บทที่ 11 บท 6.2

           “ว่าแต่จุ๊บจิ๊บเถอะ ทำไมถึงได้มารับงานของคุณแม่ล่ะ” คุณเจนเป็นฝ่ายถามกลับมาบ้าง

           “เอ่อ…จิ๊บพูดมันได้เหรอครับ”

           “พูดได้สิ ช่วยบอกเหตุผลมาหน่อยว่าทำไมถึงตกลงรับงานของคุณแม่ มันคงไม่ได้เป็นเพราะจุ๊บจิ๊บไม่กลัวผีหรอกใช่ไหม”

           “ก็คุณนายเอื้องให้ค่าจ้างเยอะ”

           “….”

           “คือตอนนี้จิ๊บกำลังตกงานครับ แล้วถ้าได้เงินก้อนนี้มาใช้ระหว่างที่ตัวเองกำลังหางานก็น่าจะดี” จุ๊บจิ๊บบอกเหตุผลไปตามตรง “แล้วอีกอย่าง…. แม่หมอของคุณนายเอื้องก็บอกว่าดวงของเราสมพงศ์กันด้วย ถ้าสมมติจิ๊บถูกพี่เจนทำร้ายจริง ๆ ยังไงก็จะไม่ถึงตายแน่นอน แต่ก็อาจจะเจ็บหนักเท่านั้น”

           เพราะรู้ว่าต่อให้ตัวเองจะเจอฤทธิ์ของคุณเจนหนักแค่ไหน จุ๊บจิ๊บก็จะไม่มีทางตายเด็ดขาด นั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจยอมทำงานนี้ เพี่อแลกกับเงินค่าจ้าง

ก้อนโต

           “แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าตัวเองจะไม่ตาย”

           “อ้าว… นี่พี่เจนหมายความว่ายังไงครับ”

           “เจนก็แค่สงสัยว่าจุ๊บจิ๊บเชื่อใจหมอดูขนาดนั้นเลยเหรอ”

           “….”

           “ชีวิตของตัวเองเชียวนะ แค่หมอดูบอกว่าไม่ตายแน่นอน จุ๊บจิ๊บก็เชื่อเลยเหรอ?”

           “ก—ก็แม่หมอของคุณนายเอื้อง เขาทักแม่นตั้งหลายเรื่องอะ” จุ๊บจิ๊บเถียงกลับไป แต่ในขณะเดียวกันนั้นความเชื่อใจของเขาที่มีต่อแม่หมอของคุณนายเอื้องก็เริ่มถูกสั่นคลอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

           “จุ๊บจิ๊บบอกว่าเจนดูเป็นผีเชื่อคนง่าย งั้นจุ๊บจิ๊บก็คงจะเป็นเหมือนกันแหละน่า”

           “ก็แล้วแต่พี่เจนจะคิดก็แล้วกันครับ แต่ที่แน่ ๆ ในคืนวันพระที่จะถึงนี้”

           “….”

           “จุ๊บจิ๊บจะไม่ออกไปจากบ้านเด็ดขาด เรามาลองกันหน่อยไหมครับว่าพี่เจนจะเฮี้ยนแค่ไหน” จุ๊บจิ๊บเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเรื่องนี้เขาได้ใช้เวลาคิดมาหลายชั่วโมงแล้ว คิดมาตั้งแต่ตอนที่ตื่นนอน เนื่องจากในหนึ่งเดือนมันจะมีวันพระทั้งหมดสี่วัน ซึ่งจุ๊บจิ๊บก็ไม่โอเคเหมือนกัน หากจะให้เขาหนีไปนอนที่อื่นเป็นเวลาสี่คืนตลอดทั้งหกเดือนนี้

           “ก็ตามใจครับ เพราะเจนถือว่าเจนเตือนแล้วนะ”

           “ครับ แต่ถ้ายังไงพี่เจนช่วยยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเฮี้ยนยังไงบ้าง จิ๊บจะได้เตรียมตัวรับมือกับพี่ถูก” จุ๊บจิ๊บถามซ้ำคำถามเดิม

           “พี่ก็อาจจะนั่งคุยกับจิ๊บแบบนี้แหละมั้ง” สิ้นเสียงของคุณเจน ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่มีแต่แผลเหวอะหวะอีกครั้ง แถมยังหมุนคอแบบสามร้อยหกสิบองศาโชว์จุ๊บจิ๊บหนึ่งสเต็ปด้วย ทำเอาจุ๊บจิ๊บต้องรีบหลับตาลงทันที ก่อนที่เขาจะนึกในใจว่าผัวของตัวเองช่างประหลาดนัก

“เจนว่าจิ๊บเปลี่ยนฟอนต์ใหม่เถอะ มันดูแปลก ๆ”

           “นี่จิ๊บต้องเปลี่ยนเหรอครับ แต่จิ๊บว่าฟอนต์นี้มันก็สวยออกนะ จิ๊บชอบ”

           “เจนรู้ว่าจิ๊บชอบ แต่ว่ามันไม่เข้ากันไง เพราะงั้นเปลี่ยนเถอะ… เชื่อเจน”

           “แต่ว่า…”

           “เฮ้อ จิ๊บเอามือออกจากเมาส์”

           “พี่เจนจะทำอะไรครับ?”

           “เจนบอกให้เอามือออกจากเมาส์”

           “พี่เจนอะ!” เมื่อถูกคุณเจนพูดเสียงดุ พร้อมทำท่าจะยื่นมือมาแย่งเมาส์กัน จุ๊บจิ๊บก็เริ่มทำหน้างอทันที หลังในตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในที่มืด ๆ พร้อมด้วยโน้ตบุ๊กของตัวเอง เพื่อให้คุณเจนดูเรซูเม่ของเขา เพราะจุ๊บจิ๊บยังไม่ค่อยแน่ใจว่ามันโอเคแล้วหรือยัง

           “ฟอนต์นี้สิ ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย” เมื่อคุณเจนเลือกฟอนต์ได้แล้ว อีกฝ่ายก็พึมพำเสียงแผ่วแล้วว่าต่อ “ส่วนข้อมูลตรงนี้ดูเหมือนจะยังใช้ไม่ได้นะ นี่จิ๊บเคยไปสอบวัดระดับภาษามาบ้างหรือเปล่า?”

           “เคยครับ แต่ว่าคะแนนสอบครั้งนั้นมันหมดอายุแล้ว”

           “ถ้าอย่างนั้น…ก่อนที่จะไปยื่นบริษัทเจน จิ๊บก็ต้องไปสอบมาใหม่นะ แล้ว

เอาคะแนนมาใส่ตรงนี้”

           “อ๋อ ได้ครับ แล้วนอกจากต้องไปสอบวัดระดับภาษามาใหม่ จิ๊บยังต้องไปทำอะไรเพิ่มเติมอีกไหม?”

           “ก็ถ้าจิ๊บมีเวลา จิ๊บก็ไปลงคอร์สเพิ่มเติมที่มีใบรับรองให้หลังจากจบคอร์สมาใส่ตรงนี้ก็แล้วกันนะ เพราะตรงนี้มันอาจจะได้คะแนนพิเศษอีก”

           “โอเคครับ”

           “ทำไมจิ๊บดูเชื่อฟังจัง” คุณเจนพูดขึ้นอีก หลังอีกฝ่ายได้ผละมือออกไปจากเมาส์แล้ว

           “ก็พี่เจนเป็นถึงอดีตเจ้าของบริษัทที่จิ๊บจะไปยื่นสมัครงานเลยนะครับ จิ๊บก็ต้องเชื่อฟังสิ” จุ๊บจิ๊บตอบกลับไป พลางยื่นมือไปจับเมาส์อีกครั้ง เพื่อที่เขาจะได้จัดการกดบันทึกเรซูเม่อันล่าสุดที่คุณเจนเพิ่งปรับแก้ให้กัน

