บทที่ 1 XXX KINDLE : INTRO
‘ชุดชั้นใน W สวมใส่สบาย นาราลองแล้ว คุณผู้หญิงทุกคน ห้ามพลาดนะคะ’
สายตาของผมจับจ้องไปที่ทีวี มองร่างสวยของคนที่อยู่ในนั้น สวมชุดชั้นสีน้ำเงินสด กำลังยิ้มแย้มและเต้นไปมาอยู่บนเตียงนอนที่ขาวสะอาด สายตาที่สะกดทุกคนให้จับจ้องเธอ เรือนร่างที่ขาวนวล ทรวงทรงอกเอวเป็นที่รู้ดีว่าเหมาะกับผู้หญิงอย่างเธอเป็นที่สุด ริมฝีปากของผมเหยียดตรง ยกแก้ววิสกี้ยกขึ้นดื่ม หมุนลูกดอกสีแดงในมือไปมา
ปัก!
ลูกดอกถูกส่งออกไปจากน้ำหนักมือของผม พุ่งตรงไปปักบนรูปภาพของหญิงสาวที่อยู่ในทีวี มันทิ่มแทงลงไปในดวงตาจนลึกลงอย่างเห็นได้ชัด
ความจริงที่ผมควรรู้ว่าทำไมผมถึงโดนกระทำแบบนี้ ใช่ ผู้หญิงที่กำลังโลดแล่นอยู่ในทีวีทำให้ผมต้องทนทุกข์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผ่านความเศร้าโศก ความเสียใจ และความเจ็บปวดชนิดที่ว่าแทบจะตายอยู่ทุกวันที่หายหน้าไป
ไม่มีใครคาดคิดว่าผมจะเป็นได้ขนาดนี้เพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว และเป็นผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว... ผมเลิกรักเธอ และเปลี่ยนเป็นความแค้นในชนิดที่ว่าอยากจะทำให้เธอทรมานมากกว่าที่ผมเป็น ที่ผมพบเจอ เหตุผลงี่เง่าของเธอทำให้ผมสืบรู้มาว่าครอบครัวของเธอที่ไม่เคยเปิดเผยให้ผมรู้
เป็นเพียงแค่ครอบครัวที่เก็บเธอมาเลี้ยง หวังพึ่งพาร่างกายและความสวยเข้าหลอกล่อผู้ชายรวยๆ ให้ติดกับและผมไม่ใช่หนึ่งในนั้น ความจริงที่ผมไม่ได้บอกเธอว่าผมเป็นใคร เพียงเพราะอยากจะดูว่าดาวมหาลัยอย่าง ‘นารา’ จะสนใจคนอย่างผมที่ไม่มีอะไรเลยได้หรือเปล่า?
ใช่เธอสนใจผม เธอตกลงคบกับผมเป็นแฟน แต่ไม่ได้บอกทางบ้านให้รู้... เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะว่าผมมันจนไง เธอไม่เคยเล่าเรื่องพ่อแม่ให้ผมฟัง ไม่เคยเล่าว่าบ้านของเธอเป็นตัวกระหายหิวเงินมากแค่ไหน ที่คิดคบกับผม อาจจะยกระดับตัวเองให้ดูดีขึ้น หรือเพราะผู้ชายที่พ่อแม่หามาให้มันมีแต่แก่ๆ ก็ไม่รู้
ผมลุกขึ้นเดินไปที่กระดานดำในห้อง ก่อนจะหยิบรูปของเพื่อนรัก ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว รูปของขุนทัพเพื่อนรักของผมที่มันมีส่วนทำให้ผมเจ็บเจียนตายเพราะปิดบังเรื่องโง่เง่ากับนารา เหตุผลที่โคตรจะฟังไม่ขึ้น ทำให้ผมเลือกที่จะปล่อยมันผ่านไป ผมไม่สนเรื่องที่ว่านารากับขุนทัพทำอะไรกันไว้ และผมก็รู้ว่ามันไม่ได้มีอะไรอย่างที่ผมคิด แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นของ ‘ความแค้น’ มือของผมขยำรูปขุนทัพและเขวี้ยงลงถึงขยะ กำจัดมันไปได้แล้ว ที่เหลือก็คือ...
