บทที่ 10 บท 6.1

            “ถ้าทุกวันพระ พี่เจนจะกลายเป็นผีเฮี้ยน แล้วเฮี้ยนแบบไหนเหรอครับ ช่วยยกตัวอย่างได้หรือเปล่า?”

           “….”

           “เฮี้ยนหรือเสี้ยน?”

           “พูดไม่เพราะ”

           “อ้าว ก็จิ๊บอยากรู้นี่ครับ” หลังถูกคุณเจนตำหนิด้วยน้ำเสียงดุ ๆ เหตุเพราะจุ๊บจิ๊บพูดคำว่าเสี้ยนออกมาหน้าตาเฉย นั่นจึงทำให้จุ๊บจิ๊บได้แต่พึมพำเสียงแผ่วและไม่กล้าถามอะไรอีก เนื่องจากกลัวว่าจะถูกดุ

           …แหละมั้ง

           “แต่จะว่าไปแล้ว พี่เจนก็ดูเป็นผีที่มีเหตุผลอยู่นะครับ เหมือนอย่างมนุษย์ปกติเลยแต่แค่ไม่มีกายหยาบเฉย ๆ” จุ๊บจิ๊บพูดขึ้นอีกครั้ง พร้อมสบตากับผีผู้เป็นเจ้าของบ้านไปด้วย หลังในตอนนี้ที่เป็นช่วงเย็นของวัน จุ๊บจิ๊บกำลังนั่งพูดคุยกับคุณเจนที่ชั้นล่างของบ้าน เพื่อที่พวกเขาจะได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้

           โดยสาเหตุที่ทำให้คุณเจนชอบปรากฏตัวออกมาช่วงเย็นหรือตอนกลางคืน

นั้น นั่นก็เป็นเพราะว่าวิญญาณเป็นของโปร่งแสง และถ้าหากวิญญาณอยากจะให้มนุษย์มองเห็นตัวเองในตอนกลางวัน ก็จะต้องใช้พลังงานมากเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นร่างทึบ

           ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้มนุษย์มักจะเจอผีในตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน แล้วถ้ายิ่งเป็นผีเร่ร่อน มีพลังงานน้อย ก็จะยิ่งไม่สามารถใช้พลังงานอะไรได้เลย นอกจากต้องรอให้ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเท่านั้น

           “จริง ๆ ก่อนที่จุ๊บจิ๊บจะย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ แม่หมอของคุณนายเอื้องก็เคยเตือนอยู่นะครับว่าพี่เจนเป็นผีเฮี้ยนมาก เพราะงั้นจุ๊บจิ๊บก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี แต่ทำไมพอจุ๊บจิ๊บเข้ามาอยู่ในบ้านเป็นคืนแรก จุ๊บจิ๊บถึงไม่เห็นว่าพี่เจนจะทำอะไรกันเลยล่ะครับ?” จุ๊บจิ๊บถามขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากในตอนนี้ในหัวของเขามีแต่ความสงสัยอยู่เต็มไปหมด

           “ก็ตอนที่จุ๊บจิ๊บเข้ามาในบ้าน จุ๊บจิ๊บบอกว่าเป็นเมียเจนไง เจนก็เลยไม่อยากแกล้งอะไรมากนัก”

           “แค่บอกว่าเป็นเมียพี่เจน พี่เจนก็ไม่แกล้งแล้วเหรอครับ? ทำไมพี่เจนเชื่อคนง่ายจังแล้วพี่เจนไม่กลัวว่าจิ๊บจะโกหกเหรอ”

           “ไม่หรอก เพราะตอนนั้นเจนได้ยินเสียงจุ๊บจิ๊บคุยกับแม่”

