บทที่ 16 บท 8.2
“น่าหงุดหงิดชะมัด ทำไมเราต้องมาเจอไอ้เวรนั่นวันนี้ด้วยวะ” หลังเดินออกมาจากร้านพร้อมกับถุงสินค้าจำนวนหนึ่ง เสียงของออยก็ดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“….”
“จุ๊บจิ๊บนี่มึงโอเคปะเนี่ย แล้วอย่าบอกนะว่ามึงคิดถึงมันน่ะ!”
“จะบ้าเหรอ ตอนนั้นมันทำตัวแย่ใส่กูขนาดนั้น แล้วจะให้กูคิดถึงมันได้ยังไง” เมื่อตั้งสติได้ จุ๊บจิ๊บก็รีบปฏิเสธเพื่อนโดยพลัน เพราะออยกำลังคิดอะไรไม่เข้าท่า
“งั้นก็ดีแล้ว ห้ามไปคิดถึงมันนะมึง…และอีกอย่างตอนนี้มึงก็ไม่ได้โสดแล้วด้วย อย่าลืมนะ”
“ก็จริงของมึง” จุ๊บจิ๊บพึมพำเสียงแผ่วแล้วพูดต่อ เพื่อเปลี่ยนบทสนทนาให้มันดูน่าฟังกว่านี้ “กูว่าตอนนี้เราเลิกพูดถึงแฟนเก่ากูเถอะ เพราะกูไม่อยากฟังเลยว่ะ แล้วเดี๋ยวเราไปหากินขนมแก้เซ็งกันไหม?”
“ก็เอาสิ ได้กินขนมหวานสักชิ้นก็น่าจะอารมณ์ดีขึ้น”
เมื่อตกลงกับออยได้แล้ว จุ๊บจิ๊บและเพื่อนสนิทก็ได้พากันเอาของไปไว้
ที่รถ ล้วค่อยไปหาร้านขนมหวานนั่งกินกันต่อ โดยเขาก็ใช้เวลากับเพื่อนสนิทตั้งแต่
เที่ยงจนถึงเย็น จุ๊บจิ๊บถึงค่อยกลับมาที่บ้านอีกครั้ง
“เฮ้อ เหนื่อย” หลังวางถุงเทียนหอมลงบนโต๊ะหน้าโซฟาเรียบร้อยแล้ว จุ๊บจิ๊บก็พึมพำออกมาเบา ๆ พร้อมทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรงเพื่อพักให้หายเหนื่อย ซึ่งในหลังจากนั้นเพียงไม่นานนักเขาก็รับรู้ได้ว่ามีคนกำลังทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน
“อ้าว นี่มันยังเป็นตอนกลางวันอยู่นะพี่เจน พี่เจนออกมาได้ไงอะ” จุ๊บจิ๊บหันไปถามคนข้างกายด้วยความฉงน
“จุ๊บจิ๊บ… ตอนนี้มันจะหนึ่งทุ่มแล้วนะ ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว”
“จริงด้วยแฮะ จิ๊บก็ลืมไปว่าตัวเองออกมาจากสยามตอนห้าโมงกว่า” ว่าจบ จุ๊บจิ๊บก็ถอนหายใจออกมาอีกระลอก
“ทำไมวันนี้ถึงดูเหนื่อย ๆ จัง” คุณเจนถามขึ้น
“มันก็เป็นแบบนี้ทุกทีแหละครับ เวลาที่จิ๊บออกไปข้างนอกทีไร จิ๊บรู้สึกว่ามันใช้พลังงานเยอะมากเลย แถมวันนี้ได้ออกไปเจออะไรที่น่าหงุดหงิดอีก…มันยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่” จุ๊บจิ๊บเอ่ย ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณเจนถึงกับเอียงคอเล็กน้อย ด้วยความสงสัย
“อ้อ ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่เรื่องจุกจิกที่ค่อนข้างกวนใจจิ๊บน่ะ” เพราะรู้ว่าคุณเจนอยากรู้ นั่นจึงทำให้จุ๊บจิ๊บรีบพูดต่อ โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องถาม
“ถ้าอย่างนั้น มันพอมีอะไรที่เจนสามารถทำให้จุ๊บจิ๊บรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม?”
“พี่เจนอยากช่วยจุ๊บจิ๊บเหรอครับ” คราวนี้จุ๊บจิ๊บถามอย่างสนใจ
“ก็ถ้ามันไม่เกินความสามารถเจน แล้วมันทำให้จุ๊บจิ๊บรู้สึกดีขึ้น เจนก็โอเคนะ”
“น่ารัก”
“….”
“จิ๊บขอบคุณในความหวังดีนะครับ แต่จิ๊บไม่ต้องการให้พี่เจนช่วยอะไรหรอก เพราะจิ๊บเยียวยาตัวเองได้” จุ๊บจิ๊บพูดทั้งรอยยิ้ม ก่อนที่ในหลังจากนั้นเขาจะเดินไปเปิดตู้เย็น เพื่อดื่มน้ำเปล่าให้ตัวเองสดชื่น
โดยหลังจากที่จุ๊บจิ๊บได้พักตัวเองให้หายเหนื่อยแล้ว เขาก็จัดการลงมือทำอาหารเย็นของตัวเองต่อ ซึ่งจุ๊บจิ๊บก็เลือกทำอาหารง่าย ๆ อย่างข้าวไข่เจียวกินเป็นมื้อเย็น
“แล้วนี่จุ๊บจิ๊บซื้ออะไรมาเหรอ?” ขณะที่คุณเจนนั่งอยู่ที่โซฟา และจุ๊บจิ๊บก็กำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะ อีกฝ่ายก็ถามขึ้น
“อ้อ ถุงนั้นเป็นเทียนหอมครับ จิ๊บตั้งใจจะเอามาจุดตอนที่กำลังแช่ตัวน่ะ” จุ๊บจิ๊บหันไปตอบเจ้าของบ้าน ก่อนที่เขาจะชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้ “พอพูดถึงเรื่องแช่ตัวแล้ว จิ๊บก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้เลย”
“….”
“พี่เจนเคยแกล้งจิ๊บตอนที่อยู่ในห้องน้ำไหมครับ วันนั้นที่จุ๊บจิ๊บกำลังแช่ตัวอยู่ในอ่างน่ะ” จุ๊บจิ๊บถามผีหนุ่ม หลังภาพเหตุการณ์ตอนที่มีเสียงเคาะที่หน้าประตูห้องน้ำ และคำพูดของเขาที่ชวนให้พี่เจนมาแช่ตัวด้วยกันได้ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
“ตอนนั้นจิ๊บเห็นหรือไง?” คราวนี้คุณเจนถามกลับมาทั้งรอยยิ้ม
“ไม่เห็นครับ จิ๊บมองไม่เห็น แต่จิ๊บรู้สึกได้ว่าน้ำในอ่างกระเพื่อม”
“….”
“พี่เจนไม่ตอบแบบนี้ งั้นก็แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะครับ พี่เจนเนี่ยไม่แฟร์เลยอะ ชอบเอาเปรียบจุ๊บจิ๊บอยู่เรื่อย เพราะจิ๊บเองก็อยากเห็นพี่เจนตอนโป๊เหมือนกันนะ!” จุ๊บจิ๊บพูดต่อทั้งคิ้วขมวด เมื่อเขารู้สึกว่าพี่เจนกำลังใช้ความสามารถพิเศษของ
เจ้าตัวในการที่เป็นผีเอาเปรียบกัน
“ก็ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักกันสักหน่อย” คุณเจนตอบกลับมา
“แล้วเราจะไม่รู้จักกันได้ยังไงครับ ในเมื่อวันที่จุ๊บจิ๊บเข้ามาในบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรก จิ๊บแนะนำตัวเองแล้วว่าเป็นเมียของพี่ แล้วพี่เจนก็รับรู้แล้วด้วย”
จุ๊บจิ๊บเถียงกลับไป และนั่นก็ทำให้คุณเจนยักไหล่ตอบกลับมาโดยที่ไม่ได้พูด
อะไรอีก
หลังจากที่ทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว จุ๊บจิ๊บก็จัดการล้างจานตามข้อตกลงที่เขาทำไว้กับคุณเจน ซึ่งเมื่อเขาเคลียร์ทุกอย่างเสร็จแล้ว จุ๊บจิ๊บก็ได้หอบหิ้วถุงเทียนหอมขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านต่อ เพื่อที่เขาจะได้อาบน้ำและเตรียมเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะในวันพรุ่งนี้เขามีอะไรหลายอย่างให้ต้องทำ ทั้งเริ่มติวภาษาอังกฤษเพื่อไปสอบวัดระดับภาษา และต้องเริ่มเตรียมเอกสารที่จะต้องใช้สมัครในบริษัทของคุณเจนแล้ว
