บทที่ 10 วันที่รอคอย
"เหนื่อยแล้วใช่ไหม" ศิราถามน้องสาวฝาแฝดที่นั่งหายใจหอบเหนื่อย
"เหนื่อย" นีราสูดลมหายใจเข้า และพ่นลมหายใจออกมาเร็วแรง ไล่ความเหนื่อยให้คลายลง เช่นเดียวกับธาราที่โดนนีราประเคนกำปั้นไปหลายครั้ง มากกว่าแฝดผู้พี่
"เป็นแฟนกันหรือยัง" ศิราถามขึ้นอีกครั้ง
"เหนื่อยอยู่" ศิราให้นีราได้พักหายเหนื่อย จนเธอหายใจเป็นปกติจึงเอ่ยถามขึ้นมาอีก
"ว่าไง ตกลงเป็นแฟนกันหรือยัง"
"ยัง"
"แค่คุยกันเฉยๆ"
"อืม"
"คุยกันเฉยๆ มาสามปีเนี่ยนะ" ธาราไม่อยากจะเชื่อว่าคุยกันมาตั้งสามปีจะยังไม่ได้เป็นแฟนกัน
"อืม ก็ยังเด็กอยู่"
"ตอนนี้โตแล้ว ก็เป็นแฟนได้แล้วสิ"
"จะเป็นได้ไง เฮียก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้"
"เพราะปะป๊าใช่ไหม นีราถึงบอกว่าเป็นไปไม่ได้" ศิราลูบศีรษะของน้องสาวเบาๆ อย่างเข้าใจ
"ก็รู้ๆ กันอยู่ ถ้าปะป๊ารู้นีราคงไม่ได้มาเรียนที่นี่หรอก เผลอๆ เรนนี่ของนีราโดนยิงไส้แตกตายไปแล้ว"
"แล้วจะคุยกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ คุยกันโดยไม่มีสถานะต่อไปงั้นเหรอ"
"อืม แล้วเฮียสองคนจะบอกปะป๊าไหม"
"นีราจะให้เฮียสองคนบอกปะป๊าเรื่องอะไรล่ะ เรื่องอะไรเฮีย เฮียรู้ไหม" นีรายิ้มกว้างตื้นตันกับคำพูดของธารา ที่ทำเป็นหลงลืมความลับของเธอกับเรน เช่นเดียวกับศิรา
"ไม่รู้สิ"
"รักเฮียธาราที่สุด รักเฮียศิราที่สุดเหมือนกัน" นีราหอมแก้มพี่ชายฝาแฝดทั้งสอง
"ทีแบบนี้รักเชียว เมื่อกี้ยังทุบเอาๆ" ธาราใช้สองมือยีผมนีราจนยุ่งเหยิง
"ก็อยากมาแกล้งนีราทำไมล่ะ เฮีย เฮียสองคนคิดว่าปะป๊าจะส่งคนมาคอยดู คอยเฝ้านีราไหม" นีราถามเสียงอ่อยด้วยความเป็นกังวล เธออยากคุยหรือไปไหนมาไหนกับเรนอย่างเปิดเผยบ้าง
"หม่าม้าประกาศขนาดนั้นปะป๊าคงไม่กล้าหรอก"
"ตอนนี้อาจไม่ แต่ถ้าปะป๊าระแคะระคายเรื่องของนีรากับพี่เรนขึ้นมาก็ไม่แน่"
"เอาจริงนะ นีราก็เรียนมหาลัยแล้ว ปะป๊าคงไม่หวงขนาดเมื่อก่อนแล้วมั้ง" ธาราว่า
"น้อยไปสิ เฮียจำที่ปะป๊าพูดไม่ได้เหรอว่าให้นีราเรียนจนเป็นด็อกเตอร์ไปเลย แล้วยังย้ำอีกว่าไม่มีผู้ชายหน้าไหนดูแลนีราได้ดีเท่าปะป๊าอีกแล้ว"
"ถ้าให้แปล ปะป๊าก็คงจะบอกว่าห้ามนีรามีแฟนจนกว่าจะเรียนจนจบปริญญาเอกใช่ไหม" ศิราพูด
"หรืออาจจะตลอดไป ปะป๊าคงยกนีราขึ้นไปบนคานแล้วปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา"
"ดูเฮียพูดเข้า แล้วเฮียสองคนรู้ได้ไงว่าเรนนี่คือพี่เรน"
