บทที่ 15 บท 8.1
“พอกูบอกว่าจะเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการขอโทษ มึงก็ล่อเอาร้านแพงเลยนะ ไอ้ออย”
“แน่นอน! มึงคิดว่ากูจะเลือกร้านถูก ๆ เพราะเกรงใจมึงเหรอ? ไม่มีทางจ้ะ” ภายในร้านอาหารเกาหลีย่านสยาม เสียงบทสนทนาระหว่างจุ๊บจิ๊บและออย
ก็ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ หลังพวกเขากำลังนั่งรออาหารกันอยู่
“มา… ตอนนี้มึงเล่าเรื่องของมึงให้กูฟังได้แล้ว” เมื่อพนักงานนำเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเป็นอย่างแรกแล้ว ออยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เพราะเธออยากจะฟังเรื่องราวจากจุ๊บจิ๊บเหลือเกิน
“ก็รอให้พนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟก่อนไม่ได้หรือไง ตอนนี้เครื่องเคียงก็ยังไม่มาเลยเนี่ย”
“แล้วทำไมเราต้องรอล่ะ มึงก็เล่าตอนนี้เลยสิ จะเป็นอะไรไป”
“….”
“รีบเล่ามาได้แล้ว เพราะกูอยากรู้เรื่องของเพื่อนสนิทแทบแย่แล้วเนี่ย” ออยเร่งเร้าต่อ ทำเอาจุ๊บจิ๊บได้แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่าเรื่องแต่งของตัวเองที่เตรียมมาตั้งแต่บ้านให้เธอฟัง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาเลือกที่จะโกหกเพื่อน และไม่ยอมเล่าความจริงให้ออยฟังว่าตัวเองกำลังอยู่กินกับผี นั่นก็เพราะเขากลัวออยจะเข้ามาขัดขวาง ประกอบกับจุ๊บจิ๊บไม่อยากให้คนนอกมารับรู้เรื่องนี้เยอะขนาดนั้น เพราะเรื่องพวกนี้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเจนกับคุณนายเอื้อง
“พบรักกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เหมือนในนิยายเลยว่ะ แต่จะว่าไปแล้วสามีมึงก็รุกแรงอยู่นะเนี่ย” เมื่อเล่าเรื่องแต่งให้ออยฟังเรียบร้อยแล้ว ออยก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเพ้อฝัน หลังจุ๊บจิ๊บได้เล่าไปว่าเขากับคุณเจนเจอกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
“จริง ๆ พี่เจนก็ไม่ได้รุกแรงหรอก แต่ถ้าตอนนั้นเขาไม่กล้าเข้ามาขอเบอร์ ก็คงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วอะ” จุ๊บจิ๊บตอบเพื่อนสนิทเสียงแผ่ว พลางคีบสามชั้นย่างเข้าปาก
“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพิ่งรู้จักกันแค่เดือนเดียวมึงก็ยอมย้ายเข้าไป
อยู่กับเขาแล้วเหรอ? แล้วตอนนั้นมึงก็เคยบอกกูว่าจะมีการย้ายออกด้วย
มันหมายความว่ายังไงวะ?” ออยถามต่ออย่างนึกสงสัย ซึ่งคำถามของเธอนั้นก็
ทำเอาจุ๊บจิ๊บถึงกับกุมขมับ เพราะเขาไม่คิดว่าเพื่อนจะความจำดีถึงขนาดนี้
“ก็…เผื่อกูได้งานไง เพราะบริษัทที่กูจะยื่นไป มันก็อยู่ห่างจากบ้านคุณเจนเยอะอยู่นะ ถ้าจะให้ไปกลับทุกวันก็คงไม่ไหวหรอก” จุ๊บจิ๊บตอบกลับไปอีกครั้ง โดยเขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะตอบทุกอย่างด้วยท่าทีธรรมชาติ
“แบบนี้นี่เอง แต่ยังไงกับคนนี้ก็ขอให้นาน ๆ นะมึง กูอยากให้มึงกลับมามีความสุขอีกครั้ง เรื่องไหนที่ไม่ดีก็ทิ้ง ๆ มันไปนะ”
“อ—อ๋อ ขอบคุณ” เมื่อเห็นเพื่อนอวยพรกลับมาเช่นนั้น จุ๊บจิ๊บก็ตอบกลับไปอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาหวิว หลังในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกผิดกับออยแล้ว
เมื่อทานอาหารมื้อเที่ยงเสร็จ จุ๊บจิ๊บกับออยก็ได้พากันเดินย้อนวันวานที่สยามต่อ ซึ่งตั้งแต่ที่จุ๊บจิ๊บเรียนจบมา เขาก็ไม่ค่อยได้มาเดินสยามเท่าไรนัก ยกเว้นตอนที่เขามีธุระแถวนี้
“นี่ร้านนี้ยังอยู่อีกเหรอวะ จะเป็นสิบปีแล้วมั้งเนี่ย” ขณะที่กำลังเดินผ่านร้านอาหารจีนเพื่อไปร้านเสื้อผ้าด้วยกัน เสียงของออยก็ดังขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้จุ๊บจิ๊บต้องผละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์ และหันไปมองร้านที่เธอกำลังพูดถึง
“ร้านเขาอาจจะอร่อยมั้ง” จุ๊บจิ๊บแสดงความคิดเห็น
“มึง แต่ร้านที่พนักงานชอบพูดจาไม่ดีกับลูกค้า มันก็ไม่ควรจะอยู่นาน
ปะวะ”
“มึงอย่าไปว่าเขาสิ”
“ก็มันจริงนี่…. ถ้ายังขายดีทั้งที่พนักงานมารยาทแย่แบบนี้อยู่ เขาก็จะไม่รู้จักปรับปรุงพนักงานของตัวเองสักทีสิ เพราะถือว่ายังไงลูกค้าก็ต้องตามง้อเขา
อยู่ดี” ออยเอ่ยอย่างใส่อารมณ์ ก่อนที่เธอจะผลักประตูเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่นต่อ
โดยร้านเสื้อผ้าที่พวกเขาชอบแวะมาตอนที่ได้เข้ามาสยามนั้น มันก็เป็นร้านที่มีหลาย ๆ แบรนด์นำสินค้าของตัวเองมาฝากขาย และนอกจากเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีสินค้าประเภทอื่นให้ช็อปด้วย ทั้งกระเป๋า รองเท้า หรือเทียนหอม
“มึงว่ากลิ่นนี้เป็นไง สดชื่นปะ?” ระหว่างที่จุ๊บจิ๊บกำลังยืนอยู่หน้าโซนเทียนหอม เขาก็หันไปถามความเห็นจากเพื่อนด้วย หลังจุ๊บจิ๊บนึกอยากจะได้เทียนหอมกลับไปสักชิ้น เพราะถ้าเขาได้มันไปจุดตอนที่กำลังแช่ตัวอยู่ในอ่างจากุซซี่
มันก็คงจะฟินอยู่ไม่น้อย
“กูรู้สึกว่ากลิ่นมันฉุนอะ”
“เหรอวะ แต่กูว่ามันก็สดชื่นออกนะ กลิ่นเลมอนเนี่ย”
“งั้นถ้ามึงอยากซื้อก็ซื้อเลยสิจุ๊บจิ๊บ เพราะตอนนี้ใจมึงก็อยากได้กลับบ้านแล้วเนี่ย จะถามความเห็นจากกูเพื่อ”
“อ้าว…รู้ทันกันอีกนะ ฮ่า ๆ” จุ๊บจิ๊บเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ โดยในหลังจากนั้นเขาและออยก็แวะเดินไปดูสินค้าที่โซนอื่นก่อน เผื่อพวกเขาจะได้ของอย่างอื่นติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
“จุ๊บจิ๊บ กูว่าเรารีบออกไปจากร้านนี้กันเถอะว่ะ บรรยากาศไม่ค่อยน่าอยู่แล้ว” หลังเดินต่อไปได้ไม่นานนัก ออยที่เดินนำจุ๊บจิ๊บไปก่อนก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ทำเอาจุ๊บจิ๊บที่กำลังเดินตามหลังเพื่อนติด ๆ ได้แต่ทำหน้างง
“ทำไมล่ะ” จุ๊บจิ๊บถามเพื่อน
“ก็บรรยากาศมันไม่น่าอยู่ยังไงเล่า”
“ฮะ?” จุ๊บจิ๊บทำหน้างงอีกครั้ง และในจังหวะเดียวกันนั้นสายตาของเขาก็ได้ไปสบประสานกับลูกค้าอีกคนพอดี โดยนั่นก็ทำให้จุ๊บจิ๊บเข้าใจแล้วว่าเพื่อนของตัวเองกำลังหมายถึงใคร
เพราะเธอคงกำลังหมายถึงแฟนเก่าของเขาที่บังเอิญเจอกันในร้านนี้พอดี
“แค่ทนอยู่ในร้านนี้แป๊บเดียว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” จุ๊บจิ๊บบอกเพื่อน ขณะที่เขาก็กำลังสบตากับแฟนเก่าไปด้วย ซึ่งจุ๊บจิ๊บก็ไม่ได้มีความรู้สึกโหยหาหรือคิดถึงแฟนเก่าแต่อย่างใด เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอีกฝ่ายมันจบกันไม่ค่อยดีนัก
“ถ้าอย่างนั้นเราก็รีบซื้อ รีบเสร็จก็แล้วกัน” ออยว่า พลางดึงข้อมือของจุ๊บจิ๊บให้เดินไปยังฝั่งหนึ่งพร้อมกับเธอ โดยในระหว่างนั้นแฟนเก่าของเขาก็คอยมองตามตาไม่กะพริบ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าการมองตาม
