการมากมายที่พอจะเป็นไปได้ในการลอบฆ่าศตวรรษ แต่ยิ่งเส้นทางลึกเข้าไปเท่าไร หัวใจก็ยิ่งหวาดหวั่นขึ้นมาทุกที
โกดังสินค้านี้อยู่บนเขาค่อนข้างใหญ่ มีป้อมปราการตรงทางขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งความหวังเพียงริบหรี่มากที่กองกำลังเสริมของทีมจะตามเข้าไปถึงด้านใน ที่ผ่านมายังไม่เคยมีสายรายงานว่าพวกแก๊งพยัคฆ์ทมิฬกักตุนสินค้าผิดกฎหมายไว้ที่นี่ นับเป็นความรู้ใหม่สำหรับเมฆินทร์เลย และแน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องถึงหูทีมสอบสวนในไม่ช้าอย่างแน่นอน
ภายในโกดังสินค้าสว่างโร่ เมฆินทร์เดินตามชายร่างสูงไปติด ๆ ส่วนสายตานั้นก็กวาดมองหาทางหนีทีไล่ จดจำเส้นทางไว้อย่างละเอียดเผื่อเวลาฆ่าไอ้เหี้ยเสือสำเร็จจะได้ไม่ต้องหลงทาง
“พวกมึงไปเจอตัวมันได้ยังไง” ศตวรรษออกปากถามแดนดินที่เดินตามหลังมาติด ๆ ใบหน้าคมคร้ามขมวดคิ้วยุ่งออกไปทางรู้สึกรำคาญพวกตำรวจที่ชอบแส่หาเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน
“คนของเราเห็นความผิดปกติในกล้องวงจรปิดน่ะครับ มันพยายามติดกล้องสอดแนมในร้านของเรา แล้วก็ไปด้อม ๆ มอง ๆ ทางเข้าชั้นใต้ดินของบ่อน ผมเลยสั่งให้คนของเราจับมันมาค้นตัวแบบละเอียด” แดนดินเอ่ยรายงาน
“...” ส่วนเมฆินทร์ฟังเจ้านายกับลูกน้องสองคนคุยกันอย่างเงียบเชียบ สองขาเดินไปตามทาง สมองเก็บข้อมูลและกระบวนการทำงานของคนพวกนี้ จนกระทั่งไปถึงห้องที่ขังสายตำรวจคนนั้นเอาไว้
“ปล่อยกูนะเว้ยไอ้พวกเหี้ย ปล่อยกู” เสียงนายตำรวจคนนั้นร้องโอดครวญดังลั่น ร่างกายถูกมัดเอาไว้ด้วยโซ่ตรวนบนเก้าอี้เหล็ก
ทันทีที่ได้เห็นหน้า เมฆินทร์ก็จำได้ทันทีว่าเป็นคนในทีมของตนเอง ดวงตาคู่นั้นมองมาทางเมฆินทร์อย่างมีความหวัง แต่เพราะตรงนี้ลูกน้องของศตวรรษมีอยู่มาก หากต่อสู้และช่วยเหลือก็คงจะพากันไม่รอดทั้งคู่ เมฆินทร์จึงได้แต่ยืนนิ่งเพื่อระงับโทสะไม่ให้แสดงความโกรธแค้นออกมาทางสีหน้า
“จำได้ไหม กูสั่งไว้ว่าอะไร” มาเฟียใหญ่วัยสี่สิบสามปีหันมาพูดกับเมฆินทร์ ชายหนุ่มได้สติจึงก้มหน้าตอบอย่างสงบเสงี่ยม
“เฮียสั่งให้ผมอยู่นิ่ง ๆ ไม่ดื้อไม่ซนครับ”
“อืม”
ลูกน้องจำนวนสี่ห้าคนที่นั่งเฝ้าภายในห้องลุกขึ้นยืนตรง ลูกสมุนพวกนี้พากันมายืนกันท่าให้เจ้านายหน้าตาเหี้ยมเกรียม ศตวรรษเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสายตำรวจคนนั้นที่มีท่าทางสะบักสะบอมไม่น้อย
“ไง เป็นสายตำรวจอีท่าไหน ไม่รอบคอบเลยนะมึงน่ะ” ศตวรรษพูดเสียงเรียบ ใบหน้าคมเข้มเลิกคิ้วสูง
“ถุย!” นายตำรวจชั้นผู้น้อยถ่มน้ำลายใส่หัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬราวกับไม่กลัวอะไรเลย ก่อนพูดต่อ
“ถึงกูจะพลาดโดนจับได้ แต่สักวันมึงก็ต้องโดนกฎหมายเล่นงานอยู่ดีไอ้เสือ” พูดจบก็มองไปทางเมฆินทร์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ผู้กองหนุ่มหน้าใสได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ในสมองก็ได้แต่ตำหนิตำรวจนายนั้นว่าการยั่วโมโหมันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร
“เอาปี๊บมาคลุมหัวมันที จะได้ไม่พ่นน้ำลายสกปรกใส่กู” มาเฟียแก่ตวาดเสียงแข็ง ก่อนมือหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทเนื้อดี เช็ดคราบน้ำลายบนหัวเข็มขัดลายหัวเสือคำรามแล้วโยนผ้าเช็ดหน้าสีดำเข้มทิ้งลงพื้นด้วยท่าทีรังเกียจ
“ได้ครับเฮีย” ลูกน้องคนอื่นวิ่งออกไปหาของที่เจ้านายสั่งทันที
“น้ำลายกูสะอาดกว่าสันดานมึงอีก ไอ้ชาติชั่ว ไอ้มาเฟียสารเลว”
“กูจะเลวหรือไม่เลวมันก็เรื่องของกู แต่กูไม่จำเป็นต้องใจดีกับพวกที่จ้องจะจับกูเข้าคุกแน่ ๆ”
เมฆินทร์พยายามส่งสายตาบอกตำรวจชั้นผู้น้อยกลาย ๆ ว่าให้อยู่เงียบ ๆ คนอย่างไอ้เสือหากกระตุ้นอารมณ์โกรธแค้นมันแล้ว ก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดเลยก็ได้ เพราะถ้าหากอยู่เฉย ๆ มันอาจจะจับขังไว้สักสองสามวัน เผื่อตอนที่เขาหาโอกาสได้ฆ่าไอ้เสือเมื่อไรจะแอบมาช่วยแล้วหนีไปด้วยกันก็ยังไม่สาย ทว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่เข้าใจที่เขาจะสื่อเลย
ยืนรอไม่นานลูกน้องก็นำถังปี๊บมาคลุมหัวให้นายตำรวจคนนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ลูกน้องของศตวรรษยังดันรถเข็นที่มีอาวุธจำนวนมากมาด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพวกสัตว์มีพิษอย่างงู แมงป่อง แมงมุมดำ เสมือนเป็นเครื่องทรมานเหยื่อเสียมากกว่า
“ใครส่งมึงมา” น้ำเสียงทรงอำนาจตะคอกอย่างเหลืออด เขาเองก็มีเวลาไม่มากที่จะต้องมายืนต่อล้อต่อเถียงกับพวกตำรวจสวะ
“เสือก!”
คำตอบนั้นทำเอาเมฆินทร์ค่อนข้างผิดหวัง ในเมื่อปากดีขนาดนี้ศตวรรษจึงหันมาหยิบมีดสั้นบนรถเข็น ความคมของมันทำให้แทงเข้าไปในถังปี๊บอย่างง่ายดายทำให้เฉียดใบหน้าตำรวจปากดีเพียงนิดเดียว
“ไม่รู้เหรอว่ากูฆ่าตำรวจทุกคนที่จับมา” มาเฟียอายุมากเปลี่ยนมาหยิบดาบซามูไรเล่มยาวคราวนี้เคาะถังปี๊บคลุมหัวสายตำรวจเบา ๆ
เคร้ง ๆๆ
เมฆินทร์ยืนกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล เขาอยากกระชากคอไอ้มาเฟียเวรนี่แล้วเอามีดปาดคอมันตรงนี้เลย แต่พวกลูกสมุนที่อยู่ตรงนี้มันมีมากกว่า ซ้ำยังอาวุธครบมืออีก อย่างที่บอกโอกาสล้มเหลวสูงมาก
“ก็มึงเหี้ยแบบนี้ไง ถึงสมควรติดคุก”
“จะไม่พูดใช่ไหมว่าใครส่งมึงมา” ศตวรรษเริ่มเหลืออด
“ไม่มีใครส่งกูมาทั้งนั้นแหละ กูอาสามาเอง”
“แล้วมึงพอจะบอกกูได้ไหม ว่าคนในทีมมีใครบ้าง เผื่อกูจะเปลี่ยนใจไว้ชีวิตมึง” ศตวรรษเค้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เหล่าลูกน้องทุกคนที่ยืนมองอยู่ดูชินชากับภาพตรงหน้า คงเป็นเรื่องปกติของคนพวกนี้ แต่ไม่ใช่กับเมฆินทร์ที่ค่อนข้างสะเทือนใจเมื่อเห็นผู้บริสุทธิ์ต้องถูกทำร้าย
“ไม่จำเป็น เจ้าหน้าที่รักษาสันติราษฎร์อย่างกูยอมตายดีกว่าขายชีวิตเพื่อนฝูง” เป็นคำตอบที่โง่มาก แต่ถ้าหากเป็นเมฆินทร์ก็คงจะทำแบบนั้นเช่นกัน
“ดี ถ้าอุดมการณ์หนักแน่นขนาดนั้นก็ตายไปซะ” มาเฟียหนุ่มใหญ่เอามีดแทงด้านล่างของถังปี๊บ เมฆินทร์ตกใจจะวิ่งเข้าไปหา แต่ลูกสมุนมาเฟียที่ยืนใกล้ ๆ ดันไวกว่า ร่างทั้งร่างของเมฆินทร์โดนล็อกไว้แน่นหนา สายตามองตรงไปยังเพื่อนร่วมทีมด้วยความสงสาร
“เฮียเสือครับ เฮียเสือจะฆ่าเขาเหรอครับ” เป็นคำถามที่เมฆินทร์คิดว่ามันโง่มาก แต่มันคงจะยื้อเวลาได้บ้าง
“ก็ใช่น่ะสิ อยากเห็นกูฆ่าคนไม่ใช่เหรอ” เฮียเสือยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาดุดันดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก ก่อนเสียบดาบซามูไรแหลมคมไปที่ถังปี๊บจนเกิดเสียงเสียดสี แล้วลากคมดาบเข้าหาลำคอของสายตำรวจคนนั้น
“อ๊ากกกกกก” เสียงร้องทุกข์ทรมาน สายโลหิตไหลลงมาตามเสื้อผ้า ศีรษะชายบนเก้าอี้ร่วงลงไปที่พื้น เมฆินทร์จ้องร่างบนเก้าอี้เขม็ง แล้วหันไปมองร่างสูงที่หันมายืนสบตากัน
“มึงดูตกใจนะ” พูดจบก็คืนดาบให้ลูกน้อง
“ผะ ผมไม่คิดว่าเฮียจะฆ่าเขา แค่ทรมานแล้วเอาไปทิ้งข้างทางก็พอแล้วมั้งครับ” มันเป็นภาพที่ค่อนข้างสะเทือนใจเขามาก
“เรื่องแบบนั้นมันมีแต่ในละครเท่านั้นแหละ ของจริงเขาไม่ปล่อยให้หมารอดชีวิตกลับมาฆ่าตัวเองหรอก” หนุ่มใหญ่ไม่พูดให้มากความ เขาจับข้อมือของชายหนุ่มตรงหน้าหวังจะพาออกไปจากตรงนี้
“เดี๋ยวสิ จะพาผมไปไหนครับ”
“ลืมไปแล้วเหรอ ว่ามึงขอมากับกูเพราะอะไร”
“...” เมฆินทร์ลืมแผนการก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว หัวสมองตอนนี้ว่างเปล่ามาก มือเย็นเฉียบ แถมใบหน้ายังซีดเผือด เขาค่อนข้างช็อกที่ต้องมาเห็นคนตายต่อหน้าโดยไม่ทันได้ช่วยเหลืออะไรเลย
“กลัวจนไม่กล้าเอากับกูแล้วหรือไง”
“เปล่าครับ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่แบบนั้น” ผู้กองหนุ่มลนลานที่จะตอบ
“ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมถึงยืนขาแข็งอยู่อีก ไปจากที่นี่กันเถอะ กูอยากลองของแปลกอย่างมึงเต็มทน” ศตวรรษเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ออกมาอย่างง่ายดาย ทั้งที่มือเพิ่งเปื้อนเลือดไปแท้ ๆ แต่สมองยังวกมาคิดเรื่องลามกได้ ไอ้เหี้ยเสือมึงเลวเกินคนไปแล้ว
“เราจะไปทำกันที่ไหนเหรอครับ” ถามออกไปด้วยความสงสัย
“เสร็จธุระแล้ว กลับบ้านกูไง”
“คะ ครับ”
พอได้รับคำตอบแบบนั้น มาเฟียรุ่นใหญ่ก็กระชากคนเด็กกว่าให้เดินตาม แต่เมฆินทร์ยังยืนนิ่งอยู่ สายตาก็เหลือบมามองร่างของเพื่อนร่วมทีมด้วยความหดหู่
“หูหนวกหรือไง ทำไมไม่เดินเสียที หรืออยากให้กูอุ้ม...?”
ชายร่างผอมสูงสะดุ้งเฮือก เขาก้าวขาเดินตามอย่างว่าง่าย จะให้ผู้ชายด้วยกันมาอุ้ม แค่คิดก็น่าขนลุกแล้ว
“ไม่เอาครับ ผมเดินเองได้”
“อืม”
บ้านพักของศตวรรษอยู่ไม่ไกลจากโกดังสินค้าเท่าไรนัก เดินทางเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดหมายแล้ว ที่นี่เป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่รอบข้างเป็นป่าทึบห่างไกลผู้คน เพราะทางเข้าบ้านเลิศหรูเปรียบดั่งพระราชวัง
เสียงจิ้งหรีดร้องต้อนรับในช่วงกลางคืน ภายในห้องนอนหรูหราแตกต่างจากโรงแรมในกาสิโนโดยสิ้นเชิง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นผลงานลายประณีต ของตกแต่งหลายชิ้นเป็นทองคำแท้
ศตวรรษเดินนำเข้ามาในห้อง ตามด้วยเมฆินทร์ที่เงียบกว่าปกติ อาจเป็นเพราะเพิ่งเจอเหตุการณ์ร้ายแรงมา มันเป็นภาพติดตาจนหัวใจเต้นรัวไม่หยุด ต่อให้เห็นคนตายต่อหน้ามากี่ครั้งก็ยังไม่เคยชินชา
“ขึ้นไปนอนบนเตียงสิ” ศตวรรษเอ่ยเสียงเรียบ
“เฮียเสือจะทำเลยเหรอครับ อาบน้ำก่อนไหม” เมฆินทร์ยังไม่พร้อมจึงหาทางยื้อเวลาไปก่อน
“อาบทำไม เดี๋ยวก็เสียเหงื่ออยู่ดี”
“ก็เฮียเพิ่ง เอ่อ...เพิ่งฆ่าคนมา อาบน้ำล้างตาให้สดชื่นหน่อยไหมครับ”
“ไม่ล่ะ กูเงี่ยu” มือหนาผลักร่างสูงโปร่งของคนอายุน้อยกว่าให้ล้มลงไปกับเบาะเตียงนอนขนาดใหญ่ ใบหน้าคมเข้มประดับหนวดเคราบาง ๆ ยกยิ้มน้อยนิดตามประสาคนยิ้มยาก เมฆินทร์รู้สึกขนลุกไปทั้งร่างกาย มองดูคนตัวโตเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างกาย อวดลายสักเสือคำรามบนแผงหน้าอก กล้ามเนื้อแน่น ๆ ดูดีมาก ซึ่งไม่เหมือนคนอายุสี่สิบสามทั่วไปเลย
“หุ่นดีจังเลยนะครับ” เมฆินทร์เอ่ยขึ้น เขาพยายามดึงสติกลับมา ไอ้เวรนี่เพิ่งฆ่าสายสืบในทีมไป และมันเป็นคนที่ฆ่าแม่ของเขา อย่าไปกลัวมัน ตั้งสติให้ดีไอ้เมฆ มึงต้องหาทางเอาคืนมันให้ได้
“...”
“กล้ามโคตรใหญ่เลย เห็นแล้วเสี้ยนรูหลังสุด ๆ ไปเลยครับ” แสร้งพูดออกมาเพื่อเอาอกเอาใจ
“อย่างอื่นก็ใหญ่” มาเฟียใหญ่ถอดกางเกงขายาวลงไปพร้อมกับกางเกงใน บางสิ่งที่ว่าใหญ่ดีดเด้งขึ้นมาชี้หน้าเมฆินทร์ ลำตัวของมันแข็งปั๊กราวกับไม่เคยอ่อนตัวลงเลย
“ผมรู้ดีครับ ใหญ่คับปากขนาดนั้น ถ้าไปอยู่ในรูก้นผมคงจะคับน่าดู” เมฆินทร์ท้าทาย ในตอนนี้เขาเริ่มมีสติขึ้นมาแล้ว
“งั้นก็แก้ผ้าออกสิ กูจะได้เสียบของกูเข้าไปในตัวมึง”
“อยากเอาผมมากขนาดนั้น ก็แก้ผ้าให้ผมเองสิครับ” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงดูยั่วยวนไม่น้อย จนเมฆินทร์ก็แทบไม่เชื่อตัวเองว่าทำไปได้อย่างไร
“ไม่มีปัญหา”
ร่างกำยำก้าวขาเดินขึ้นเตียงมาคร่อมร่างผอมโปร่งของเมฆินทร์เอาไว้ มือหยาบกร้านกระชากเสื้อกั๊กสีดำที่เป็นยูนิฟอร์มเด็กเสิร์ฟออก ดึงทึ้งเสื้อเชิ้ตสีขาวจนกระดุมขาดกระจุย เม็ดกระดุมกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง เผยให้เห็นผิวกายขาวผ่องตัดกับผิวสีแทนเข้มของเฮียเสือ
“ผิวสวยเป็นบ้า น่ากัดให้เป็นรอย” ศตวรรษพูดน้ำเสียงแหบพร่า
“ก็กัดสิครับ เล่นร่างกายผมได้เลย ผมพร้อมพลีกายให้เฮียอยู่แล้ว”
“เก่งให้ได้ตลอดละกัน” ใบหน้าคมเข้มโน้มลงไปขบกัดหัวนมสีหวานอย่างแรง ใบหน้าขาวใสเหยเก ก่อนจะร้องโอดโอยออกมา
“โอ๊ยยยยย จะกัดหัวนมของผมให้ขาดเลยเหรอครับเฮีย”
“อยากทำให้มันบวมมากกว่า” ไม่คิดว่าร่างกายบึกบึนตรงหน้าจะทำให้เขาต้องการมากถึงขนาดนี้ ฟันคมงับเม็ดปทุมอีกข้างอย่างมูมมาม ยอดอกแข็งเป็นไตจนอดไม่ได้ที่จะดูดเม้มให้เปียกน้ำลาย ริมฝีปากจูบไปตามเนื้อผิวขาวเนียนจนเป็นรอยกุหลาบสีช้ำ บางที่ก็กัดแรง ๆ จนเกิดรอยฟัน
ร่างกายท่อนบนของเมฆินทร์เปลือยเปล่า แขนแกร่งกอดรัดช่วงเอวเอาไว้ ก่อนจูบหน้าท้องลอนบาง ๆ ของคนใต้ร่าง ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวหน้าท้องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ
“อ่าส์ อยากโดนเสือกัดให้จมเขี้ยว ต้องอ้าขากว้างขนาดไหนครับ”
“แค่อ้าขาไว้นาน ๆ อย่าเอามือผลัก อย่าคลานหนี แค่นั้นก็พอ” มือหยาบกระด้างปลดกางเกงสแล็คสีดำของพนักงานเสิร์ฟหน้าหล่อออกจากเรียวขา กางเกงในสีดำเข้มทรงสี่เหลี่ยมให้ความรู้สึกแตกต่างจากเกย์รับออกสาวโดยสิ้นเชิง
“ระดับผมต้องเด้งเอวสวนเท่านั้นครับเฮียเสือ”
“ร่านแบบนี้ เดี๋ยวกูจะจัดให้ครางไม่หยุดเลยไอ้กะหรี่”
แควกกกกก!
ศตวรรษจับขอบกางเกงในยี่ห้อดังฉีกออกให้ขาดคามือแทนที่จะรูดลงไปตามเรียวขา ท่อนเนื้อของเมฆินทร์มีขนาดพอ ๆ กับของเฮียเสือเลย
ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายคนนี้เป็นเกย์รับ
“ไม่คิดว่าคนอย่างมึงจะเป็นโพล่าง น่าสนใจดีเหมือนกัน”
“โพข้างบนผมก็ชอบนะครับ”
“หมายถึงอะไร” ศตวรรษขมวดคิ้วเล็กน้อย
พรึ่บ...
เมฆินทร์ออกแรงผลักคนด้านบนให้ล้มลงไปด้านข้าง แล้วลุกขึ้นมานั่งทับท่อนเอวหนาของมาเฟียรุ่นใหญ่
“หมายถึงออนท็อปน่ะครับ ผมชอบขย่มให้คู่นอนตัวเอง”
“อืม มุมนี้ก็ดีเหมือนกัน” สายตาเหยี่ยวมองคนตัวขาวคล้ายชอบใจ พญามังกรใต้สะดือผงาดชูหัวดันร่องก้นคนตัวขาว ความร้อนผ่าวสัมผัสเนื้อก้นงอนอวบชวนให้แข็งยิ่งกว่าเก่า
“ใช่ไหมครับ หลายคนชอบให้ผมขึ้นให้”
“เลิกพูดมาก แล้วจับเอ็นกูใส่รูมึงเสียทีเถอะ กูแข็งจะตายอยู่แล้ว”
“ฮ่า ๆๆ เฮียใจร้อนจังครับ ผมกำลังจะทำให้นี่ไง” เมฆินทร์ลีลาให้สมองคิดหาจังหวะที่พอเหมาะ หัวเตียงมีโคมไฟพอใช้เป็นอาวุธได้ ชายหนุ่มหย่อนร่องก้นลงไปรูดกับลำท่อนยาวใหญ่ บางจังหวะผิวเนื้อกับพวงองุ่นก็สัมผัสกันอย่างแนบแน่น ใบหน้าหล่อเคลื่อนลงไปประกบปากคนแก่กว่า
มาเฟียใหญ่แห่งพยัคฆ์ทมิฬจูบตอบอย่างไม่ลังเล แลกลิ้นดุนดันกันอย่างเมามัน ส่วนล่างเสียดสีกันไม่พักจนต่างคนต่างแข็งโป๊ก เฮียเสือเอามือใหญ่บีบก้นนิ่มของคนด้านบน บังคับให้ก้นกลมบดท่อนเนื้อตนเองแบบเน้น ๆ
มือขาวผ่องลากไล้ไปตามรอยสักรูปเสือคำราม เมฆินทร์ไล้ฝ่ามือวนเวียนไปมาอย่างเชื่องช้า ปลุกเร้ากันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนไล่ฝ่ามือลงไปตามลำคอ และหยุดอยู่ที่สองมือบีบคอคนใต้ร่างอย่างแรง
“ตายซะเถอะมึง” เมฆินทร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน
“อะ...ไอ้เด็กเวร มึงจะทำอะไร”
“...” เมฆินทร์กดจุดตายบริเวณใต้คางเต็มแรง ดวงตาเหยี่ยวเปิดขึ้นมามองตาแข็ง เมฆินทร์หันไปหยิบแจกันกระเบื้องฟาดลงตรงหน้าผากของศตวรรษพอดิบพอดี
เพล้ง!
แจกันกระเบื้องแตกกระจายหน้าผากมีเลือดสีแดงซึมออกมา มือข้างหนึ่งบีบลำคอแกร่ง มืออีกข้างหยิบเศษกระเบื้องขึ้นมา ในตอนนี้ศตวรรษนอนแน่นิ่งไปสักพักหนึ่งแล้ว
“กูจะฆ่ามึงไง ไอ้เหี้ยเสือ” มืออีกข้างที่กำกระเบื้องเหวี่ยงลงมา แต่ยังไม่ทันถึงใบหน้าคมเข้ม ข้อมือก็โดนฝ่ามือแข็งกระด้างคว้าหมับเอาไว้แล้ว เปลือกตาสีแทนเปิดขึ้นมาจ้องมองกลับ ศีรษะยังคงปวดหนึบ แต่แรงที่ข้อมือกลับบีบแรงจนเมฆินทร์เจ็บแทน
“คิดว่ากูฆ่าง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง” ร่างสูงใหญ่ออกแรงเพียงนิดเดียว เหวี่ยงคนบนเอวให้พลิกลงมาอยู่ใต้ร่าง เมฆินทร์หน้าเหวอไปเล็กน้อยที่ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้ แต่ก็ยังยื้อแรงดันกระเบื้องในมือให้ทิ่มหน้าอีกฝ่าย
กร๊อบ!
ศตวรรษหักข้อมือชายหนุ่มอย่างเลือดเย็น เศษกระเบื้องในมือหล่นลงไปกับเบาะที่นอนนุ่ม โลหิตสีเข้มหยดใส่ใบหน้าขาวสะอาดของเมฆินทร์ มือหยาบกร้านบีบเข้าที่ลำคอชายหนุ่มอย่างแรง
“อึก!” เมฆินทร์หน้าดำหน้าแดงอย่างคนขาดอากาศหายใจ ศตวรรษแรงเยอะเหมือนพลังช้างสาร ขนาดตำรวจฝีมือดีอย่างเขายังรับมือได้ยาก
“อยากฆ่ากูเหรอ คราวนี้เป็นคนของใครอีกล่ะ”
“เป็นคนที่เกลียดมึงที่สุดในโลกไง” เมฆินทร์ตอบด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ตำแหน่งของเขาในตอนนี้ค่อนข้างเสียเปรียบ และมาเฟียตรงหน้าก็ไม่ได้มีดีแค่พละกำลัง ฝ่ามือใหญ่กำเกือบรอบลำคอระหงด้วยมือข้างเดียว
ใบหน้าขาวเริ่มซีดเผือด ผู้กองหนุ่มพยายามเอามือจิกหัวอีกฝ่าย ใช้สองนิ้วจิ้มลูกตาเหยี่ยวให้เสียหลัก ศตวรรษสะบัดตัวถอยออกไปขยี้ตา เมฆินทร์ตามเข้าไปต่อยสมทบอีกครั้ง ความแค้นอัดลงไปในกำปั้น แต่ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงที มาเฟียหนุ่มหมุนกลับมาอยู่ตรงหัวนอน
ร่างขาวไร้อาภรณ์พุ่งเข้าไปหาเฮียเสืออีกครั้ง
ปึก!
มาเฟียรุ่นใหญ่ใช้ท่อนขายาวถีบหน้าอกชายหนุ่มจนหงายหลังหล่นเตียงไป เขาเปิดลิ้นชักคว้าปืนพกสั้นสีดำออกมา ชายหนุ่มผิวสีแทนก้าวขาลงจากเตียง เมฆินทร์ยันตัวเองขึ้นมาพอดี ยังไม่ทันจะลุกขึ้น ปลายกระบอกปืนก็จ่ออยู่กลางหน้าผากมน
“ไงคนเก่ง” ศตวรรษยิ้มร้าย เมฆินทร์อึ้งไปสักพักหนึ่ง แต่สัญชาตญาณตำรวจที่ฝึกฝนมาก็ทำให้เขาแย่งปืนของเฮียเสือ
ศตวรรษเบี่ยงปืนหนีอย่างรู้ทัน ใช้เท้าถีบหน้าอกเปลือยของคนตรงหน้าให้นอนลงไปกับพื้น ฝ่าเท้าเหยียบกลางหน้าอก ลงแรงขยี้ส้นเท้าไม่ให้ลุกขึ้นมาก่อนเล็งปืนลงไปกลางหน้าผากอีกครั้งอย่างตั้งใจ
“ถ้ากูตายง่าย ๆ กูคงไม่รอดมาจนถึงตอนนี้หรอก จริงไหม?”
“อย่าให้กูรอดไปได้นะ กูจะฆ่ามึง”
ปัง!
ศตวรรษยิงลงไปตรงพื้นกระเบื้องข้างใบหูเมฆินทร์จนเป็นรอยหลุมกระสุน เขาเบี่ยงปลายกระบอกปืนเล็กน้อยมาทางใบหน้าขาว ซึ่งคราวนี้คงไม่พลาดเป้าแน่
“คิดว่าจะรอดไหมล่ะ ปืนจ่อหน้าผากขนาดนี้”
“งั้นก็ฆ่ากูสิ โหดนักก็ฆ่ากูเลยไอ้เหี้ยเสือ”
“พอมาลองคิดดูแล้ว คนอย่างมึงน่าจะไม่ใช่เกย์รับอย่างที่ปากว่า”
“คนอย่างกูไม่มีวันอ้าขาให้ใครหรอก”
“งั้นก็อ้าขาให้กูสิ เดี๋ยวกูไว้ชีวิต”
“กูไม่มีวันอ้าขาให้ตัวเหี้ยอย่างมึงหรอก”
ผัวะ
มาเฟียหน้าโหดฟาดกระบอกปืนเข้าข้างขมับคนตัวขาวอย่างจัง สายตามองคนบนพื้นเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยเปลวไฟเสน่หา
“กูจะให้โอกาสมึงคิดอีกทีก็แล้วกัน”
take :
สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่ลุ้นระทึกและบีบหัวใจที่สุด! บอกเลยว่าฉากปะทะระหว่างผู้กองเมฆินทร์กับเฮียเสือคือเดือดระอุแบบพริกสเกลร้อยเม็ด ความแค้นที่สุมอกทำให้เมฆินทร์ตัดสินใจลุยเดี่ยวหวังจะปลิดชีพมาเฟียตัวร้ายให้จบสิ้นในคืนนี้ แต่สถานการณ์กลับพลิกผันจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แถมตอนนี้ยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่จนมุมสุด ๆ อีกต่างหาก
งานนี้ผู้กองคนเก่งของเราจะหาทางพลิกเกมหนีรอดไปได้อย่างไร หรือจะต้องยอมจำนนภายใต้เงื่อนไขสุดอันตรายของเฮียเสือ เตรียมกำหมัดและลุ้นจนตัวเกร็งไปพร้อมกันในตอนหน้านะคะ รับรองว่าเข้มข้น พลิกผัน และคาดเดาไม่ได้แน่นอนค่ะ
ฝากกดหัวใจ กดเพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้กับไรต์ในการสร้างสรรค์ตอนต่อไปด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