"ตอนงานปาร์ตี้ที่บ้านเมื่อเดือนที่แล้วไง บังเอิญเฮียสองคนเห็นนีรากับพี่เรนแอบเจอกัน และก็ได้ยินนีราเรียกพี่เรนว่าเรนนี่" งานเลี้ยงสังสรรค์ของครอบครัวเมื่อเดือนที่แล้วถูกจัดขึ้นที่ไร่จันทรัช เรนก็ได้รับเชิญไปด้วยเช่นเดียวกับโซนและธันน์ ทั้งคู่แอบคุยกันในที่ลับตาคน แต่ศิรากับธาราก็บังเอิญเดินผ่านไปพอดี ทำให้ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ แต่ทั้งสองคนก็เลือกที่จะปิดปากเงียบมาตลอด จนกระทั้งวันนี้
"วันหลังก็ระวังหน่อย ถ้าวันนั้นเป็นปะป๊าไปเจอคงเป็นเรื่องไปแล้ว เฮียอยู่ข้างนีรานะ จะคอยเป็นกำลังใจ คอยช่วยให้รักของนีราสมหวัง"
"นีรารักเรนนี่เหรอ" นีรารำพึงรำพัน ไม่แน่ใจความรู้สึกของตนเอง รู้เพียงแค่ว่าเธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยกับผู้ชายคนนี้ อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้าในทุกๆ วัน
"คุยกันมาสามปีไม่มีความรู้สึกที่มันพิเศษบ้างหรือไง วันไหนถ้าไม่ได้คุยกัน คิดถึงไหม" ธาราไม่อยากจะเชื่อว่าระหว่างนีรากับเรนจะไม่มีความรู้สึกใดๆ เกิดขึ้นเลย
"ก็คุยกันทุกคืน ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันก็คุยกันมาตลอด" ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ไม่มีวันไหนที่เรนจะไม่โทรหรือส่งข้อความหานีรา โดยเฉพาะในช่วงสองปีนี้ ที่ทั้งคู่จะพูดคุยกันก่อนนอนทุกคืน บางครั้งก็หลับไปทั้งที่ยังไม่กดวางสาย แต่ส่วนมากจะเป็นเธอเสียมากกว่าที่จะหลับไปก่อน
"แล้วช่วงเวลาที่ไม่ได้คุยล่ะ"
"ตั้งตารอให้ถึงเวลาที่จะได้คุยกับเรนนี่"
"นั่นแหละเขาเรียกว่าคิดถึง"
"อืม คิดถึง ตอนนี้ก็คิดถึง"
"ชะเง้อคอมองอยู่หน้าบ้านแล้วมั้ง"
"ไหน" นีรารีบลุกไปดู ชะเง้อคอมองไปยังนอกรั้วบ้าน แต่ก็ไม่เห็นมีใครสักคน นอกจากลุงคนสวนกับแม่บ้านที่ช่วยกันเก็บกวาดที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ทำให้รู้ตัวว่าถูกธาราแกล้งอีกแล้ว
"ไอ้เฮียธารา!!" นีราตวาดแหว
"เรียกดีๆ เดี๋ยวเพี้ยน" ธาราหัวเราะขบขันที่แกล้งน้องสาวฝาแฝดได้
"จะให้เปลี่ยนสรรพนามใหม่ไหมล่ะ จะเปลี่ยนให้"
"เฮียธาราน่ะดีแล้ว แล้วนั่นจะไปไหน" ธาราถามเมื่อนีราไม่เดินกลับมาที่โซฟา
"อาบน้ำ"
"แล้วไม่โทรหาเรนนี่เหรอ ป่านนี้รอจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้วมั้ง"
"โทรสิ" นีราตอบโดยไม่ได้หันกลับมา
"จะโทรจิตเหรอ"
"อะไรของเฮีย...ลืมเลย" นีราหันกลับมาถามด้วยความสงสัย จึงเห็นสมาร์ทโฟนของเธออยู่ในมือธารา
"ทำไงก่อน" ธาราไม่ยอมให้สมาร์ทโฟนกับนีราโดยง่าย เขาชักมือกลับทำหน้ายียวน
"อีกสักหมัดไหม" นีราง้างหมัดตั้งท่าชกหน้าธารา
"คิดว่ากลัวหรือไง"
"คืนนีราไปได้แล้ว" ฝ่ามือของศิราฟาดลงบนศีรษะด้านหลังของธาราอย่างไม่แรงนัก
"สมน้ำหน้า" นีราได้ทีคว้าสมาร์ทโฟนในมือธาราคืนมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ด้วยความสะใจ
"เกิดเป็นลูกสาวปะป๊านี่น่าอึดอัดใจนะ จะมีแฟนก็ไม่ได้ ทีกับลูกชายบอกให้มีเมีย"
"ตอนนีราเกิดต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ปะป๊าคอยเฝ้าดูแลด้วยความทะนุถนอม ย่อมรักและห่วงเป็นธรรมดา รักมาก ห่วงมาก ก็ต้องหวงมาก กลัวคนอื่นดูแลนีราได้ไม่ดีพอ" ศิราเข้าใจนีรา และเขาก็เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเช่นเดียวกัน
พอเข้ามาในห้องนอนของตนเองนีราส่งข้อความบอกเรนทันทีว่าไม่เป็นอะไร บอกเรื่องที่ศิรากับธารารู้เรื่องของเธอกับเขา ขออาบน้ำก่อนแล้วจะโทรหา แต่เมื่ออาบน้ำเสร็จคนเป็นพ่อก็โทรมา คุยกันเกือบสองชั่วโมงเพราะเที่ยวบินดีเลย์ และเรนก็ต้องเข้าสนามแข่งรถของธามในฐานะผู้จัดการทีมเพื่อตรวจเช็คความพร้อมของสนามสำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้
มหาวิทยาลัย
"ถ้าไม่มีเพื่อนกินข้าวโทรบอกเฮียนะ จะมากินเป็นเพื่อน" ธาราเอ่ยบอกเมื่อมาส่งศิรากับนีราที่หน้าตึกคณะวิทยาศาสตร์ เธอเลือกเรียนสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร ส่วนศิราเรียนคณะเดียวกัน แต่เรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร และธาราเรียนวิศวกรรมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์
"เฮียพูดเหมือนจะไม่มีใครคบนีรา ยังไงนีราก็มีเฮียศิราไหม ต้องรับน้องด้วยกันอยู่แล้ว ตัวเองเหอะที่จะไม่มีเพื่อนกินข้าว ทำมาบอกว่าจะมากินข้าวด้วย"
"ใครบอกว่าเฮียไม่มีเพื่อน" ธาราบุ้ยปากบุ้ยหน้าไปยังรถสปอร์ตสุดเท่ที่เพิ่งจอดเทียบฟุตบาท เมื่อประตูรถเปิดออกร่างสูงของภีมก้าวลงจากรถ และเดินตรงมายังทั้งสามคน
"หนุ่มวิศวกรรมยานยนต์นี่เอง" นีราทักทาย
"นกน้อยบินออกจากกรงทองได้แล้ว" ภีมส่งยิ้มทักทายทุกคน
"อย่ามาแซว" นีราย่นจมูกใส่ภีมอย่างน่ารัก
"เอางี้ดีกว่า เฮียเอารถไว้ ธาราไปกับภีม เผื่อรับน้องเลิกไม่พร้อมกันจะได้ไม่ต้องรอ" ว่าแล้วธาราก็เปิดประตูลงจากรถครอสโอเวอร์สุดหรูแล้วให้กุญแจรถกับศิรา
"เอางั้นก็ได้"
"ไปกันเหอะ เดี๋ยวสาย" ธารากอดคอภีมให้เดินกลับไปที่รถ ศิรากับนีรารอจนรถสปอร์ตเคลื่อนตัวออกไป
"เราก็ไปกันเถอะ" ศิราเดินโอบไหล่ของนีราไปยังจุดนัดพบเพื่อลงทะเบียนรับน้องสำหรับนักศึกษาใหม่
นักศึกษาปีหนึ่งคณะวิทยาศาสต์ร่วมกิจกรรมรับน้อง ศิรากับนีราเดินมาถึงหน้าสโมสรก็ได้ยินเสียงประกาศของรุ่นพี่ให้รุ่นน้องปีหนึ่งเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ แล้วพาน้องๆ รอดซุ้มประตูซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามเข้าไปภายใน พี่ๆ ต่างกล่าวต้อนรับพร้อมด้วยรอยยิ้มจริงใจ แล้วยังมีมาสคอตหมีสีน้ำตาล กระต่ายสีชมพู และเสือ มาคอยโบกไม้โบกมืออยู่ใกล้ๆ นีรายิ้มอย่างชอบอกชอบใจในความน่ารัก
กิจกรรมรับน้องในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความอบอุ่นที่รุ่นพี่มีต่อรุ่นน้อง ไม่มีกิจกรรมที่ใช้ความรุนแรงหรือรุ่นพี่กลั่นแกล้งรุ่นน้อง มีแต่เสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน จากการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม นีราได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ซึ่งเรียนสาขาเดียวกัน เหมย นุ๊ก และกราฟ เป็นสองสาวกับหนึ่งหนุ่มหน้าหวานท่าทางตุ้งติ้งแต่ก็น่ารัก
"ผู้ชายที่มาด้วยกัน แฟนนีราเหรอ" กราฟถามด้วยความอย่างรู้ ส่งสายตาโปรยเสน่ห์ไปให้ศิราที่นั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ในสาขา
"ไม่ใช่ เฮียศิรา พี่ชายนีราเอง"
"พี่ชาย ซิ่วมาเรียนเหรอ"
"ก็ไม่ใช่อีกแหละ เฮียศิราเป็นพี่ชายฝาแฝดของนีรา ส่วนเฮียธาราเรียนวิศวะ"
"แฝดสามเหรอ" เพื่อนใหม่ทั้งสามคนของนีราต่างตกตะลึงพรึงเพริดไปตามๆ กัน นีรายิ้มและพยักหน้า พอหายตกตะลึงก็พากันตื่นเต้น ออกอาการกระดี๊กระด๊าอยากรู้จักกันขึ้นมาอย่างออกนอกหน้า รอคอยช่วงเวลาพักกลางวันอย่างใจจดใจจ่อ
"นั่นพี่เรนใช่ไหม" เสียงของนักศึกษาสาวระเบ็งเซ็งแซ่ในช่วงเวลาพักกลางวันเมื่อชายหนุ่มร่างสูงผู้มีใบหน้าคล้ามคมมีเสน่ห์ จมูกโด่งรับกับเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลา สะกดให้ทุกสายตามองได้ไม่รู้เบื่อ อดีตรุ่นพี่ที่ศึกษาจบไปแล้วยืนถือช่อดอกไม้อย่างไม่สนใจเสียงเหล่านั้น ดวงตาคมเอาแต่มองหาหญิงสาวเพียงคนเดียว
นีราสะดุดหูชื่อที่ถูกกล่าวถึง จึงหันไปมองตามเสียงเหล่านั้น สองสายตาสบประสาน ดวงตาฉายแววแห่งความสุข รอยยิ้มแก้มแทบปริที่ปรากฏบนใบหน้าแสดงออกว่าดีใจ และมีความสุขที่สุดของคนทั้งสอง