           “ทีเรื่องอื่นไม่เห็นจะเชื่อฟังแบบนี้บ้างเลย”

           “เรื่องไหนครับ เรื่องวันพระอะเหรอ”

           “ใช่”

           “อ้าว ก็จิ๊บอยากรู้นี่ครับว่าพี่เจนจะเฮี้ยนหนักขนาดไหน เผื่อว่าจิ๊บรับไหวไง แล้วถ้าจิ๊บรับไหวจิ๊บก็จะได้ไม่ต้องไปค้างที่อื่นในคืนวันพระไงครับ…ที่เป็นวันนี้น่ะ” จุ๊บจิ๊บเอ่ย ซึ่งในจังหวะเดียวกันนั้นบทสนทนาระหว่างเขากับคุณเจนก็ต้องถูกขัดไปเสียก่อน เมื่อคุณนายเอื้องโทรมาหา

           “แม่พี่เจนโทรมา” จุ๊บจิ๊บพูด ก่อนที่เขาจะกดรับสายคุณนายเอื้องทันที โดยที่มีคุณเจนคอยนั่งฟังบทสนทนาเหล่านั้นด้วย

           [ฮัลโหล จุ๊บจิ๊บตอนนี้เธออยู่ไหน]

           “ตอนนี้เหรอครับ ผมอยู่บ้านครับ”

           [แล้วว่างใช่ไหม?]

           “ครับ ตอนนี้ผมว่าง”

           [ฉันเข้ามาทำธุระที่กรุงเทพพอดี งั้นเรานัดเจอกันหน่อยไหม พอดีฉันอยากถามเรื่องลูกชายของฉันน่ะ]

           “อ๋อ ได้ครับ ว่าแต่คุณนายอ—เอ่อว่าแต่คุณแม่อยากเจอที่ไหนเหรอครับ หรือว่าจะมาเจอกันที่บ้านของคุณเจนดี?” จุ๊บจิ๊บลองเสนอ เนื่องจากเขาอยากให้คุณเจนได้เจอคุณแม่ของตัวเองบ้าง

           [ไม่เอา] คุณนายเอื้องรีบปฏิเสธทันที แล้วว่าต่อ [เดี๋ยวเราเจอกันที่ร้านยูซุก็แล้วกัน อยู่แถวบ้านตาเจนนั่นแหละ]

           “ได้ครับ เราเจอกันที่นั่นก็ได้”

           [โอเค อีกสักหนึ่งชั่วโมง ถ้าเธอถึงก่อนก็โทรบอกฉันก็แล้วกันนะ]

           “ครับ สวัสดีครับ” เมื่อวางสายจากคุณนายเอื้องเรียบร้อยแล้ว จุ๊บจิ๊บก็หันไปมองคุณเจนเล็กน้อย ซึ่งในตอนนี้อีกฝ่ายก็กำลังนั่งนิ่งไป คล้ายกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

           “พี่เจนกำลังคิดอะไรเหรอครับ?” จุ๊บจิ๊บถาม

           “เจนกำลังคิดว่าทำไมแม่ถึงเรียกจิ๊บออกไปหา”

           “อ๋อ เธออาจจะเรียกออกไปสอบถามเรื่องของพี่เจนก็ได้ครับ” จุ๊บจิ๊บพูดพร้อมระบายยิ้มออกมาจาง ๆ หลังในตอนแรกเขานึกว่าคุณเจนจะคิดถึงคุณแม่ของตัวเองมาก จนต้องนิ่งไป

           “แล้วทำไมถึงถาม”

           “อ้าว ก็เธออยากรู้นี่ครับว่าพี่เจนไปที่ชอบ ๆ แล้วหรือยัง” จุ๊บจิ๊บตอบแล้วจัดการยกโน้ตบุ๊กขึ้น เตรียมจะนำมันไปเก็บไว้ และแต่งตัวเพื่อออกไปพบกับคุณนายเอื้องต่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป