บทที่ 9 บท 5.2
“คุณนายเอื้องสบายดีครับ พี่เจนไม่ต้องเป็นห่วงแม่ของตัวเองนะ”
“จิ๊บคงจะแปลกใจใช่ไหมว่าทำไมเจนถึงถามเรื่องแม่ของตัวเอง ทำไมถึงไม่โผล่ไปดูเอง ในเมื่อสามารถโผล่แวบไปแวบมาได้”
“….”
“ทุกอย่างมันต้องใช้พลังงาน แล้วยิ่งแม่อยู่ต่างจังหวัดและอยู่ไกลจากจุดที่เจนตายมากเท่าไร มันก็ยิ่งต้องใช้พลังงานเยอะ”
“ถ้าอย่างนั้นพี่เจนอยากให้คุณนายเอื้องมาอยู่ที่นี่ไหมครับ พี่เจนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” จุ๊บจิ๊บว่า แต่เพราะเขาอาจจะคิดตื้นไปเสียหน่อย นั่นจึงทำให้คุณเจนถึงกับระบายยิ้มออกมา
“อย่าเลย เพราะแม่เจนเป็นคนกลัวผี”
“….”
“แล้วอีกอย่าง…ตอนนี้แม่เจนก็ทุกข์มากแล้ว ถ้าแม่รู้ว่าเจนอยู่ใกล้ ๆ แต่เธอมองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ แม่ก็น่าจะเป็นทุกข์ยิ่งกว่าเดิม”
พอได้ยินคุณเจนพูดเช่นนั้นจุ๊บจิ๊บก็ได้แต่นิ่งไป เนื่องจากมันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายพูดนั่นแหละ แค่รู้ว่าลูกชายของตัวเองยังไม่ไปเกิด คุณนายเอื้องก็น่าจะทุกข์มากอยู่แล้วและถ้ามารู้ว่าลูกชายยังเป็นห่วงตัวเองแบบนี้ เธอก็น่าจะเป็นทุกข์มากกว่าเดิม
“พอเราพูดถึงเรื่องนี้กันแล้ว งั้นผมขอถามอะไรอีกอย่างสิครับ…ทำไมพี่เจนถึงไม่ไปเกิดล่ะ”
“เพราะเจนทิ้งเรื่องทางนี้ไปไม่ได้”
“แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่พี่เจนยังไม่ได้แต่งงานไหมครับ?” จุ๊บจิ๊บซักไซ้ต่อ หลังเขาคิดว่าคุณนายเอื้องอาจจะเข้าใจเรื่องนี้ผิดไป แล้วคิดไปว่าสาเหตุที่ลูกชาย
ของตัวเองยังไม่ไปไหนแบบนี้ ก็เป็นเพราะยังเป็นโสดและไม่ได้แต่งงาน
“ก็…ส่วนหนึ่ง”
“ส่วนหนึ่ง?”
“ใช่ มันมีบางอย่างที่เจนต้องการ”
“แล้วเรื่องบางอย่างที่ว่านั้นคืออะไรครับ แล้วจิ๊บสามารถจัดการแทนพี่ได้หรือเปล่า?” จุ๊บจิ๊บถามอีก เพราะถ้ามันเป็นเรื่องที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรงและมันจะทำให้คุณเจนไปเกิดได้ เขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ
“น่าจะจัดการได้แหละมั้ง” คุณเจนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก
“แล้วจะให้จิ๊บจัดการเรื่องอะไรครับ?”
“ความลับ”
“ฮะ?” คราวนี้จุ๊บจิ๊บถึงกับทำหน้างงทันที
“ตอนนี้จุ๊บจิ๊บยังดูไม่น่าไว้ใจเท่าไร เพราะงั้นเจนจะยังไม่บอกอะไรทั้งนั้น”
“แต่ว่าจุ๊บจิ๊บอยากจะช่วยพี่เจนนะ” จุ๊บจิ๊บพูด
“ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่เจนยังไม่กล้าไว้ใจหรอก”
“แล้วพี่เจนไม่อยากไปเกิดเร็ว ๆ เหรอ”
“การที่จะได้ไปเกิดใหม่มันมีหลายปัจจัยมาก เผลอ ๆ หลังจากที่จัดการเรื่องนั้นไปแล้ว เจนอาจจะยังไม่ได้ไปเกิดด้วยซ้ำ เพราะเจนตายตอนที่ยังไม่ถึงอายุขัยของตัวเอง”
“งั้นก็แย่เลยสิ แล้วจุ๊บจิ๊บไม่สามารถช่วยอะไรพี่เจนได้เลยเหรอ”
“….”
“นี่พี่เจนรู้ไหมว่าคุณนายเอื้องจ้างจุ๊บจิ๊บหลักล้านเลยนะ พี่เจนไม่อยากให้จิ๊บทำงานคุ้มกับเงินล้านหน่อยหรือไง” จุ๊บจิ๊บพูดขึ้นอีกครั้ง
“จิ๊บทำหน้าที่เป็นเมียที่ดีก็พอแล้ว ข้อหนึ่ง รักษาความสะอาดในบ้านหลังนี้ให้ดี เพราะเจนรักบ้านหลังนี้มาก ข้อสอง ห้ามพาเพื่อนหรือคนอื่นที่ไม่ใช่คนของแม่เข้ามาเด็ดขาด เพราะเจนไม่ชอบ” คุณเจนร่ายยาวด้วยสายตาจริงจัง ทำเอาจุ๊บจิ๊บไม่กล้าแย้งอะไรทั้งนั้น เพราะกลัวคุณเจนจะโกรธแล้วทำหน้าสยดสยอง
ใส่กันอีกรอบ
“อ้อ แล้วก็มีเรื่องหนึ่งที่เจนอยากจะบอกเอาไว้ด้วย”
“เรื่องอะไรเหรอครับ?” จุ๊บจิ๊บถามอย่างนึกสงสัย
“ในทุกวันพระ เจนจะเฮี้ยนมาก” เมื่อคุณเจนพูดเช่นนั้น จุ๊บจิ๊บก็ต้องนิ่งไปอีกยก เมื่อมันมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา เพราะทุกวันนี้ผีอย่างคุณเจนที่คอยตามหลอกคนตัดหญ้า คอยแกล้งเหล่าแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดให้ มันยังไม่เรียกว่าเป็นผีเฮี้ยนอีกหรือไง
“พี่เจนยังเฮี้ยนได้มากกว่านี้อีกเหรอครับ” จุ๊บจิ๊บเอ่ยถามอย่างที่ใจนึก
“ใช่ เจนจะเฮี้ยนจนจุ๊บจิ๊บคิดไม่ถึงเชียวล่ะ”
“….”
“แล้วที่คอยปรากฏตัวให้คนตื่นตกใจ นั่นก็แค่หยอก”
“แค่หยอกงั้นเหรอ? แต่นั่นทำให้คนเขาเกือบหัวใจวายเลยนะครับ โดยเฉพาะคนที่กลัวผีจนขึ้นสมองน่ะ” จุ๊บจิ๊บพูด เพราะอันที่จริงก่อนที่เขาจะตัดสินใจรับงานของคุณนายเอื้อง จุ๊บจิ๊บก็พอจะรู้กิตติศัพท์ของคุณเจนมาบ้างแล้ว ยิ่งตอนที่คุณเจนเพิ่งเสียใหม่ ๆ ในช่วงหนึ่งเดือนแรก ถนนเส้นหน้าบ้านเหล่าหมาจรจัดพากันหอนระงมทุกคืน พระสงฆ์มาสวดตรงที่เกิดเหตุอีกรอบก็ยังไม่ดีขึ้น
ทำเอาคนที่มักจะใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรไปมา ต่างพากันไม่กล้าใช้ถนนเส้นนี้
ในตอนกลางคืนกัน
“เกือบหัวใจวายเลยเหรอ ขี้ตกใจจังเลยนะ” คุณเจนพึมพำ
“….”
“เอาเป็นว่าในทุกวันพระ ถ้าจิ๊บออกไปไหนได้ก็ออกไปเถอะ ออกไปจากบ้านหลังนี้ก่อนหกโมงเย็น เพราะถ้าไม่อย่างนั้นจิ๊บก็อาจจะจับไข้เพราะความเฮี้ยนของเจนก็ได้”
“แต่ว่าจิ๊บเป็นคนไม่กลัวผีนะครับ” จุ๊บจิ๊บเอ่ย
“จุ๊บจิ๊บรับกับความเฮี้ยนของเจนในวันนั้นไม่ไหวหรอก”
“แล้วถ้าอย่างนั้น…จิ๊บสามารถเข้ามาในบ้านได้อีกทีตอนไหนเหรอครับ หลังจากที่พ้นวันพระไปแล้วน่ะ”
“หกโมงเช้าของวันต่อมา”
“….”
“ห้ามอยู่ในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่ช่วงหกโมงเย็นของวันพระจนถึงตีห้าห้าสิบเก้าของวันถัดไป”
“แล้วถ้าสมมติจุ๊บจิ๊บอยากทดสอบความเฮี้ยนของพี่เจนล่ะครับ” จุ๊บจิ๊บยังคงซักไซ้ต่อ เนื่องจากในตอนนี้เขามีความสงสัยอยู่เต็มไปหมด
“ยังไง” คุณเจนถามกลับมา
“ก็สมมติว่าจุ๊บจิ๊บอยากทดสอบความเฮี้ยนของพี่เจนสักสองชั่วโมงอะไรแบบนี้อะครับ พอรับไม่ไหวจุ๊บจิ๊บถึงค่อยออกจากบ้านไป ออกจากบ้านไป…ตอนสองทุ่มอะไรแบบนี้ จิ๊บสามารถทำได้ไหม”
“ถ้าอยากทดสอบแบบนั้น มันจะมีอยู่สองอย่างให้เลือก”
“….”
“หนึ่ง…ไม่สามารถออกไปได้เพราะประตูจะถูกล็อกเอาไว้ทุกทาง แล้วก็จะถูกเจนแกล้งตลอดทั้งคืน สอง…จุ๊บจิ๊บออกจากบ้านไปได้นะ แต่เจนก็จะตามไปด้วยแล้วคราวนี้ไม่ว่าจุ๊บจิ๊บจะออกต่างจังหวัด หรือขับรถไปไกลแค่ไหน เจนก็สามารถตามไปได้อยู่ดี เพราะในวันพระ…เจนจะมีพลังมากกว่าปกติ”
“ไม่มีตัวเลือกไหนที่มันน่าเลือกเลยแฮะ” จุ๊บจิ๊บได้แต่พึมพำเสียงแผ่ว
“ใช่ มันไม่มีตัวเลือกไหนที่น่าเลือกเลย เพราะงั้นจุ๊บจิ๊บอย่าทดสอบเลยน่าจะดีกว่า”
“….”
“ที่เจนเตือนก็เพราะหวังดีนะ เจนไม่อยากให้เมียของตัวเองต้องมาเป็นผีเหมือนกัน”
“คำก็เมีย… สองคำก็เมีย… งั้นจิ๊บขอถามอีกรอบ เราได้กันแล้วจริง ๆ เหรอ” จุ๊บจิ๊บวกกลับมาที่ประเด็นแรกอีกครั้ง เพราะเขายังสงสัยเรื่องนี้ไม่หาย
“ก็ได้กันแล้วสิ เพราะคืนนั้นจิ๊บเป็นคนชวนเจนเองนะ”
“ฮะ จิ๊บเป็นคนชวนเองเลยเหรอ”
“ใช่ จิ๊บชวนเจนเล่นผีผ้าห่มกัน ชวนปฏิบัติตัวต่อกันเหมือนผัวเมียจริง ๆ”
“แล้วทำไมจิ๊บถึงไม่เจ็บสะโพกล่ะ”
“นี่น่าจะเป็นข้อดีแหละมั้ง”
“….”
“มีผัวเป็นผี เวลามีอะไรจะไม่เจ็บสะโพก แต่ยังฟินเหมือนเดิมนะ”
“พี่เจนมั่วแล้ว!” จุ๊บจิ๊บพูดขึ้นทันที โดยในขณะเดียวกันนั้นเขาก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก
“เจนพูดจริง ๆ ก่อนที่จิ๊บจะหลับไป จิ๊บยังละเมอพูดกับเจนเลยว่ารู้สึก
ฟินจัง วันหน้าเอาใหม่”
“จ—จิ๊บพูดอย่างนั้นจริงเหรอ”
“ไม่ครับ เจนโกหก”
“พี่เจน!”