“เธอ... รายต่อไป”
รูปของนาราที่เป็นรูโหว่เนื่องจากลูกดอกที่ผมปาไปมันปักลงที่ดวงตาของเธอพอดี ตอนนี้ผมต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้เจ็บปวดจนตายที่ทิ้งผมไว้ให้จมดิ่งกับความทุกข์มาตลอดหลายปี
ตอนนี้ผมเข้มแข็งพอที่จะกลับมาเผาทุกคนที่ทำให้ผมเจ็บ และผมจะเผา ‘แฟนเก่า’ ด้วยไฟแห่งความแค้น ไฟของ ‘มังกร’ ที่น่ากลัวยิ่งกว่าไฟไหนๆ
<br/>ผมกวาดสายตามองร่างบางที่กำลังถ่ายงานอยู่ที่ริมสระน้ำที่เป็นเครือบริษัทของพ่อผม คนของผมสืบทุกเรื่องของเธอ นารามีทั้งข่าวฉาวและข่าวเสียหายเต็มไปหมด ทำให้ผมที่เคยมองเธอแสนดีในตอนนี้ เป็นเพียงผู้หญิงที่หิวเงินคนหนึ่งเท่านั้นล่ะ นารามีข่าวฉาวกับผู้จัดการตัวเอง มั่วเซ็กส์กับนายแบบด้วยกัน และข่าวขายตัวที่โด่งดังไปทั่ว เพราะมีรูปที่ยืนยันตลอดว่าเธอควงผู้ชายไม่เคยซ้ำหน้า และเธอก็ออกมาปฏิเสธข่าวทั้งหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอดูเงียบ กลับโด่งดังมากกว่าเก่าด้วยซ้ำ มีเอเย่นต์ต่างพากันมอบงานให้เธอทุกทาง เสนอเงินที่มากมายให้ เพียงแค่แก้ผ้าถ่ายชุดชั้นใน ก็ทำให้เธอเดินอยู่บนสายทางนี้ได้อย่างสบาย
“พักก่อนนะนารา เดี๋ยวเหลือแค่เซตเดียว”
“ค่ะ” นารายิ้มกว้างให้กับตากล้อง ก่อนที่หล่อนจะเดินเข้าไปพักในห้องแต่งตัว ผมลุกขึ้นเดินตามหล่อนไป แต่ทว่าก็ต้องหยุดชะงักที่เห็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่รออยู่แล้ว
“วันนี้คุณไปทานข้าวกับผมนะครับ ผมมีของขวัญจะให้ด้วย”
“แต่คุณกิตติมีภรรยาอยู่แล้วนี่คะ?” ผมยืนกอดอกฟังทั้งสองคนที่สนทนากัน “มีแล้วผมก็มีได้ ถ้าคุณตกลง”
“แต่นาราไม่ได้ต้องการแบบนั้น”
“เหรอครับ แต่พ่อกับแม่คุณ... นัดผมให้มาดูตัวคุณนะ” นาราหน้าเจื่อนไปในทันที เธอถูกต้อนเข้าไปในห้องพัก จนผมเดินไปเปิดประตูแง้มดู “ตะ แต่นาราไม่ได้ต้องการเป็นเมียน้อยคุณ!”
“พ่อแม่คุณรับเงินผมไปแล้วนะ ถึงจะแค่ครึ่งเดียวก็ตาม”
“งะ งั้นนาราชดใช้ให้”
“ไม่ได้! ผมตกลงกับพ่อแม่คุณแล้ว เพราะฉะนั้นคุณต้องมาเป็นเมียผมอีกคนหนึ่ง” ผมแสยะยิ้มมองใบหน้าสวยที่ส่ายหน้าไปมา เธอมองมาตรงประตูสบตากับผม พลางเบิกตากว้างขึ้น
“พะ พี่กร”
“ใคร?!” นาราเอ่ยชื่อทำให้ผมเปิดประตูเข้าไป “ผู้หญิงขายตัวเหรอ? ไม่น่าเชื่อเลยนะ”
“คุณมายุ่งอะไรด้วย อย่าบอกนะว่าพ่อแม่นาราขายเธอให้คุณ ไม่ได้นะผมให้เงินไปแล้ว!”
“มึงหุบปาก... อย่าให้กูโมโห” มันเงียบไปทันทีที่ผมเดินไปหานาราที่เงยหน้าสบตากับผม “ให้ฟรีกูยังไม่เอาเลย”
“!”
“สกปรกขนาดนี้ มึงเอาลงหรือไง? ผ่านมากี่คนแล้วก็ไม่รู้” ผมเบ้ปากก่อนจะกระชานาราเข้ามาใกล้ๆ “แต่ที่กูมา... กูแค่มาเอาคืนยัยนี่ แค่นั้น”
“เอาคืน...”
“ใช่ เอาคืนให้สาสม” นาราเม้มริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ถ้าพี่เอาคืนนาราแล้วทำให้พี่สบายใจ นาราก็ยอม”
“อืม”
“นาราอยากชดใช้ให้พี่ กับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น... นาราผิดคนเดียวที่ขี้ขลาดเกินกว่าจะบอกพี่ ทำให้พี่ทรมานมาหลายปี นารายอมรับถ้าพี่จะไม่ฟังนารา” ผมสบตากับเธอที่แววตาดูเศร้าสร้อย ไม่เหมือนกับตอนที่ทำงาน แต่ดียอมรับออกมาแบบนี้ก็ดี
“ดี ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยออกแรงอะไรมาก”
นาราถอนหายใจ ก่อนจะสบตากับผม “แต่เรื่องที่พี่กรทำร้ายพี่ขุน นาราคิดว่าพี่ควรคิดดูดีๆ นะคะว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันถูกหรือเปล่า?”
“มีสิทธิ์มาสั่งสอนคนอย่างฉันด้วยงั้นเหรอ” ผมก้าวเท้าเดินไปกันร่างบางกับโต๊ะกระจก นาราหลบสายตาของผม มองไอ้เวรนั่นที่ยังคงยืนอยู่
“แล้วมึงจะยืนทำส้นตีนอะไรตรงนี้ ออกไปดิ!”
“ฉันไม่ไป นาราเป็นของฉัน” มันพูดเต็มปากเต็มคำ จนผมกลอกตาไปมา “เอาเป็นว่าถ้ากูสะใจเมื่อไหร่ที่ได้เอาคืนยัยนี่ กูจะส่งกลับไปให้ก็แล้วกัน แต่ตอนนี้มึงไสหัวไป!”
“!”
“หรืออยากตาย กูทำให้ได้นะ...” ผมไม่ได้ขู่ แต่ผมเอาจริงต่างหาก ผมแสยะยิ้มที่มันขี้ขลาดวิ่งแจ้นออกจากห้องไป “นาราไม่ได้สอนค่ะ แต่พี่ขุนไม่ได้ผิดอะไร ถ้าโกรธได้โปรดมาลงที่นารา พี่ขุนรักพี่กรมากนะคะ แก้มยุ้ยเองก็เหมือนกัน”
“...”
“พี่กรไม่เห็นเหรอคะว่าแก้มยุ้ยเสียใจแค่ไหนที่พี่กรทำแบบนั้น” คำพูดของนาราทำให้ผมนิ่งไปทันที เพราะดันไปนึกถึงสีหน้าของแก้มยุ้ย น้องสาวของขุนทัพที่ตอนนี้เลื่อนสถานะมาเป็นเมียแล้ว ผมกัดปากตัวเองทันทีเมื่อจำแต่ภาพที่ทำร้ายแก้มยุ้ยไป ล่าสุดคือผลักเธอจนล้มลงกับพื้น
“คิดว่าฉันสนหรือไง? ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้นล่ะ คนที่ทำให้ฉันเจ็บมันก็ต้องได้รับผลของการกระทำอยู่แล้ว ซึ่งเธอก็คือรายต่อไป”
“พี่กร”
“ทำไมไม่ไปกับมันซะล่ะ พ่อแม่เธอหิวเงินขนาดไหนกันถึงได้ขายเธอขนาดนี้ น่าสมเพชดีนะ” ผมเหยียดยิ้มมองร่างกายของนาราที่ตอนนี้ดึงเสื้อคลุมมาปิดเรือนร่างของตัวเอง “กี่คนแล้วล่ะที่ผ่านมา กี่ปีที่ทำให้ฉันเจ็บจนตาย และตัวเองก็เสวยสุขกับผู้ชาย”
“นาราเคยบอกไปแล้วว่าไม่เคยมีใครตั้งแต่ตอนนั้น”
“คิดว่าฉันเชื่อ”
“นาราคิดอยู่แล้วว่าพี่ไม่เชื่อหรอกค่ะ นาราโกหกพี่เรื่องครอบครัว เรื่องอดีต แต่ก็มีแค่นั้น... นอกนั้นคือความจริง”
“...”
“ยังรักพี่อยู่ก็คือเรื่องจริง ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเหมือนกันค่ะ” นาราเงยหน้าสบตากับผม “รักเหรอ? ถ้ารักคงไม่ทำให้ฉันเสียใจหรอก เธอไม่เคยรักฉันนารา ไม่เคยเลย...”
“ต่อให้พี่ปฏิเสธมากแค่ไหน นาราก็ยืนยันคำเดิม” ผมกลอกตาไปมา “ฉันก็ยืนยันคำเดิมเหมือนกัน ว่าฉันไม่ได้รักเธอแล้ว”
“!”
“เธอรู้ดีนะว่าที่ฉันตามติดเธอเพราะอะไร จะหนีก็หนีได้นะ แต่ถ้าฉันจับได้ เธอรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น” นาราสบตากับผมที่ประกาศออกไปว่าต้องการอะไร และตัวเธอมีแค่คนเดียวแล้ว เพราะตอนนี้ขุนทัพมันถูกเธอปฏิเสธที่จะให้การช่วยเหลือ
“ตอนนี้ไม่มีใครช่วยเหลือเธอได้เหมือนแต่ก่อน ไม่สิ เธอมีผู้ชายหน้าโง่อีกหลายคนนี่นาที่ช่วยได้”
“นาราจะไม่ขอร้องใครทั้งนั้นค่ะ?” ผมพยักหน้ารับ “ดี งั้นก็เตรียมตัวไว้ให้ดีนะ ฉันจะเผาเธอให้ตายทั้งเป็น”
ผมยกนิ้วจิ้มไปที่หน้าผากมน นาราเองก็นิ่งเงียบไป ไม่โวยวายและไม่คิดจะหนีด้วย ยอมรับชะตาที่ตัวเองเคยทำไว้กับผมแบบนี้ก็ดีนะ เมื่อผมออกมาจากห้องก็เห็นไอ้เวรนั่นยังคงยืนอยู่ เพราะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปหามัน
“มึงรู้จักเจ้าสัวอินทรีไหม?”
“รู้”
“ดี รู้จักไว้นะ เพราะถ้ามึงรู้จักเขา มึงก็จะรู้จักกู” มันทำหน้านิ่งไปทันทีที่ผมทิ้งท้ายไว้ ส่วนผมก็กลับมาที่บ้านของตัวเอง นั่งไขว่ห้างมองประวัติพ่อแม่เลี้ยงของนารา
ล้มละลาย?
ผลาญเงินลูก?
ขายลูกและเอาเงินมาใช้ พอลูกไม่ตกลงก็ต้องให้เงินคืน?
