บทที่ 4 ตอนที่ 4 ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ไม่ลงตัว
ตอนที่ 4 ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ไม่ลงตัว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารของบ้านตระกูลรัตนโชติโภคินตอนเย็นเต็มไปด้วยความอึดอัด มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ที่ได้ยิน นอกนั้นก็คงเป็นเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นด้วยความเบื่อหน่าย
โดยที่มีประมุขของบ้านอย่างไกรศรนั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้านข้างเป็นภรรยาหลวงที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างคุณหญิงจันทร์วิมล เลยถัดไปเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
วันนี้เมธัสได้รับคำสั่งจากบิดาให้มาทานข้าวที่บ้าน เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยอยากมาสักเท่าไร หากไม่ใช่ว่าแม่ของเขาอยู่ที่นี่ก็จะไม่มีทางเหยียบเข้ามาเด็ดขาด เพราะเขาไม่อยากมาเจอหน้าผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างนฤมล
คนที่เขาเกลียด เกลียดไม่ต่างอะไรกับอลันเลยสักนิด
นฤมลเป็นผู้หญิงไร้จิตสำนึก ทำครอบครัวคนอื่นแตกแยก หนำซ้ำยังเชิดหน้าชูตาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างหน้าด้าน ๆ เขาไม่แปลกใจเลยว่าอลันนั้นได้นิสัยแบบนี้มาจากใคร ถ้าไม่ใช่คนที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก
“อาหารไม่ถูกปากเหรอลูก นั่งนิ่งเชียว งั้นเดี๋ยวแม่ตักให้นะ” คุณหญิงจันทร์วิมลเป็นคนเอ่ยทลายความเงียบ เธอเอื้อมมือไปตักแกงพะแนงเนื้อของโปรดมาวางลงบนจานของลูกชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก่อนที่เมธัสจะตักข้าวเข้าปาก
แน่นอนว่ามันเป็นรสชาติที่เมธัสกินมาตั้งแต่เด็ก และเป็นรสชาติที่ผู้เป็นพ่อเคยเอ่ยชมนักหนาว่าชอบ เอาแต่พร่ำบอกว่าจะไม่มีทางทำให้เสียใจเด็ดขาด
แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ไอ้ที่เคยพูดเอาไว้จำได้บ้างหรือเปล่า
“ถ้าชอบก็กินเยอะ ๆ วันนี้แม่รู้ว่าลูกจะมา ก็เลยทำอาหารเองทั้งหมด”
“ขอบคุณครับแม่” คนเป็นลูกระบายยิ้มอ่อน ๆ ส่งให้มารดา ดูก็รู้ว่ารักแม่มากแค่ไหน ซึ่งอารมณ์ช่างแตกต่างจากตอนที่หันหน้าไปมองบิดาอย่างเห็นได้ชัดเจน
“แล้วธัสชอบไหม”
“ชอบเหมือนเดิมครับ เว้นเสียแต่พ่อคงจะไม่ได้ชอบรสมือของแม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว” สิ้นประโยคเหน็บแนมของลูกชาย พลันมือของชายวัยกลางคนที่กำลังตักข้าวเข้าปากหยุดชะงัก แต่ไกรศรก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงเพราะว่ามันคือเรื่องจริง
“ถ้าชอบก็ทานเยอะ ๆ เลย พักหลังมานี้ลูกดูผอมลงไปมาก” แววตาผู้เป็นแม่เศร้าลง มองลูกชายด้วยความเป็นห่วง เธอเจอลูกชายไม่ค่อยบ่อยนัก เพราะพักหลังมานี้งานทางบริษัทค่อนข้างรัดตัว กว่าจะกลับก็มืดค่ำ ทำให้ปลีกตัวมาทานข้าวที่บ้านหลังนี้ค่อนข้างยาก
“ไม่เป็นไรหรอกครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“กับข้าวที่บ้านไม่ถูกปากหรือเปล่า แม่จะได้หาแม่ครัวมาเพิ่มให้”
“เปล่าครับ ความจริงป้าศรีนวลก็ทำอร่อย เพียงแต่ว่าผมไม่ค่อยหิว งานช่วงนี้ค่อนข้างเยอะไปหน่อย” เมธัสตวัดสายตามองปฏิกิริยาผู้เป็นพ่อ ก่อนก้มหน้าทานข้าวอย่างเซ็ง ๆ ทำให้ความอึดอัดบนโต๊ะรับประทานอาหารมีขึ้นมากกว่าเดิม
แน่นอนว่าสายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยการตำหนิบิดา คงจะคิดว่าเอาเวลาไปนอนกกเมียน้อยหรือไง ทั้งที่ความเป็นจริงงานที่กระทรวงก็ค่อนข้างมากอยู่แล้ว
“ช่วงนี้ฉันติดงานที่กระทรวง สถานการณ์ที่บริษัทตอนนี้เป็นยังไงบ้าง” ไกรศรตัดสินใจเอ่ยถาม หวังจะลดช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกลง อันที่จริงเขาทำงานหลายหน้าที่ เป็นทั้งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัทด้วย ดังนั้นความหวังทั้งหมดมันเลยถูกยกไปให้กับลูกชายเพียงคนเดียวอย่างเมธัส
แต่ที่ไกรศรยังไม่ยกตำแหน่งประธานให้ลูกชาย ไม่ใช่ว่าเขาต้องการกอบโกยเงินมาปรนเปรอเมียน้อยอย่างที่เข้าใจ แต่เพราะเมธัสเป็นคนเจ้าอารมณ์ซึ่งไม่ส่งผลดีหากก้าวขึ้นเป็นประธาน ทุกอย่างที่เมธัสตัดสินใจจะต้องผ่านการคัดกรองของไกรศรเสียก่อน
รอวันที่เมธัสพร้อมมากกว่านี้ ไกรศรจึงจะยกตำแหน่งประธานให้ลูกชายเพียงคนเดียวบริหารอยู่แล้ว
แน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกไม่ค่อยดีสักเท่าไร เมธัสเว้นระยะห่างกับเขาอย่างชัดเจน เหมือนกับว่าตอนนี้พวกเขาไม่ใช่พ่อลูกกันเสียอย่างนั้น
ส่วนคุณหญิงจันทร์วิมลก็ไม่ต่างอะไรกันเลย แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน แต่ก็พูดคุยกันแทบจะนับครั้งได้
ไกรศรรักนฤมลมาก จึงยอมทำลายความรู้สึกของคุณหญิงจันทร์วิมลจนเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นทำให้เขาเองก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว และเขาก็ไม่สามารถปล่อยนฤมลออกไปจากชีวิตได้เช่นกัน
“ว่าไง…พ่อพูดไม่ได้ยินเหรอ ทำไมเดี๋ยวนี้แกหนักข้อขึ้นทุกวัน” ใบหน้าวัยกลางคนส่ายหน้าไปมาอย่างระอา ในขณะที่มือยังคงตักข้าวเข้าปาก
“ไม่ว่าง..อ้างงานยุ่ง แต่ผมก็ยังเห็นพ่อมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้นี่ครับ” อย่างเช่นพาเมียน้อยไปเที่ยวต่างประเทศเกือบอาทิตย์ ทิ้งให้แม่เขาอยู่บ้านคนเดียว มันสมควรแล้วหรือที่ทำแบบนั้น
“ธัส...ไม่เอาลูก” คนกลางอย่างคุณหญิงจันทร์วิมลอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปรามลูกชาย แม้ไกรศรจะผิดจนไม่น่าให้อภัย แต่ว่าอีกฝ่ายก็ยังเป็นพ่อ ควรจะรักษาคำพูดเสียหน่อย และแม้ความรู้สึกของเธอมันจะถูกทำลายมานับครั้งไม่ถ้วนจากคนเป็นสามี แต่เธอก็ไม่เห็นด้วยที่ลูกชายใช้คำพูดก้าวล่วงผู้ให้กำเนิดแบบนี้
คุณหญิงจันทร์วิมลเองก็ยอมรับว่าเสียใจไม่น้อย จากครอบครัวที่แสนอบอุ่นกลับพังลงด้วยความไม่รู้จักพอของสามี และความเห็นแก่ตัวของจันทร์วิมล ซึ่งเธอเองก็มองไม่เห็นหนทางที่ความสัมพันธ์ของคนในบ้านมันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอยังทนอยู่กับสามี เพราะทุกอย่างที่สร้างมาด้วยกัน เธอไม่ยอมให้ไกรศรเอาไปให้คนอื่นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมใด ๆ กับสมบัติและมรดกสักชิ้นภายในบ้าน
แน่นอนว่าคนที่รักษาหน้าตาทางสังคมอย่างเธอ จะไม่ยอมให้คนประณามว่าถูกสามีนอกใจไปคว้าคนใช้ในบ้านมาเป็นเมียน้อยหรอก ต่อให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานและเจ็บปวดก็ตาม
“ขอโทษพ่อซะธัส” คำสั่งของผู้เป็นแม่ยังคงทำให้เมธัสนั่งนิ่ง
“ปล่อยมัน…ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันดี ก็ทำต่อไป” ประมุขของบ้านดุเสียงแข็ง
“พ่อเอาเวลาไปสอนตัวเองเถอะครับ คนอย่างพ่อไม่มีสิทธิ์มาสอนอะไรใครเลยด้วยซ้ำ”
เป็นคำพูดที่ทำให้ผู้เป็นพ่อจุกอก แต่ก่อนจะได้ทะเลาะกันจนบ้านแตกไปมากกว่านี้ ผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อยก็เดินออกมาจากห้องครัว พร้อมกับถาดอาหารร้อน ๆ เพื่อเสิร์ฟเพิ่มเติมให้กับมื้อค่ำ นั่นทำให้เมธัสรู้สึกไม่เจริญอาหารเลย
เขาวางช้อนลงอย่างแรก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเมียน้อยของพ่อด้วยความไม่สบอารมณ์ชั่วครู่
“ดูสบายดีนะครับ เก่งมากที่ยังเชิดหน้าชูตาอยู่ที่นี่ได้”
“…”
“หน้าด้านทั้งแม่ทั้งลูกจริง ๆ” เมธัสไม่สนเลยสักนิดว่าคำพูดของเขามันจะไปทำลายความรู้สึกของนฤมลขนาดไหน แต่ใบหน้าเมียน้อยที่ดูถอดสีลงนั้นทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจเป็นอย่างมาก
เพล้ง!
เสียงไกรศรวางช้อนลงบนจานดังลั่น ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทำให้นฤมลสะดุ้งโหยง ไม่ต่างจากคุณหญิงจันทร์วิมลที่กำลังตกใจ
“ธัส…ฉันควรทำยังไงกับแกดี ไม่รู้จักมีมารยาท”
เมธัสเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้เป็นพ่ออย่างไม่เกรงกลัว ในขณะที่นฤมลเอาแต่ก้มหน้า โดยที่สายตาของเมธัสกำลังจับจ้องด้วยการดูถูกเหยียดหยาม
เขาไม่ได้แปลกใจอะไรที่ผู้เป็นพ่อออกรับแทนเมียน้อย นึกแล้วก็สมเพชจริง ๆ เป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า แต่ทำตัวไม่น่าเคารพเอาเสียเลย
“แล้วทำไมผมต้องมีมารยาทกับคนแบบนี้ด้วย”
“คุณหญิง ว่าง ๆ ก็ช่วยอบรมสั่งสอนลูกด้วยนะ นิสัยแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน” ยังไม่ทันที่จันทร์วิมลจะได้ตอบอะไร เมธัสหงุดหงิดที่โยนความผิดทั้งหมดให้ผู้เป็นแม่ เขาจึงแทรกขึ้นต่อ
“แม่สั่งสอนผมดีมากครับ แต่เพราะว่าผมเรียนรู้พฤติกรรมมาจากพ่อไง ถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้”
“เจ้าธัส!” ประมุขของบ้านลุกขึ้นมาตะคอกเสียงดังลั่น มือที่กำลังง้างเตรียมตบสั่งสอนลูกชายนั้นค้างเติ่งเอาไว้กลางอากาศ ทำเอาหัวใจของเมธัสแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
“เพียงเพราะปกป้องเมียน้อย พ่อถึงขนาดจะตบผมเลยเหรอครับ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นดูอ่อนลง ทว่าเจือแววสั่นเครือเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเมธัสพยายามอย่างมากที่จะไม่ปล่อยให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา
ในขณะเดียวกันคุณหญิงจันทร์วิมลพุ่งเข้ามายืนขวางอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงลูกชาย ส่วนนฤมลก็เดินเข้ามาจับมือไกรศรหวังจะให้สงบสติลง และก็เป็นผลดีทีเดียว ไกรศรผ่อนลมหายใจราวกับปลงตก เขาลดมือลงและนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม ตักข้าวข้าวปากราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น
“เธอไปหยิบผลไม้ในครัวให้ฉันหน่อยนฤมล” เป็นคุณผู้หญิงของบ้านออกคำสั่ง ความรู้สึกของคุณหญิงจันทร์วิมลก็ทรมานไม่แพ้กัน ที่เธอต้องอยู่ร่วมชายคากับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียน้อย หากแต่ว่าหน้าของเธอบางเกินกว่าจะเปิดเผยเรื่องงามหน้านี้ให้ใครต่อใครรู้
น่าสมเพชสิ้นดี! ใคร ๆ ก็ต่างอิจฉาเธอที่ได้สามีดี รักครอบครัว แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าสถานการณ์ภายในบ้านหลังนี้มันร้อนระอุราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน และพร้อมจะมอดไหม้อยู่ตลอดเวลา
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน ไว้จะหาเวลามาหาบ่อย ๆ นะครับแม่” ร่างกำยำลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยอารมณ์คุกรุ่น แต่ก็ไม่วายตวัดสายตาเกลียดชังใส่เมียน้อยของพ่อที่เห็นหลังไว ๆ เดินหายเข้าไปในครัว
“จะรีบกลับไปไหนล่ะลูก แม่อุตส่าห์ปอกผลไม้เตรียมรอเอาไว้ให้”
“ผมกินไม่ลงแล้วครับ ผมขอตัวก่อนดีกว่า”
“แต่ว่า…” คุณหญิงจันทร์วิมลยังพูดไม่ทันจบ เมธัสก็แทรกขึ้นเสียก่อน
“ถ้าไม่อยากให้ผมโมโหมากไปกว่านี้ก็อย่ารั้งเอาไว้เลยครับ ดีไม่ดีวันนี้ผมอาจจะคลั่งจนฆ่าคนตายก็ได้” เมธัสพูดจบก็เดินออกไปจากห้องอาหารทันที ส่วนคุณหญิงจันทร์วิมลนั้นก็ได้แต่เพียงมองแผ่นหลังของลูกชายด้วยความเจ็บปวด ทำเอานฤมลที่เดินถือจานผลไม้ออกมานั้นมีสีหน้าสลดลง
และแน่นอนเธอก็เอาแต่โทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“ขอโทษนะคะคุณหญิง ขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างมันวุ่นวาย” นฤมลเอ่ยออกมาเสียงสั่น เพราะเธอพยายามกลั้นก้อนสะอื้น
สิบปีเต็มที่อยู่ในฐานะเมียน้อย เธอไม่ได้มีความสุขเลย แต่เธอจะเดินหนีไปจากไกรศรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เช่นกัน
ที่ผ่านมาจันทร์วิมลไม่เคยมีปากมีเสียง ไม่เคยโวยวายที่สามีนอกใจไปเอาคนใช้มาเป็นเมียอีกคน คุณหญิงของบ้านไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่ตวัดสายตาราบเรียบไปมองภรรยาน้อย ก่อนลุกเดินจากไป ซึ่งเกินกว่าจะคาดเดาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ส่วนตัวต้นเหตุอย่างไกรศรกลับนิ่งเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความเห็นแก่ตัวของเขามันทำให้เกิดสงครามขนาดย่อมภายในครอบครัว และยากจะหาวิธีมาแก้ไขให้มันกลับไปเป็นเหมือนเดิม
จากครอบครัวที่แสนอบอุ่น ทุกวันนี้มันเหมือนกับคนแปลกหน้าที่แค่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเท่านั้นเอง
