บทที่ 14 บท 7.2
เพราะตลอดทั้งคืนวันพระที่คุณเจนคอยเตือนนักเตือนหนา จุ๊บจิ๊บมีการวิ่งหนีผีอยู่ตลอดเวลา นั่นจึงทำให้เขาจำรายละเอียดยิบย่อยไม่ค่อยได้นัก ยกเว้นเหตุการณ์ที่ระทึกขวัญจริง ๆ ทั้งการถูกผลักให้ตกลงไปในโพรงป่า เสียงกระซิบจากคุณเจน และการวิ่งรอบบ้านเพื่อหนีผีหัวขาด
“ซ—ซี๊ดดด” ช่วงเช้าของวันถัดมา หลังจากที่จุ๊บจิ๊บรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง
เขาก็ต้องส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ พร้อมกับใช้มือคลึงข้อเท้าของตัวเองไปด้วย เมื่อในจังหวะที่เขาได้เดินลงมาจากเตียง เขาก็เกิดอาการแข้งขาอ่อนแรงกะทันหัน จนทำให้ในที่สุดจุ๊บจิ๊บต้องทิ้งร่างลงกับพื้นอย่างสิ้นสภาพ
“อ้าว นี่พี่เจนใส่เสื้อผ้าให้แล้วเหรอ” หลังก้มมองร่างกายของตัวเอง จุ๊บจิ๊บก็พูดขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มรู้สึกใบหน้าร้อนฉ่าขึ้นมา เพราะตลอดทั้งคืนที่เขาเอาแต่วิ่งหนีคุณเจนนั้น จุ๊บจิ๊บไม่ได้สวมใส่กางเกงท่อนล่างเอาไว้ เนื่องจากทุกอย่างมันวุ่นวายมาก คุณเจนตามติดเขาแจราวกับวิญญาณ แถมยังโผล่ไปโผล่มาอย่างกับผีอีก
แต่เอ๊ะ… ก็อีกฝ่ายเป็นผีนี่นา เมื่อนึกได้เช่นนั้น จุ๊บจิ๊บก็ถึงกับตบเข้าที่หน้าผากของตัวเองเบา ๆ โทษฐานที่เขาลืมไปว่าคุณเจนเป็นผี
โดยหลังจากที่จุ๊บจิ๊บคลึงข้อเท้าของตัวเองเสร็จแล้ว เขาก็ค่อย ๆ พยุงร่างของตัวเองขึ้น เพื่อเดินไปปิดม่านกรองแสง และตะโกนเรียกหาคุณเจนทันที เนื่องจากจุ๊บจิ๊บอยากจะคุยเรื่องเมื่อคืนกับอีกฝ่ายตั้งแต่ตอนนี้เลย
“พี่เจน พี่เจนอยู่ไหนครับ? เราออกมาคุยกันหน่อยสิ” เมื่อจุ๊บจิ๊บจัดการปิดม่านกรองแสงเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตะโกนเรียกหาคุณเจนทันที ก่อนจะค่อย ๆ ระบายยิ้มออกมา เมื่อคุณเจนยอมปรากฎตัวตามเสียงเรียกของจุ๊บจิ๊บ
“เป็นยังไงบ้าง?” หลังคุณเจนปรากฏตัวขึ้นแล้ว อีกฝ่ายก็รีบเดินเข้ามาถามไถ่จุ๊บจิ๊บด้วยอารมณ์เป็นห่วง ซึ่งในตอนนี้ผมเผ้าของคุณเจนก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้ว ไม่ได้มีการเอาผมขึ้นเหมือนอย่างเมื่อคืนนี้
“เมื่อคืนนี้จิ๊บเหนื่อยมากเลยครับ พี่เจนทำจิ๊บเหนื่อย” ว่าจบ จุ๊บจิ๊บก็สบตากับคุณเจนด้วยท่าทีออดอ้อน เพราะในระหว่างที่คุณเจนกำลังถามไถ่จุ๊บจิ๊บ
อยู่นั้น อีกฝ่ายก็คอยลูบหัวลูบหางเขาไปด้วย ทำเอาจุ๊บจิ๊บรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชาย
ตัวเล็กตัวน้อย
ทั้งที่ในความจริงจุ๊บจิ๊บสูงถึงร้อยเจ็ดสิบกว่า ตามมาตรฐานของชายไทย
“เจนขอโทษ…เมื่อคืนนี้ทุกอย่างมันเป็นไปเอง เจนควบคุมตัวเองไม่ได้” คุณเจนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ทำเอาจุ๊บจิ๊บต้องรีบพูดขึ้นทันที เนื่องจากมันไม่ใช่ความผิดของอีกฝ่ายเลย มันเป็นความผิดของเขาเองที่หาเรื่องอยากอยู่บ้านต่อ ทั้งที่คุณเจนคอยย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าอีกฝ่ายจะเฮี้ยนมากในคืนวันพระ
“จิ๊บผิดเองครับที่ไม่ยอมไปนอนค้างที่อื่น”
“….”
“จริง ๆ เมื่อคืนนี้มันเกือบจะดีแล้วนะครับ ถ้าพี่เจนไม่มาสภาพผีหัวขาดน่ะ” จุ๊บจิ๊บว่าต่อ โดยเขาก็กำลังพูดถึงเหตุการณ์ตอนที่กำลังเล่นผีผ้าห่มอยู่กับคุณเจน ซึ่งมันก็เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว หากคุณเจนไม่กลายสภาพเป็นผีหัวขาดเสียก่อน
“พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ทำไมสภาพพี่เจนตอนกลายเป็นผีน่ากลัว มันถึงเกี่ยวกับช่วงคอหมดเลยล่ะครับ” จุ๊บจิ๊บเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย
“ก็ตอนที่ประสบอุบัติเหตุ เจนคอหัก”
“อ—อ๋อ แบบนี้นี่เอง” จุ๊บจิ๊บพูดเสียงแผ่ว แล้วถามต่อ “เมื่อคืนนี้จิ๊บจำได้ว่ามันมีฉากตอนที่พี่เจนผลักจิ๊บลงไปในโพรงป่าด้วย นั่นมันเป็นความจริงหรือความฝันครับ”
“ฝันครับ เจนทำให้จุ๊บจิ๊บฝัน”
“แล้วตอนที่เรามีอะไรกัน….”
“อันนี้เป็นความจริงครับ” คุณเจนตอบกลับมา โดยนั่นก็ทำเอาจุ๊บจิ๊บอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะจิ๊ปากเบา ๆ เพราะตอนนั้นมันฟินไม่สุด
“ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น” คุณเจนถามขึ้นทั้งคิ้วขมวด เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าจุ๊บจิ๊บกำลังอมยิ้มแล้วเริ่มทำหน้าหงุดหงิดต่อ คล้ายกับกำลังถูกขัดใจ
“ป—เปล่าครับ ไม่มีอะไร อ้อ! แล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับที่จิ๊บสงสัย”
“ครับ จิ๊บถามมาสิ”
“ผีกันพระไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ เอ๊ย! พระกันผีไม่ได้จริง ๆ เหรอ”
“ก็นี่ไง เรากำลังนั่งคุยกันในบ้านที่มีห้องพระ”
“….”
“จริง ๆ จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ค่อยถูกเท่าไร แต่ถ้าจุ๊บจิ๊บคิดว่าการเอาพระขึ้นมาชูแล้วมันจะหยุดยั้งทุกอย่างได้ จุ๊บจิ๊บคิดผิดนะ” คุณเจนเอ่ยพร้อมระบายยิ้มออกมาจาง ๆ
“อ้าว แล้วจิ๊บต้องทำยังไงล่ะครับ ถ้าเจอผีหลอกที่ไม่ใช่พี่เจนอะ”
“ก็…ทำเป็นไม่สนใจ ทำเป็นไม่ให้ค่า น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ”
หลังจากที่คุยกับคุณเจนเสร็จ จุ๊บจิ๊บก็ได้พาตัวเองลงไปทานข้าวเช้าที่
ชั้นล่างของบ้านต่อ แล้วค่อยกลับขึ้นมาบนห้องนอนอีกครั้ง เพื่อที่เขาจะได้อาบน้ำแต่งตัวอยู่ในชุดใหม่ ซึ่งในจังหวะที่จุ๊บจิ๊บกำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เครื่องประดับที่อยู่บนนิ้วของเขาก็ได้หลุดออกมาด้วย และกลิ้งเข้าไปที่ใต้เตียงราวกับสั่งได้
“เฮ้อ ให้มันได้แบบนี้สิ” เมื่อถอดเสื้อเสร็จ และเห็นว่าแหวนของตัวเองได้กลิ้งเข้าไปอยู่ใต้เตียงแล้ว จุ๊บจิ๊บก็พึมพำเบา ๆ ก่อนที่เขาจะนอนลงกับพื้น พร้อมยื่นมือไปหยิบเอาแหวนกลับคืนมา โดยในจังหวะที่จุ๊บจิ๊บกำลังจะหยิบเอาของของตัวเองอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้าพอดี
ราวกับมีบางอย่างดลใจให้เขาเห็นมัน
“อะไรเนี่ย” เมื่อมองเห็นสิ่งนั้น จุ๊บจิ๊บก็ได้พูดออกมาเสียงแผ่ว ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ยื่นมือเข้าไปหยิบสิ่งนั้นออกมาดูด้วย ซึ่งมันก็เป็นภาพโพลารอยด์ของคุณเจนกับใครก็ไม่รู้
“นี่แฟนของคุณเจนเหรอ?”
เพราะมันเป็นภาพนั่งคู่กันของคนสองคน ประกอบกับจุ๊บจิ๊บรับรู้ได้ถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากรูปภาพ นั่นจึงทำให้เขาคิดว่ารูปนี้คือรูปถ่ายของคู่รัก
ซึ่งจุ๊บจิ๊บก็พยายามเพ่งสายตามองอย่างชัด ๆ เนื่องจากใบหน้าของผู้ชายที่นั่งข้าง คุณเจนได้ถูกปากกาเมจิกสีดำขีดคาดเอาไว้ คล้ายกับไม่อยากเห็นใบหน้านี้
อีกต่อไป
มันต้องมีอะไรแน่ ๆ หลังจุ๊บจิ๊บนั่งจ้องรูปนั้นนานเกือบนาที เขาก็นึกในใจและเลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงแทน เพราะบางทีรูปนี้มันอาจจะเกี่ยวกับความลับของคุณเจนที่ยังไม่ยอมบอกกันก็ได้
“โอ๊ย! นี่ก็โง่จริง รูปแค่นี้ก็ทำให้ตัวเองเลือดออกได้” ในจังหวะที่จุ๊บจิ๊บกำลังจะวางรูปนั้นไว้ตรงหน้ากรอบรูปของคุณเจน เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
เล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมือไปหยิบทิชชูมาเช็ดเลือดตรงบริเวณปลายนิ้วออกอย่างไม่ใส่ใจ หลังจุ๊บจิ๊บเพิ่งจะถูกขอบรูปโพลารอยด์บาดเข้าที่นิ้วชี้ของเขา
