บทที่ 6 ตอนที่ 6 บอกว่าให้ขึ้นมานั่งตักกูไง

ตอนที่ 6 บอกว่าให้ขึ้นมานั่งตักกูไง

เวลาตีหนึ่งกว่า ๆ เมฆินทร์ยังไม่สามารถหลับตาลงได้ หนึ่งเพราะร่างกายถูกมัดในท่ายืน สองเพราะเขายังไม่อยากนอน คืนนี้อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำอะไรบางอย่าง

“เฮ้ย! ข้างหน้าห้องมีใครอยู่ไหม กูปวดฉี่” นายตำรวจหนุ่มตะโกนเสียงดัง พอไม่มีเสียงตอบรับก็เรียกซ้ำอีกรอบ ไม่แปลกหรอกหากเวลานี้ไอ้พวกลูกสมุนเฝ้ายามหน้าห้องจะแอบหลับ

“ฉี่จะราดแล้วโว้ย พากูไปเข้าห้องน้ำหน่อย”

ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินเสียงปลดล็อกแม่กุญแจด้านนอก เมฆินทร์ลอบยิ้มก่อนจะแสร้งทำสีหน้าร้อนใจ

“ทำไมนานแท้วะ เยี่ยวจะแตกแล้วเพื่อนยาก”

“หุบปาก อย่าพูดมาก กูรำคาญ” ลูกน้องมาเฟียคนหนึ่งเข้ามาปลดโซ่ออกจากร่างกายของเมฆินทร์

เคร้ง!

โซ่ตรวนขนาดใหญ่ร่วงลงพื้น ผู้กองหนุ่มเป็นอิสระจากพันธนาการ แต่ข้อมือยังถูกกุญแจข้อมือเหล็กล็อกไพล่ไว้ด้านหลัง เมฆินทร์สะบัดแข้งขาให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายแค่นิดเดียวก็โดนเรียกให้เดินตามไป

“มัวยืนทำอะไรอยู่ ไหนว่าปวดฉี่ไงวะ”

“ครับ ๆ พอดีมันเมื่อยน่ะ”

“จะไปเข้าห้องน้ำก็รีบไป อย่าลีลาให้มากนัก”

“รู้แล้วครับ ๆ” ผู้กองหนุ่มตอบรับอย่างนอบน้อม ร่างสูงโปร่งเดินออกมาพ้นหน้าประตูก็เห็นลูกสมุนอีกคนนั่งหลับ เขาเดินตามต่อไปอย่างเงียบเชียบจนถึงหน้าห้องน้ำ

“เข้าไปสิ ยืนรออะไรอีก”

“ปลดกุญแจให้หน่อยได้ไหมเพื่อน มันรูดซิปกางเกงไม่ได้”

ชายแปลกหน้ามองเมฆินทร์อย่างพินิจพิจารณา สุดท้ายก็ปลดล็อกกุญแจมือให้โดยไม่คิดอะไร ทันทีที่มือเป็นอิสระ นายตำรวจหนุ่มสะบัดมือเล็กน้อยให้เส้นคลายแล้วหันกลับไปต่อยหน้าท้องอีกฝ่ายทันที

ผัวะ

“อึก... มึง!”

เมฆินทร์ต่อยซ้ำอีกที มันดูง่ายกว่าตอนรับมือกับเฮียเสือ ผู้ชายคนนี้ไหวพริบดี ปฏิกิริยาตอบสนองเร็วจนน่าสงสัยว่าผ่านการฝึกฝนอะไรมาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคงจะแตกต่างจากพวกลูกน้องหางแถวพวกนี้

ชายหนุ่มก้มลงไปค้นตัวลูกสมุนปลายแถว ได้ปืนพกสั้นมากระบอกหนึ่ง แล้วเดินย่องไปตามเส้นทาง ทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด เขาพอจำเส้นทางไปยังห้องนอนของศตวรรษได้

สายตาเริ่มชินกับความมืด เขาเดินขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ ตรงไปยังห้องนอนของมาเฟียใหญ่ ชายหนุ่มที่ฆ่ามารดาของเขา

ด้านหน้าห้องมีการ์ดคอยเฝ้าระวังไว้ตามระเบียบ เมฆินทร์หลบอยู่ตรงบันไดทางขึ้นสักพักอย่างใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรเข้าไปด้านในดี

หากเดินเข้าไปแบบโจ่งแจ้ง คงจะกลายเป็นศพภายในไม่กี่วินาที แต่ถ้ายิงปืนก็จะเกิดเสียงดัง เป้าหมายที่หลับอยู่ในห้องนอนก็อาจจะรู้ตัวก่อนก็ได้ และพวกลูกสมุนเฝ้ายามนอกตัวคฤหาสน์ก็อาจจะวิ่งขึ้นมารวมตัวกันที่นี่

ไม่มีวิธีไหนปลอดภัยเลย และเมฆินทร์อยากฆ่าไอ้เหี้ยเสือคนเดียว คนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

แกร๊ก ๆ

คนเฝ้ายามจุดบุหรี่มวนหนึ่ง แล้วเริ่มเดินไปเดินมาแก้เบื่อ เมฆินทร์อาศัยจังหวะที่ชายคนนั้นหันหลังเดินไปอีกทาง รีบย่องเข้าไปหวังจะสับหลังคอ แต่โชคร้ายไปหน่อยที่การ์ดเฝ้าประตูหันมาจ๊ะเอ๋กันพอดิบพอดี เมฆินทร์ยิ้มแห้งส่งไป อีกคนทักท้วงด้วยความตกใจ

“เฮ้ย! มึงมาอยู่นี่ได้ไง”

“มาฆ่าเจ้านายมึงไงถามมาได้” เมฆินทร์เหวี่ยงหมัดจ่อเข้าไปใต้ลิ้นปี่ แต่อีกคนหลบได้ เขาเลยใช้ความเร็วเตะเสยปลายคาง แล้วเอากระบอกปืนฟาดไปที่หลังคออีกที

ฟึ่บ!

ยามเฝ้าหน้าประตูห้องทรุดลงไปนอนสลบอย่างง่ายดาย ผู้กองเมฆินทร์ยังยืนยันคำเดิมว่าลูกสมุนเหล่านี้ฝีมือต่างชั้นกับเจ้านายเหมือนอยู่กันคนละโลก

นายตำรวจร่างสูงโปร่งเดินผ่านเข้าไปบิดลูกบิดประตู น่าหงุดหงิดที่มันล็อกอยู่ ชายหนุ่มเดินกลับมาค้นแม่กุญแจจากยามเฝ้าประตูเผื่อจะมี

ยามคนนี้มีพวงกุญแจขนาดใหญ่ห้อยที่เอว เขารีบแกะออกมาไล่ไขทีละดอกอย่างร้อนใจ

แกร๊ก!

ประตูปลดล็อกเป็นที่เรียบร้อย เมฆินทร์รีบเปิดประตูเข้าไปกราดยิงบนเตียงนอนทันทีทันใด

ปัง ๆๆๆ

เสียงปืนดังสนั่นลั่นคฤหาสน์ ผู้กองหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อไม่มีใครนอนอยู่บนเตียง ทันใดนั้นเองลำคอของเขาถูกรัดด้วยของแข็งดังคีมเหล็ก แผ่นหลังชนกับแผงอกกว้าง ศตวรรษรวบตัวผู้บุกรุกไว้ในอ้อมแขน มืออีกข้างปลดอาวุธปืนโยนออกไปให้ไกลจากลำตัว

“คิดถึงว่าที่สามีเหรอ เข้ามาหาถึงที่เลยนะ” ถามออกไปอย่างยียวน

“คิดถึงค__ไร กูจะเข้ามาฆ่ามึง”

“อยากเป็นเมียกูจนตัวสั่นเลยสิท่า ถึงได้รอให้คำตอบวันพรุ่งนี้ไม่ได้”

แผล็บ!

ลิ้นชื้นเลียใบหูเล็กหยอกเย้า เมฆินทร์ดีดดิ้นอยู่ในอ้อมแขน เขาหงุดหงิดตัวเองที่สู้แรงผู้ชายด้วยกันไม่ได้

“ปล่อยกู”

“ซนขนาดนี้ จะให้กูปล่อยมึงไปง่าย ๆ เหรอ”

“แล้วมึงจะทำอะไรกู”

“ลงโทษหน่อยดีไหม ข้อหาคิดฆ่าว่าที่ผัวในอนาคต”

“โอ๊ย ใครจะยอมเป็นเมียมึงไม่ทราบ”

“มึงไง”

ศตวรรษดันร่างคนตรงหน้าให้เดินเข้าไปใกล้เตียงนอน เอาเท้าสกัดขาของเมฆินทร์ให้เสียหลักล้มลงไปนอนคว่ำอยู่กับเบาะนุ่ม ๆ ที่มีรอยกระสุนปืนเจาะเป็นรู

“พ่องตายเหอะ ไอ้เหี้ยเสือ”

“ด่ากูว่าเหี้ย ระวังได้เหี้ยเป็นผัวนะ” คนแก่กว่าโดดตามขึ้นไปนั่งทับช่วงเอวอีกฝ่ายไม่ให้ดิ้นหนี

“ตัวหนักยังกะควาย อย่ามานั่งทับกูนะโว้ย”

“ขอลงโทษเด็กดื้อก่อน แล้วจะพาไปส่งที่ห้อง” มือหนาถลกกางเกงสแล็คสีดำลงไปพร้อมกางเกงในพอให้เห็นแก้มก้นขาว มือหนาฟาดลงไปอย่างแรง

เพียะ

“อย่ามาตีตูดกูนะ กูไม่ใช่เด็ก”

“แต่มึงเด็กกว่ากูไง ไอ้หนูเมฆินทร์”

เพียะ

มาเฟียใหญ่ตีตูดเนื้อแน่นจนขึ้นรอยมือ แต่เมฆินทร์ชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

“มึงรู้ชื่อกูได้ไง กูไม่เคยบอกชื่อจริงกับมึง”

“รู้ก็แล้วกัน”

เพียะ ๆ

คนแก่กว่าฟาดแก้มก้นข้างละทีอย่างมันเขี้ยว นายตำรวจหนุ่มพยายามเอี้ยวตัวหันไปคุยด้วย แต่ก็ต้องหันมาซุกหน้าลงกับหมอนซ่อนความเจ็บแสบ

“รู้ว่ากูเป็นใคร ทำไมไม่ฆ่ากูทิ้ง”

“เงี่ยu อยากกระแทกตูดมึง”

“ไอ้สัด สมองมึงหมกมุ่นแต่เรื่องใต้สะดือ”

“หึ ก็มึงสวยดี ยิ่งมองยิ่งสวย” มือใหญ่นวดคลึงแก้มก้นขาว พอบีบจนสนุกมือก็จะฟาดซ้ำลงมา ไม่รู้ว่าบทลงโทษจะจบลงตรงไหน แต่ก้นของเมฆินทร์นั้นแดงเถือกไปหมดแล้ว

“อย่าพูดอะไรแบบนั้นออกมาได้ไหม กูขนลุก”

“อย่าขนลุกไปเลย ของแบบนี้มันต้องลอง แล้วจะติดใจ” มือหนาแบะเนื้อก้นลูกท้อที่เบียดกันออก จนเห็นรูจีบสีแดงอ่อน เฮียเสือลอบเลียริมฝีปากอยากรังแกรูนี้เต็มทน แต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อน การข่มขืนไม่อยู่ในวิสัยของเขา

“ติดส้นตีนกูนี่”

“เพราะแบบนี้ไง กูถึงอยากเอามึง”

เพียะ

ศตวรรษตีก้นอวบซ้ำ ๆ จนกว่าจะพอใจ ถ้าพรุ่งนี้เมฆินทร์ยังปฏิเสธหัวชนฝาอีก ก็อาจจะจบที่ศพไม่สวย

วันต่อมา...

เมฆินทร์โดนมัดมือไว้กับเสากลางห้อง เมื่อคืนไอ้มาเฟียหน้าชั่วคนนั้นลากเขามาไว้ที่เดิม พร้อมเปลี่ยนทีมเฝ้าหน้าห้องอีกต่างหาก

นายตำรวจหนุ่มไม่มีโอกาสได้หนี ลูกสมุนคนใหม่คุมเข้มกว่าเดิม ที่สำคัญยังฝีมือดีเทียบชั้นครูได้เลย น่าเสียดายที่คนเก่งแบบนี้เลือกมาทำงานในสถานที่เน่าเฟะ ถ้าทำงานรับใช้ชาติคงจะมีเกียรติมากกว่านี้

ภายในห้องไม่มีคนเฝ้า โซ่ตรวนก็แน่นหนา ทำได้แค่รอเวลาให้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นกลับมาคุยกับเขา เวลาเดินไปอย่างรวดเร็วเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด หัวใจผู้กองหนุ่มก็หวาดหวั่นไปหมด

แอ๊ด

บานประตูเปิดออก ร่างสูงตระหง่านเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพร้อมลูกน้องคนสนิท เมฆินทร์ไม่อยากจะมองหน้าไอ้ชั่วนี่ด้วยซ้ำ แต่ถ้ามองศพตอนมันตายก็น่าสนใจดี

“รอนานไหม”

“ใครรอมึง ไม่ได้รอ”

“เหรอ”

“เออดิ ไอ้ควาย”

“คำตอบกูล่ะ”

“คำตอบอะไร มึงยังไม่ได้ถามอะไรเลยสักอย่าง” ชายหนุ่มรู้อยู่แก่ใจ แต่ที่พูดแบบนั้นออกไปก็เพื่อยื้อเวลาเฉย ๆ เขายังไม่พร้อมที่จะตอบ

“ยอมเป็นเมียกูไหม”

“ถ้ากูตอบว่าไม่”

ศตวรรษล้วงปืนพกสั้นสีดำขึ้นมาจ่อหน้าผากนายตำรวจอายุน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง “ก็แค่ตาย”

“...” เมฆินทร์ลอบกลืนน้ำลาย เขายังไม่อยากตายตอนนี้ แต่ก็ไม่อยากโดนไอ้สารเลวนี่อัดถั่วดำเหมือนกัน

“ว่าไง มีคำตอบไหม”

แกร๊ก!

มาเฟียรุ่นใหญ่ปลดไกปืน สอดนิ้วเข้าไปเกี่ยวไกปืน

“กูไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย มันเจ็บไหม”

“กูมีเจลหล่อลื่น มันช่วยได้”

“ของมึงใหญ่ กูกลัว”

“ถามอะไรเยอะแยะ สรุปจะยอมเป็นเมียกูไหม” ศตวรรษเอียงคอถาม

ร้อยตำรวจเอกเมฆินทร์นิ่งไป บางทีเขาอาจจะต้องยอมเสียตัวเพื่อมีชีวิตไว้แก้แค้น ทำให้ไอ้แก่นี่ตายใจแล้วเชือดทิ้งทีหลังก็คงไม่สาย

“เออ กูยอม”

“ก็แค่นี้” ชายหนุ่มผิวสีแทนลดระดับปืนลงไปข้างลำตัว

“แล้วจะเอากูที่ไหน ตรงนี้เหรอ กูไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้ว ดูดคอแล้วเจอขี้ไคลกูไม่รับผิดชอบนะ”

“งั้นก็ไปอาบน้ำ”

“ที่ไหน”

“บนห้องกู”

“งั้นก็แกะโซ่ออกสิ มัดกูไว้แบบนี้ กูจะขึ้นไปห้องมึงยังไง”

“อย่าคิดตุกติกล่ะ เพราะกูก็พร้อมฆ่ามึงตลอดเวลาเหมือนกัน”

“กูรู้แล้วว่ามึงเก่ง มึงมีฝีมือ กูไม่ทำอะไรโง่ ๆ หรอก”

“ก็ดี”

ชายวัยสี่สิบสามหันไปสั่งแดนดินที่ยืนรอรับใช้อยู่ เพียงแค่ส่งสายตา มือขวาคนสนิทก็เดินเข้ามาปลดโซ่บนร่างกายของนายตำรวจออกทุกชิ้น พร้อมดันร่างกายสูงโปร่งให้เดินตามหลังเจ้านายไป

ภายในห้องน้ำเย็นชืดชวนให้ขนลุก อาจจะเพราะเป็นช่วงฟ้ามืด บรรยากาศจึงหนาวเหน็บ ร่างผอมโปร่งโดนดันหลังให้เข้าไปในห้องน้ำขนาดใหญ่ แต่พอจะปิดประตูเท่านั้นแหละ ร่างหนาในชุดสูทกลับเดินตามเข้ามาด้วย

“เดี๋ยว ๆ จะเข้ามาทำไม”

“กูเพิ่งกลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ อยากอาบน้ำเหมือนกัน”

“ทำไมไม่รอกูอาบน้ำให้เสร็จก่อน”

“ก็อยากอาบกับมึง จะได้มีคนถูหลังให้”

“ตอแหล มึงอยากเอากูในห้องน้ำก็บอกมาเถอะ”

“ใช่ กูอยากเอามึง”

คนแก่กว่าหันไปปิดประตูลงกลอนห้องน้ำอย่างดี พร้อมถอดเสื้อผ้าแขวนไว้บนราวหน้าตาเฉย

“หน้าด้านฉิบหาย”

“ด้านได้อายอดไงไอ้หนู”

“เฮ้อ... รำคาญคนขี้เงี่ยuอย่างมึง”

“ถ้ารู้ว่ากูเงี่ยuก็แก้ผ้าได้แล้ว จะได้ลงอ่างสักที”

ชายร่างหนาผิวสีแทนเข้มถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกจากร่างกาย ท่อนล่างใหญ่มากแม้จะยังไม่แข็งตึง ศตวรรษเดินโทงเทงเข้าไปนั่งในอ่างน้ำจากุชชี่ที่มีน้ำอุ่นและฟองสีขาวเต็มอ่าง น่าจะเป็นแม่บ้านเข้ามาเตรียมเอาไว้ให้ก่อนหน้านี้

“ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบถอดเสื้อผ้าได้แล้ว”

“เออ รู้แล้ว”

เมฆินทร์ถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายด้วยใบหน้าดูไม่ค่อยมีความสุขเลยสักนิด พอร่างกายไร้สิ่งใดปกปิดก็เดินเข้าไปหาศตวรรษอย่างเชื่องช้า เขาอยากให้ช่วงเวลากระอักกระอ่วนใจแบบนี้ผ่านไปเร็ว ๆ

ร่างกายขาวมีกล้ามเนื้อเหมือนผู้ชายออกกำลังกายทั่วไปทรุดตัวลงนั่งอีกฝั่งของอ่าง น้ำอุ่นในอ่างสัมผัสร่างกายให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่เมฆินทร์กลับเกร็งไปทั้งตัว

ปกติเป็นนักล่า แต่พอต้องมาตกอยู่ในสถานะเหยื่อ มันไม่ชินเลยสักนิด

“นั่งไกลอะไรขนาดนั้น ขยับมานั่งบนตักกูนี่”

“ไม่เอา กูยังไม่ทำ กูอยากอาบน้ำก่อน” เขาพูดดักทางอย่างรู้ทัน

“ก็ยังไม่ได้จะทำอะไร แค่อยากถูตัวให้” ศตวรรษเฉไฉ

“ไม่ต้องเสือก กูทำเองได้” ชายหนุ่มวักน้ำขึ้นมาถูตามเนื้อหนังของตนเอง แค่ไหล่กับหน้าอกที่โผล่เหนือน้ำก็สามารถกระตุ้นอารมณ์มาเฟียแก่ได้อย่างง่ายดาย

“มานั่งตักกูเดี๋ยวนี้ไอ้หนูน้อย”

“หนูน้อยบ้านมึงอะ”

“อาฮะ ก็นี่บ้านกู”

เมฆินทร์ชูนิ้วกลางให้หัวหน้ามาเฟียแห่งพยัคฆ์ทมิฬ ใบหน้าเกรี้ยวโกรธเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ มือก็ถูไปตามผิวตนเองเรื่อย ๆ สายตามองคนตัวหนาฝั่งตรงกันข้ามอย่างไม่ไว้ใจ

“อาบน้ำเสร็จก็ขึ้นมานั่งตักกูด้วยนะ กูจะรอ”

“รอทำไม”

“รอเ_ดรูตูดเมีย”

“พ่องตาย”

Take :

สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่หกกันแล้ว บอกเลยว่าความปากแจ๋วของน้องเมฆินทร์ของเราไม่เคยแผ่วเลยจริง ๆ ถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยอมจำนนเพื่อแผนการใหญ่ แต่ฝีปากและการต่อรองก็ยังคงกวนประสาทเฮียเสือได้ตลอด งานนี้จากแผนจะมาฆ่ามาเฟียตัวร้ายให้ตายคาเตียง กลับกลายเป็นว่าต้องมานั่งอาบน้ำอยู่ในอ่างเดียวกันซะงั้น!

ส่วนเฮียเสือของเราก็คือเดินหน้าเต็มสูบ รุกหนักไม่มีแผ่ว แถมยังขยันหยอกขยันแกล้งจนน้องเมฆหัวจะปวดอยู่แล้ว บอกเลยว่าฉากต่อไปในห้องนอนเดือดระอุและชวนลุ้นตามแบบสุด ๆ แน่นอนค่ะว่าบทสรุปของค่ำคืนนี้จะจบลงอย่างไร และแผนล้างแค้นของน้องเมฆินทร์จะเดินหน้าต่อไปในทิศทางไหน เตรียมตัวลุ้นและส่งกำลังใจให้ผู้กองคนเก่งของเรากันด้วยนะคะ!

ฝากกดหัวใจ กดเพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้กับไรต์ในการสร้างสรรค์ตอนต่อไปด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป