บทที่ 1 ตอนที่ 1 สันดานเมียน้อยทั้งแม่และลูก

ตอนที่ 1 สันดานเมียน้อยทั้งแม่และลูก

“เธอมันก็เป็นแค่ลูกเมียน้อย อย่าคิดว่าจะใช้ชีวิตสุขสบายบนกองเงินกองทองในบ้านหลังนี้เลย จำใส่กะลาหัวเอาไว้ คนอย่างเธอมันน่ารังเกียจเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด”

นี่คงเป็นประโยคต้อนรับหลังจากชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาเหยียบในบ้านหลังนี้ ที่ทำให้เขาจำไม่มีวันลืม

อลัน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ลัน อายุยี่สิบห้าปีเต็ม มีส่วนสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ดวงตากลมโตรับกับเส้นผมซอยสั้นสีน้ำตาลอ่อนที่ยาวลงมาประคอด้านหลังดูน่ารัก ไหนจะผิวสีขาวราวกับน้ำนมนั่น ทำให้ผู้คนที่เห็นต่างอดชื่นชมไม่ได้

แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีเลย เพราะหน้าตาที่โดดเด่นทำให้ผู้ชายพวกนั้นชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิต นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาถูกตราหน้าว่าชอบใช้สันดานลูกเมียน้อย อ่อยคนรวย ๆ หวังจะจับทำผัว และปอกลอกเพื่อเอาเงิน

“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจยืดยาวฟังดูน่าเวทนา

นานเท่าไรแล้วที่อลันนั่งเหม่อลอยอยู่แบบนั้น สายตาทอดมองบรรยากาศด้านนอกที่มีสายฝนโหมกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงบ่าย อุณหภูมิภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ มันหนาวเย็นจนต้องกระชับผ้าห่มคลุมกายเอาไว้แน่นกว่าเดิม

“อลัน! นอนหรือยังลูก” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นฉุดดึงให้อลันหลุดออกจากภวังค์ สองเท้าเดินเตาะแตะออกมาเปิดประตูพบว่าเป็นหญิงวัยกลางคน พลันรอยยิ้มประดับข้างมุมปาก

เธอมีชื่อว่า ศรีนวล เป็นแม่บ้านเก่าแก่ของตระกูล รัตนโชติโภคิน มานานหลายสิบปี แม้ว่าเธอจะมีรูปร่างท้วม ใบหน้าดูโหดและเจ้าระเบียบ แต่กลับใจดีกับอลันมากเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเลย

“ยังไม่นอนครับป้านวล มีอะไรหรือเปล่าครับ” คนตัวเล็กเอ่ยถามเสียงเบา เกรงว่าคนในบ้านหลังใหญ่จะได้ยิน

“ป้ามาตามไปกินข้าว เห็นหนูลันยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว”

“เอ่อ…ลันไม่ค่อยหิวครับ เมื่อกี้ก็กินกล้วยที่ป้านวลให้มาจนอิ่มแล้ว ขอบคุณมากนะครับ” ดูก็รู้ว่าอลันกำลังโกหก ไม่มีอะไรตกถึงท้องทั้งวัน กินแค่กล้วยลูกเดียวมันจะไปอิ่มอะไรกัน

“ไปเถอะ! คนอื่นแยกย้ายเข้าห้องนอนกันหมดแล้ว” ป้าศรีนวลพยายามรบเร้า เธอจำได้ดีว่าตอนที่อลันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แรก ๆ ดูมีเนื้อมีหนังมากกว่านี้ แต่นานวันเข้าก็เริ่มผอมลงเรื่อย ๆ เพราะโหมงานหนัก จนตอนนี้เหลือตัวเล็กนิดเดียว

“งั้นก็ได้ครับ” ท้องที่ร้องประท้วงเบา ๆ มันทำให้อลันตอบตกลง นี่ก็ดึกพอสมควร คนในบ้านหลังใหญ่น่าจะหลับกันหมดแล้วจริง ๆ

นึกแล้วก็น่าสมเพชตัวเองเหมือนกัน ต้องแอบกินเหมือนพวกโจรขโมยไม่มีผิด

ใครว่าเป็นลูกเมียน้อยแล้วจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายอยู่บนกองเงินกองทอง แต่ไม่ใช่กับอลัน

ท้ายที่สุดก็ทัดทานความหิวเอาไว้ไม่ไหว สองเท้าของอลันเดินตามตูดป้าแม่บ้านต้อย ๆ มาในครัวอย่างเงียบเชียบ อาหารที่ได้กินก็เป็นเพียงของเหลือจากเจ้าของบ้านเท่านั้น แต่อลันไม่สน หากพวกแม่บ้านยังทานได้ เขาเองก็ไม่ถือสาเช่นกัน

“พอกินได้ไหมลูก”

“อร่อยครับ ขอบคุณป้านวลมาก ๆ เลยนะครับ” คำพูดที่เอ่ยออกมานั้นค่อนข้างสั่นเครือ ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยธารสีใสในขณะที่ปากยังคงเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ เต็มปาก ดูน่าสงสารมากเหลือเกิน

ป้าศรีนวลดีกับอลันมาก ต่างจากคนอื่น ๆ ที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าเขา โดยเฉพาะเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วยเช่นกัน

แม้ว่าอลันจะอยู่ในฐานะคนรับใช้ แต่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี โดยเฉพาะงานที่ได้รับมอบหมายในบ้านหลังนี้

กวาดบ้าน ถูบ้าน ขัดห้องน้ำ และคอยล้างเท้าให้เจ้านายในเวลาที่เรียกใช้

พอทำเสร็จตกเย็นก็แยกตัวเข้ามาอยู่ในห้อง นั่นเป็นเพราะอลันเบื่อที่ต้องต่อปากต่อคำกับพวกสาวใช้คนอื่น ๆ ที่ไม่ชอบขี้หน้าเขา ดังนั้นอะไรที่เลี่ยงได้ก็เลี่ยง เขาไม่อยากทำตัวให้มีปัญหาเพราะรู้สถานะของตัวเองดีว่าเป็นใคร

มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ในฐานะอะไร...

“พรุ่งนี้อย่าลืมตื่นเช้า ๆ มาใส่บาตรนะลูก ป้าร้อยมาลัยเผื่อเอาไว้แล้ว” ป้าศรีนวลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงอ่อนโยนเสมอ เธอรู้สึกสงสารอลันจับใจ แต่เธอเองก็เป็นเพียงแค่คนใช้ ไม่สามารถพูดหรือทำอะไรได้มากนี้ นอกจากก้มหน้าทำงานตามคำสั่งของเจ้านาย

เมื่อสิบปีก่อน…มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นกับตระกูลรัตนโชติโภคิน ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่

จากบ้านที่เคยมีความสุข กลับร้อนรุ่มดังเปลวไฟ เมื่อ ไกรศร ผู้ที่เป็นประมุขของบ้านมีภรรยาน้อย

นั่นก็คือมารดาของอลัน สาวใช้ที่เพิ่งหอบลูกติดเข้ามาทำงานในบ้านได้ไม่นาน

ข่าวเรื่องที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเอาคนใช้ในบ้านเป็นภรรยาคนที่สอง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีภรรยาอยู่แล้วถูกเก็บเป็นความลับ คนนอกไม่สามารถรับรู้ได้ แม้ว่า คุณหญิงจันทร์วิมล จะปฏิบัติตัวเป็นภรรยาและแม่ของลูกที่แสนดีมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้หัวใจของไกรศรหยุดอยู่ที่เธอได้

แม้คนในบ้านจะทัดทานอย่างไร ทว่าไกรศรก็ไม่ฟัง นั่นคงเป็นเพราะว่าแม่ของอลันใช้มารยาอ่อยจนไต่เต้ามาเป็นเมียน้อยได้สำเร็จ โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วจุดกำเนิดสงครามย่อม ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไม่รู้จักพอของไกรศรล้วน ๆ ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบธรรม บีบบังคับแม่ของอลันทุกทางเพื่อให้ยอมเป็นภรรยาอีกคน

จริงอยู่ที่คนในบ้านหลังนี้จะไม่ชอบขี้หน้าอลันเพราะแม่ของอลันเป็นเมียน้อยของไกรศร แต่ป้าศรีนวลกลับคิดต่าง ในเมื่อเรื่องราวพวกนี้มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แล้วทำไมต้องเอาเด็กไปเป็นที่รองรับอารมณ์ด้วย

เธอผ่านโลกนี้มามาก ย่อมรู้จักแยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ดี

“ป้านวลไปนอนเถอะครับ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวผมก็จะไปนอนเหมือนกันครับ” อลันเป็นเด็กหนุ่มที่เรียบร้อยและถ่อมเนื้อถ่อมตัวมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเกเรหรือออกนอกลู่นอกทาง ไม่เคยว่าร้ายให้ใคร แม้ที่ผ่านมาจะถูกรังแกด้วยคำพูดมากมายขนาดไหนก็ตาม ด้วยเพราะนิสัยที่แสนจะอ่อนโยนของเขา มันเลยเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ศรีนวลรักและเอ็นดูเขาเปรียบเสมือนหลานในไส้อีกคน

แต่ก่อนจะได้เดินแยกย้ายกลับเข้าห้องพัก ก็มีเสียงรถยนต์ของใครบางคนขับเข้ามาจอดทางหน้าบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางเดินเข้ามาด้านใน ใบหน้าหวานเกลี้ยงเกลาที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเมื่อสักครู่มันกลับค่อย ๆ เลือนหายไปเพียงชั่วพริบตา

มาทำไมตอนนี้ ให้เขากลับเข้าห้องก่อนไม่ได้เหรอ นี่คือสิ่งที่อลันโอดครวญในใจ

“รีบกลับเข้าห้องเถอะหนูลัน เดี๋ยวป้าไปรับคุณหนูก่อน” สิ้นประโยคนี้ หญิงวัยกลางคนก็สืบเท้าออกมาจากครัว เดินตรงไปรับหน้าเจ้านายที่เดินเข้ามากลางห้องโถง ท่าทางดูมึนเมา คาดว่าน่าจะดื่มมาหนักพอสมควร

อลันยังคงยืนอยู่ที่เดิม จู่ ๆ ขาสองข้างก็แข็งจนก้าวไม่ออก เขาพรั่งพรูลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มันกำลังทำให้หัวใจหนักอึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงต้องเดินเอาจานมาล้างเองจนเสร็จอย่างรวดเร็ว จะได้ไม่ต้องวางทิ้งเอาไว้ให้เป็นภาระของใคร

“ไปไหนทำไมเพิ่งกลับนะ” ชายหนุ่มบ่นพึมพำ เรียวคิ้วสองข้างขมวดแน่น ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องไปยุ่งวุ่นวายเรื่องของเจ้านายด้วย ไม่ควรจริง ๆ

อลันสลัดความคิดนั้นก่อนเก็บข้าวของให้เรียบร้อย คว้าน้ำเปล่าในตู้เย็นหนึ่งขวดเพื่อเอาไว้กินตอนดึก ก่อนที่สองเท้ากำลังก้าวเดินออกจากห้องครัวเพื่อเตรียมจะกลับห้องนอน

ทว่าเหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับเขา เพราะคนที่เขาเลี่ยงหน้ามาตลอดกลับมายืนอยู่ตรงหน้าจนได้

ทำไมยิ่งหลบเหมือนยิ่งเจอกันนะ

ใบหน้าสวยที่เงยขึ้นมองชายร่างสูงถอดสีลงอย่างเห็นถนัดตา มือสองข้างบีบกันแน่นด้วยความประหม่า จนเผลอทำขวดน้ำที่ถือมาด้วยนั้นหลุดมือ

“ไง! ทำหน้าเหมือนเห็นผี”

เมธัส รัตนโชติโภคิน หรือ คุณธัส อายุสามสิบห้าปี มีส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตร ดวงตาสีดำขลับรับกับทรงผมดูหล่อเหลา เขาเป็นถึงรองประธานสูงสุดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ 

แน่นอนว่าต้องเป็นที่ต้องตาของบรรดาสาว ๆ พวกเธอต่างก็เอาตัวเข้ามาหวังจะขึ้นแท่นเป็นภรรยา แต่พวกเธอคิดผิด เพราะสิ่งเดียวที่เมธัสต้องการคือความสนุกชั่วข้ามคืนเท่านั้น

“ปะ เปล่าครับ ผมแค่ตกใจ ไม่คิดว่าคุณธัสจะเข้ามาในครัว”

“หึ! โผล่หน้าออกมาได้แล้วเหรอ สงสัยจะหิวมากเลยล่ะสิ ฉันก็นึกว่าเธอจะเก่งได้สักกี่น้ำ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นค่อนข้างแข็งกระด้าง บวกกับสายตาดุดันจ้องมองคนใช้ตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตานั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปกปิด

คนใช้ พ่วงสถานะลูกเมียน้อยที่เมธัสเกลียดแสนเกลียด

“เมื่อไหร่เธอจะเลิกทำหน้าเศร้าเหมือนกำลังเรียกร้องความสงสารจากฉันสักทีอลัน”

“...”

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ใช่พวกหัวอ่อนเหมือนกับพ่อ ที่จะมาหลงกลมารยาของเธอ แม่เป็นยังไง ลูกก็เป็นอย่างนั้น สันดานเหมือนกันไม่มีผิด”

คำพูดเสียดแทงใจทำให้กระบอกตาร้อนผ่าว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นไม่ให้หลุดออกมา

อลันจะไม่ร้องไห้แสดงความอ่อนแอ เพราะนั่นไม่ได้ทำให้เมธัสสงสาร ซ้ำยังจะทำให้สมเพชและพ่นถ้อยคำหยาบคายออกมาใส่เขาไม่หยุดหย่อน

“ผมว่าคุณอาจจะคิดไปเองก็ได้ครับ ผมแค่หิวก็เลยมาหาข้าวกิน แล้วที่มาดึก ๆ เพราะว่าเลี่ยงไม่อยากเจอคุณ”

“แน่ใจ? ไม่ใช่ว่ามาดักรอหวังจะอ่อยฉัน อยากจะจับฉันทำผัวอีกคนหรอกนะ”

“ถ้าแบบนั้นผมจะคิดไปเองได้ไหม ว่าเป็นคุณธัสหรือเปล่าที่จงใจกลับดึก เพราะต้องการจะเจอหน้าผม”

“คนต่ำ ๆ แบบเธอ ไม่มีค่าพอจะทำให้ฉันทำแบบนั้นหรอก แค่คุยด้วยก็ถือว่าเป็นสิ่งอัปมงคลในชีวิตแล้ว”

“…”

“อีกอย่างหนึ่งที่จะบอก…ฉันไม่ตาต่ำไปคว้าคนอย่างเธอเป็นเมียหรอก แค่นายบำเรอก็อย่าหวัง” เมธัสกัดฟันกรอด จ้องมองคนตัวเล็กราวกับจะฉีกเนื้อออกเป็นชิ้น ๆ

“ก็ดีครับ ถ้าอย่างนั้นเราอย่าเจอกันดีที่สุด ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” อลันหลีกเลี่ยงการปะทะ เขาไม่อยากต่อปากต่อคำกับคนที่ไม่เคยมองเขาในแง่ดีเลยสักครั้ง ซึ่งไม่ว่าจะพูดอะไร อีกฝ่ายก็อคติกับเขาไปเสียหมด

แต่ก็นั่นแหละ อลันไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้ว่าตัวเองคือลูกเมียน้อย

แม้ว่าอลันจะถูกแม่เก็บมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า แต่เขาก็รักคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อยเหมือนแม่แท้ ๆ คนหนึ่งเลย

สองเท้าของอลันกำลังจะเดินออกนอกประตู หมับ! แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กระชากต้นแขนทำให้ร่างกายเซถลาเกือบคะมำ รอยแดงที่รอบแขนนั้นมันทำให้เจ็บเหมือนกระดูกจะหักเลย

“จะไปไหนของเธอ ลูกเมียน้อยอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาเดินหนีฉัน อย่าลืมสิว่าตัวเองอยู่บ้านหลังนี้ในฐานะอะไร” เมธัสพยายามตอกย้ำสถานะคนตรงหน้า เขาเกลียด ไม่ชอบขี้หน้า และไม่ถูกชะตาอลันเป็นอย่างมาก

ต่อให้ขับไล่ออกนอกบ้าน พ่อของเขาก็คงจะไม่ยอม ดีไม่ดี อาจจะหาบ้านให้อลันอยู่อย่างสบายข้างนอก ซึ่งเมธัสไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน

ดังนั้นสิ่งเดียวที่เขาทำได้คงเป็นการทำทุกวิถีทางเพื่อให้อลันเจ็บปวดที่สุด ให้สมกับที่แม่ของอลันทำครอบครัวคนอื่นต้องร้าวฉาน

คนอย่างอลันไม่ควรได้รับสิ่งดี ๆ เลยสักนิด ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม

“ผมทราบดีครับ ว่าผมเป็นคนรับใช้”

“ก็ดี…รู้ตัวเองก็ดี คนที่มาจากสลัมอย่างเธออย่าคิดว่าจะชุบเนื้อชุบตัวให้ได้ดีเลย กาก็คือกาอยู่วันยังค่ำ จะกลายเป็นหงส์ไม่ได้หรอกอลัน คนอย่างเธอมันชั้นต่ำเหมือนกับแม่ของเธอ แย่งได้กระทั่งผัวของคนอื่น”

ซ่า!

น้ำเย็นในขวดที่เมธัสหยิบขึ้นมาถูกสาดใส่หน้าของอลันและราดลงบนหัวจนเปียกชุ่มไปทั้งกาย น้ำตาที่กักเก็บเอาไว้ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมธัสทำเพียงแค่กระตุกยิ้มข้างมุมปากแสดงความสะใจก่อนเดินจากไป

ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ฟังดูน่าสงสาร ป้าศรีนวลที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ รีบวิ่งเข้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อลัน เธอโอบกอดร่างกายอันสั่นเทาไว้ด้วยความรู้สึกสงสาร

“ป้าขอโทษ ป้าขอโทษ” ถ้าเธอไม่ชวนอลันมาทานข้าว ก็คงไม่ต้องเจอหน้าเมธัส

“ป้าไม่ต้องโทษตัวเองหรอกครับ ผมผิดเอง ผมมันตัวน่ารังเกียจ” อลันอดน้อยใจไม่ได้ เขาเอาแต่ถามตัวเองว่า ทำไม?

ทำไมไม่เปิดใจมองเห็นความดีของเขาบ้าง

ที่ผ่านมาอลันพยายามทำตัวดีเพื่อชดเชยความผิดของผู้เป็นแม่มาตลอด แต่ยิ่งดีมากเท่าไร ก็เหมือนจะถูกใช้เป็นเครื่องมือระบายความแค้นมากเท่านั้น

ลูกเมียน้อย ชีวิตที่เขาเลือกไม่ได้ แต่ต้องทนอยู่กับมันให้ได้มาตลอดสิบปีเต็มแล้ว

บทถัดไป