           “อ๋อ แบบนี้นี่เอง” จุ๊บจิ๊บพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เพราะในวันนั้นเขาจำได้ว่าก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้และแนะนำตัวกับคุณเจนว่าเป็นเมียของเจ้าตัว คุณนายเอื้องได้โทรเข้ามาหาเขาพอดี ซึ่งนั่นก็คงทำให้คุณเจนรู้ว่าจุ๊บจิ๊บเป็นคนของคุณแม่ตัวเองจริง ๆ

           “อยากจะถามอะไรอีกไหม?” ระหว่างที่กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ กัน คุณเจนก็ถามขึ้น

           “ทำไมเหรอครับ พี่เจนเริ่มรำคาญกันแล้วเหรอ”

           “ไม่ได้รำคาญ แต่ถ้าจุ๊บจิ๊บอยากจะถามอะไรก็ถามมาตั้งแต่ตอนนี้เลย แล้วเจนก็จะตอบให้เสร็จ ๆ ไปตั้งแต่ตอนนี้เหมือนกัน”

           “แล้วจิ๊บถามได้ทุกเรื่องเลยไหมครับ?”

           “ถ้าอันไหนที่ส่วนตัวมากไป ก็ขอไม่ตอบนะ” เมื่อคุณเจนตอบกลับมาเช่นนั้น จุ๊บจิ๊บก็ได้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นอีก

           “พี่เจนไม่อยากให้คุณแม่ขายบ้านหลังนี้เหรอ?”

           “อืม ไม่อยากให้ขาย” คุณเจนตอบกลับมาในทันที แล้วเริ่มพูดต่อ “เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกที่เจนได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเจนเอง เจนรักมันมาก เจนไม่อยากให้แม่ขายมันไป”

           “แต่พี่เจนตายไปแล้วนะครับ” จุ๊บจิ๊บพูดขึ้นทันที “พี่เจน…เอาไปด้วยไม่ได้นะ”

           “ใช่ เจนเอาไปด้วยไม่ได้ เจนรู้ครับ แต่เจนก็ปล่อยวางไม่ได้จริง ๆ ซึ่งนี่มันก็คงเป็นอีกเหตุผลแหละมั้งที่เจนยังไปไหนไม่ได้”

           “แล้วถ้าไม่อยากให้แม่ของตัวเองขาย ทำไมพี่เจนถึงไม่ยอมให้คนมาเช่าแทนล่ะครับ”

           “ก็เขาไม่รักษาบ้าน”

           “….” คราวนี้จุ๊บจิ๊บเป็นฝ่ายเงียบไปบ้าง เมื่อภาพโพสต์อิตจากคุณเจน ตอนที่จุ๊บจิ๊บย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เป็นวันแรกได้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

           “นี่พี่เจนคงเป็นคนรักษาความสะอาดมากเลยใช่ไหมครับ”

           “ก็ประมาณหนึ่ง เจนไม่ชอบเห็นถ้วยจานถูกแช่ไว้ข้ามคืน”

           “อ๋อ มิน่าล่ะ ทำไมวันนั้นพี่เจนถึงล้างจานให้เลย จิ๊บขอโทษครับ” จุ๊บจิ๊บ

พูดเสียงแผ่ว พลางระบายยิ้มแห้ง ๆ ออกมา เพราะอยากจะขอโทษขอโพยเรื่องในวันนั้น

           “ไม่เป็นไรครับ เจนไม่ได้ว่าอะไร ก็แค่อยากให้รับรู้เอาไว้เฉย ๆ ว่าเจนไม่ชอบ” หลังได้ยินคุณเจนตอบกลับมาเช่นนั้น จุ๊บจิ๊บก็ได้แต่เลียริมฝีปากของตัวเองเบา ๆ พร้อมกับนึกในใจว่าคุณเจนดูเป็นผีใจดี แต่ในบางครั้งอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะเป็นผีดุ ๆ ซึ่งจุ๊บจิ๊บก็อธิบายไม่ค่อยถูกนัก แต่เขารู้สึกว่ามันมีรังสีความดุแผ่ออกมาจากตัวของคุณเจนจริง ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป