บทที่ 9 ความลับที่ไม่เป็นความลับ
"ใจจริงป๊าอยากให้นีราเรียนที่เชียงรายมากกว่า ป๊าจะได้ไปรับไปส่งได้ ป๊าว่านีราเปลี่ยนใจดีกว่านะ ป๊ากลับจากทำสัญญาที่เดนมาร์ก ป๊าจัดการให้ เรียนช้ากว่าเพื่อนแค่อาทิตย์เดียวไม่เป็นไรหรอก นีราเรียนทันเพื่อนอยู่แล้ว" เดลพยายามหว่านล้อมนีราให้กลับไปเรียนที่เชียงราย เมื่อถึงวัยที่ต้องเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ศิรา ธารา และนีรา มาเรียนมหาวิทยาลัยที่ครอบครัวแทนไทเป็นผู้ให้การอุปถัมภ์ ลูกหลานในตระกูลล้วนเรียนจบจากที่นี่ โดยให้ทั้งสามคนพักอาศัยอยู่ที่บ้านที่เขาเกิดและโต ก่อนจะย้ายไปปักหลักที่เชียงราย แต่พอถึงเวลาที่ต้องห่างลูกสาวสุดที่รัก คนเป็นพ่อก็พาลใจหาย รู้สึกโหวงเหวงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ทีเฮียศิรากับเฮียธาราปะป๊าบอกให้เรียนที่นี่ได้" นีราหน้าเจื่อนกลัวว่าคนเป็นพ่อจะให้กลับไปเรียนที่เชียงรายจริงๆ เธออุตส่าห์ตั้งตารอมาสามปีเพื่อจะได้มาเรียนและอยู่ที่นี่ และเธอรู้ตัวดีว่าหากคนเป็นพ่อยืนกรานหรือพูดในทำนองร้องขอ เธอก็จะต้องยอมทำตามเพื่อความสบายใจของพ่อ
"ก็นีราเป็นผู้หญิง ป๊าเป็นห่วง" เสียงทุ้มนุ่มนวล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกสาวจะเปลี่ยนใจ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่นีราไม่ได้เลือกในสิ่งที่เขาเลือกไว้ให้
"เราสองคนดูแลนีราเองครับ ปะป๊าไม่ต้องเป็นห่วงเลย" ศิราพูดอย่างแข็งขัน น้ำเสียงหนักแน่น เช่นเดียวกับธารา
"ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลย ปะป๊ะเชื่อใจได้"
"ป๊าไม่ได้กลัวยุงกลัวไร"
"ธาราก็หมายถึงพวกผู้ชายที่จะเข้ามาจีบนีรานั่นละ ธารากับเฮียจะดูแลนีราเป็นอย่างดีเลย ไม่ให้ผู้ชายหน้าไหนมาข้องแวะหรือแตะต้องนีราเป็นอันขาด"
"ป๊าจะไม่ไว้ใจก็เพราะเราสองคนนั่นแหละ"
"อ้าว ปะป๊า" ศิรา ธารา พูดเป็นเสียงเดียวกัน
"นีราโตแล้วนะเฮีย ให้ลูกได้เลือกเองบ้าง ลูกอยากเรียนที่นี่ก็ให้ลูกเรียน แล้วอย่าให้รู้นะว่าส่งคนคอยตามลูก แม่จะยิงทิ้งทั้งนายทั้งลูกน้องเลย" เอวาดักคอคนเป็นสามีไว้ก่อนอย่างรู้เท่าทันความคิด บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านนอกต่างรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ หลุบตาต่ำลงอย่างไม่กล้าสบสายตานายหญิง
"ใครจะไปทำอย่างนั้น น้องน่ะคิดมาก"
"ก็เฮียไง อย่าคิดว่าน้องรู้ไม่ทันนะ แค่เฮียอ้าปากน้องก็เห็นไส้เห็นพุงหมดแล้ว"
"เฮ้อ!!" เดลถอนหายใจเสียงดัง ทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อไม่อาจทำอะไรได้ดั่งใจ หัวใจห่อเหี่ยว เพียงแค่คิดว่าลูกสาวต้องออกห่างจากอก ครั้นจะให้มาหาบ่อยๆ หรือมาอยู่ที่นี่ก็เป็นไปไม่ได้ ไหนจะงานที่ไร่ ไหนจะงานที่โรงงาน ไหนจะต้องเดินทางไปติดต่อประสานงานยังประเทศคู่ค้า อย่างวันนี้เขาก็ต้องเดินทางไปทำสัญญากับประเทศทางแถบอเมริกาเหนืออย่าง เดนมาร์ก เม็กซิโก กัวเตมาลา และสาธารณรัฐโดมินิกัน เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยมีเอวาเดินทางไปกับเขาด้วย และวรากับนาราก็จะต้องเดินทางกลับเชียงรายพร้อมธนรัชกับจันทภา เพราะพรุ่งนี้โรงเรียนจะเปิดเทอมแล้ว ส่วนศิรา ธารา และนีรา มหาวิทยาลัยจะเปิดเรียนในวันพรุ่งนี้เช่นกัน
"ปะป๊าไม่ต้องห่วงนีรานะคะ นีราจำคำพูดของปะป๊าได้หมดเลย" นีราหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาพร้อมทั้งใช้แขนเล็กโอบกอดคนเป็นพ่ออย่างออดอ้อน
"ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะดูแลนีราได้เท่าป๊า นีราจำไว้นะลูก แก้วตาดวงใจของป๊า" เดลจูบกระหม่อมบางของลูกสาวเบาๆ ด้วยความรักใคร่
"ปะป๊าลืมไปหรือเปล่าว่ามีนาราเป็นลูกสาวอีกคน" นาราหน้างอง้ำด้วยความน้อยใจ แต่ก็เพียงแสร้งทำเท่านั้น
"ป๊าจะลืมนาราได้ไงละลูก พี่นีราชอบมีผู้ชายมาเกาะแกะ ป๊าก็เลยเป็นห่วง"
"นารามีแต่ผู้หญิงมาชอบไง ปะป๊าเลยไม่ห่วง" วราว่า น้องสาวฝาแฝดของเขาเสน่ห์แรงยิ่งกว่าผู้ชายมาดแมนเสียอีก มีแต่ผู้หญิงมารุมชอบด้วยคิดว่าเป็นพวกเลสเบี้ยน
"วรานี่ ป๊าห่วงนารา ห่วงเหมือนเจเจ้นั่นละ ป๊ามีลูกสาวแค่สองคนก็ทั้งรักทั้งห่วงทั้งคู่" เดลทำเสียงตำหนิลูกชายคนเล็ก ยื่นมือไปหานาราให้มานั่งข้างๆ โอบกอดลูกสาวทั้งสองคนไว้ในอ้อมอกอุ่น
"ปะป๊าลืมว่ามีลูกชายซะงั้น หม่าม้า" ธารามองคนเป็นพ่อที่ถ่ายทอดความรักให้ลูกสาวทั้งสองคน ก่อนจะเข้าไปออดอ้อนคนเป็นแม่
"ลูกชายของหม่าม้า มาๆ ศิรา วรา มากอดกันลูก" เอวาอ้าแขนข้างหนึ่งให้ลูกชายอีกสองคนเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ความจริงแล้วเป็นเธอต่างหากที่อยู่ในอ้อมกอดของลูกชายทั้งสามที่บัดนี้สูงใหญ่กว่าเธอกันหมดแล้ว
"มีอะไรจะบอกเฮียสองคนไหม" ทันทีที่ทุกคนออกเดินทางไปสนามบิน ศิรา ธาราก็เข้ามานั่งขนาบข้างนีรา
"บอกอะไร เฮียจะให้นีราบอกอะไร"
"หรือว่าเราจะบอกปะป๊าว่าอยากกลับไปเรียนที่เชียงรายดีนะศิรา"
"นั่นสิ อุตส่าห์ช่วยพูดกับปะป๊า แต่กลับมีความลับกับพี่กับเชื้อ"
"ความลับอะไร เฮียสองคนพูดเรื่องอะไร"
"เรนนี่" ศิรากับธาราพูดออกมาพร้อมกัน จ้องเขม็งอย่างต้องการเค้นความลับจากปากน้องสาวฝาแฝด
"เรนนี่ทำไม" นีราเสียงอ่อยหลุบตาต่ำ ไม่กล้าสบตาพี่ชายทั้งสอง
"เรนนี่คือพี่เรน" ศิราว่า
"เฮียรู้ได้ไง แล้วปะป๊ารู้ไหม แต่ถ้ารู้ก็ต้องพูดอะไรบ้างสิ หรือว่าจัดการพี่เรนไปแล้ว เรนนี่..." ดวงตากลมสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจที่พี่ชายฝาแฝดล่วงรู้ความลับที่เธอเก็บงำมาถึงสามปี พาลให้นึกกลัว เป็นกระวนกระวายว่าคนเป็นพ่อจะล่วงรู้ความลับนี้ด้วย นีราเหมือนคนสติแตก เป็นกังวลไปเสียทุกอย่าง ความเป็นห่วงเรนก่อเกิดในพลัน คว้าสมาร์ทโฟนส่งข้อความทักทาย เพียงชั่วอึดใจอีกฝ่ายก็ส่งข้อความตอบกลับมา
".........." นีราค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายฝาแฝดทั้งสองที่ต่างกระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ รู้ความลับของน้องสาวอย่างไม่ต้องเค้นถามให้เหนื่อย
"เฮีย" นีราทำตาปริบๆ สีหน้าราวกับจะร้องไห้ มองพี่ชายทั้งสองสลับไปมาอย่างร้องขอความเห็นใจ
"แค่นี้ก็สติแตก บอกหมดทุกอย่าง ถ้าเฮียเป็นปะป๊านะ พี่เรนเตรียมตัวโดนยิงไส้แตกได้เลย" ศิราส่ายหน้าเบาๆ เพราะความกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย ความเป็นห่วงเรนที่มีอย่างท่วมท้น ทำให้นีราหลุดพูดความลับออกมาเสียเอง
"แอบคุยกับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนมาสามปี ปะป๊ารู้ไม่รอดแน่ๆ" ธาราแสยะยิ้ม ดวงตาดุดันเหมือนอยากฆ่าคน
"เฮียจะบอกปะป๊าเหรอ" เสียงหวานสั่นเครือจะร้องไห้เสียให้ได้
"บอกดีไหมนะ" ศิราสบตาธาราอย่างขอความเห็นว่าจะบอกเรื่องนี้กับคนเป็นพ่อดีไหม
"เฮียทนเห็นพี่เรนโดนปะป๊ายิงได้เหรอ" ทั้งศิราและธาราต่างก็สนิทสนมกับเรนกันทั้งคู่ นีราไม่คิดว่าทั้งสองคนจะใจร้ายพอที่เห็นเรนตายไปต่อหน้าต่อตา
"ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันไหม" ธาราพูดอย่างไม่แยแสว่าเรนจะเป็นหรือตาย
"เฮียไม่สงสารน้องสาวตาดำๆ เหรอ นีราทนเห็นพี่เรนตายไม่ได้" นีราร้องไห้ออกมาจนได้
"แค่นี้ก็ร้องไห้ซ่ะละ นีราเอ้ย เฮียล้อเล่น พี่เรนก็เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ใครจะยอมให้ปะป๊ายิงตายไปต่อหน้าต่อตา" ศิราทนเห็นนีราร้องไห้ไม่ได้ ยอมบอกว่าตนกับธาราเพียงหยอกเย้าเท่านั้น
"เฮียสองคนแกล้งนีราเหรอ ไอ้เฮียนิสัยไม่ดี ฮือออออออ" นีราร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม โดยหารู้ไม่ว่าธาราได้หยิบสมาร์ทโฟนของเธอมากดวีดีโอคอลหาเรน และหันกล้องมาทางเธอ
(นีราเป็นอะไร) เสียงทุ้มตะหนกตกใจด้วยความเป็นห่วงที่เห็นนีราร้องไห้อย่างหนัก
"เรนนี่... ไอ้เฮียธารา สนุกมากนักใช่ไหมแกล้งน้องเนี่ย ไอ้บ้า!! บ้าทั้งคู่เลย" นีราเงียบเสียงลงมองใบหน้าหล่อเหลาผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน เสียงหวานเบาแผ่วเรียกคนในสาย แล้วเสียงหัวเราะขบขันก็ดังขึ้น ดวงตาคู่งามที่รื่นไปด้วยหยาดน้ำใส บัดนี้เป็นประกายของรังสีอำมหิต อยากจะฆ่าพี่ชายฝาแฝดทั้งสองให้ตายคามือไปเสียเดี๋ยวนี้
(นีรา มันเกิดอะไรขึ้น นีรา) น้ำเสียงเป็นห่วงดังมาจากสมาร์ทโฟนเป็นระยะ หัวใจแกร่งเต้นไม่เป็นส่ำด้วยความตื่นตะหนกที่วันนี้นีราไม่ได้อยู่ลำพัง
"หนูไม่ได้เป็นอะไร เดี๋ยวหนูโทรกลับนะ ขอจัดการไอ้พี่ชั่วก่อน" นีรายิ้มทั้งน้ำตาให้คนที่อยู่ปลายสาย ให้เขาคลายกังวล ก่อนจะวางสายแล้วหันไปมองพี่ชายฝาแฝดทั้งสอง ดวงตาของเธอดูวาวโรจน์เหมือนพ่นไฟได้ กำปั้นเล็กพุ่งเข้าใส่สองหนุ่มสลับกันไปมาพัลวัน ศิรา ธารา เพียงยกแขนขึ้นมาปัดป้องใบหน้า ยอมให้นีราระบายอารมณ์จนพอใจ