“อะไรเนี่ย มันเป็นบ้าหรือไง” ระหว่างที่จุ๊บจิ๊บกำลังนอนกอดคุณเจน พร้อมเล่นโทรศัพท์ของตัวเองไปด้วย เขาก็ได้พูดขึ้นเบา ๆ เมื่อจุ๊บจิ๊บเห็นการแจ้งเตือนบางอย่าง ซึ่งมันก็ทำให้จุ๊บจิ๊บรู้สึกอารมณ์เสียอีกครั้ง
“นั่นใคร?” คุณเจนที่มองโทรศัพท์ของจุ๊บจิ๊บอยู่เช่นกัน ถามขึ้น
“คนนิสัยไม่ดีครับ… คนนิสัยไม่ดีที่พยายามป้วนเปี้ยนจุ๊บจิ๊บ” จุ๊บจิ๊บ
ตอบกลับไป โดยในระหว่างนั้นเขาก็ได้นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เมื่อเขาไม่รู้ว่าควรจะกดตอบรับหรือกดบล็อกไปดี หลังแฟนเก่าของเขามีการส่งคำขอเป็นเพื่อนเข้ามา ทั้งที่
ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเป็นคนบล็อกจุ๊บจิ๊บไปก่อน
ซึ่งการกดบล็อกนั้น มันควรจะเป็นจุ๊บจิ๊บต่างหาก
“แล้วคนนิสัยไม่ดีที่จุ๊บจิ๊บบอก มีสถานะอะไรกับจุ๊บจิ๊บ?” คุณเจนถามต่อ ซึ่งนั่นก็ทำให้จุ๊บจิ๊บค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เพื่อสบตากับคุณเจน และในหลังจากนั้นเขาก็ได้ตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เขาเป็นแฟนเก่าครับ เป็นแฟนเก่าที่คบกันมาได้สามปีแล้ว แต่สุดท้าย…เขาก็นอกใจจุ๊บจิ๊บไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเพื่อนร่วมงาน”
“ถ้าอย่างนั้นก็กดบล็อกไปเลย ไม่ต้องลังเลหรอก” คุณเจนตอบกลับมาทันที
“….”
“ถ้าตอนนี้ชีวิตจิ๊บมันโอเคแล้ว ไม่ได้โหยหาเขา ไม่ได้รู้สึกอยากกลับไปคบอีก งั้นเจนว่าก็กดบล็อกไปเถอะ อย่าปล่อยให้เขาเข้ามาทำลายสภาพแวดล้อมที่มันดีอยู่แล้วเลย”
“พี่เจนดูเป็นคนชัดเจนและเด็ดขาดกับทุกอย่างจังเลยครับ” จุ๊บจิ๊บเอ่ยตามที่ตัวเองคิด ก่อนที่เขาจะกดปฏิเสธคำขอจากแฟนเก่า และผละตัวออกจากอ้อมกอดของคุณเจน เพื่อไปหยิบอะไรบางอย่างมาให้คุณเจนดู เพราะจุ๊บจิ๊บเองก็ลืมถามเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“พอดีจิ๊บเห็นมันตกอยู่ที่ใต้เตียง แล้วรูปนี้พี่เจนถ่ายคู่กับใครเหรอครับ?” หลังยื่นภาพโพลารอยด์ไปให้คุณเจนดูแล้ว จุ๊บจิ๊บก็ถามขึ้นทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณเจนขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังจ้องมองรูปภาพนั้นตาไม่กะพริบ
“นั่นสิ นี่ใครกัน” คุณเจนพึมพำเสียงแผ่ว
“….”
“เจนจำไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่เจนรู้สึกว่าตัวเองเกลียดผู้ชายคนนี้มาก”
“เกลียดมากเลยเหรอครับ?” จุ๊บจิ๊บถาม
“ใช่ครับ เกลียดมาก เพราะเจนรู้สึกถึงแรงเกลียดชังของรูปนี้ …แต่ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกันนะ” คุณเจนพึมพำต่อ