และอะไรอีกมากมายที่ผมอ่านคร่าวๆ ก่อนจะเบ้ปาก รู้สึกสมเพชกับชีวิตของนาราจริงเลยนะ แต่เรื่องแค่นี้ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสงสารเธอหรอกนะ
มันคนละเรื่องกัน อย่าลืม!
“อ้าววันนี้อยู่บ้านหรือไง?”
“ป๊า กลับมาแล้ว” ผมมองพ่อบังเกิดเกล้าที่เดินตรงเข้ามานั่งกับผม สีหน้าของท่านถึงแม้จะอายุห้าสิบแล้ว แต่ก็ยังคงหล่อดูดีมาก แม่ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าผมโตขึ้น ผมคงหล่อเหมือนพ่อแน่เพราะเราสองคนหน้าตายังกับฝาแฝดทั้งที่เป็นพ่อลูกกันนะ แม่ของผมเสียไปตั้งแต่ผมอายุแค่หกขวบด้วยมะเร็งที่คร่าชีวิตท่านไป ผมจึงอยู่กับพ่อมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถูกปลูกฝังใช้ชีวิตแบบมาเฟีย แต่ผมไม่ค่อยชอบชกต่อยเท่าไหร่ แต่ชอบการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจ ถึงจะเป็นลูกมาเฟียก็ใช่ว่าจะเก่งรอบด้านนะ
“ป๊าได้ข่าวมาว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับขุนทัพ และเป็นอะไรร้ายแรงมากๆ”
“...”
“เรามีปัญหากับขุนทัพใช่ไหมมังกร?” ป๊าผมไม่เคยมองใครพลาดและผมคือหนึ่งในนั้น ถึงจะเก็บอาการและสีหน้าก็ตามที ผมถอนหายใจออกมา “ป๊า ผมขอ”
“ป๊าให้เราได้ทุกอย่างนะมังกร แต่ทำอะไร เราคิดเองโตแล้วนะ”
“ครับ”
“ป๊าต้องไปดูงานที่ไทเป หวังว่าคงจะไม่ก่อเรื่องให้ป๊าปวดหัวนะ”
“โหป๊าไว้ใจผมหน่อยสิ” ผมลุกขึ้นเดินไปนั่งกอดขาป๊าที่ลูบศีรษะของผม รู้ไหมว่าตอนนั้นที่ผมเกือบฆ่าตัวเอง ป๊าเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมหยุดทุกอย่าง เพราะคำพูดคำนั้น
<br/><strong>‘มังกร! เราจะทิ้งป๊างั้นเหรอ? เราจะทิ้งป๊าไปแบบแม่ของเราใช่ไหม’</strong>
<strong>‘ฮึก ป๊า แต่ว่าผมเจ็บ... เจ็บจนจะตายแล้วนะ’</strong>
<strong>‘แล้วเราคิดว่าป๊าไม่เจ็บเหรอที่เห็นเราทำร้ายตัวเองแบบนี้ มังกร... ชื่อของเราที่ป๊าเป็นคนตั้ง ป๊าตั้งเพราะอะไรรู้ไหม? เพราะว่าปีกของมังกร จะคอยปกป้องคุ้มครองป๊าในยามแก่เฒ่า แล้วเราจะมาทิ้งป๊าไปแบบนี้เหรอมังกร’</strong>
รู้ไหมว่าตอนนั้นทำให้ผมลุกขึ้นมาได้ แค่คำพูดของป๊าทำให้ผมกลับมายืนได้อีกครั้ง เลิกคิดสั้นที่จะฆ่าตัวตายและหันมาสนใจคนที่รักผมจริงๆ ไม่มีวันหลอกลวง
“ไม่มีอีกแล้วล่ะป๊า เพราะตอนนี้... ผมยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว”
เพราะหลังจากนี้ ชีวิตของผมก็จะดำเนินต่อไป
แต่เป็นในฐานะผู้กระทำ... ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำอีกต่อไป!
