บทที่ 6 ตอนที่ 6 สนองความต้องของเธอ
ตอนที่ 6 สนองความต้องของเธอ
บรรยากาศภายในห้องขณะนี้กำลังปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงหัวใจที่ดังก้องอยู่ในหัวของอลันจนเริ่มทำตัวไม่ถูก นับว่าเป็นครั้งแรกที่เมธัสเข้าใกล้เขามากขนาดนี้ ชนิดที่ว่าลมหายใจนั้นกระทบผิวข้างต้นคอระหง พาให้ขนลุกชัน
อลันอยากหนีออกไปจากตรงนี้เหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะพยายามเอาร่างเล็ก ๆ มุดลอดท่อนแขนแกร่งเพื่อหนีออกไปเท่าไร ก็ถูกเมธัสขวางเอาไว้อยู่ดี
“ขยับออกไปนะครับ ผมจะไปนอน ผมง่วงมากแล้ว” แน่นอนว่าตอนนี้อลันตาใสยิ่งว่านกเค้าแมวเสียอีก จะเอาอะไรมาง่วง
“ทำไม…กลัวเหรอ?”
แน่นอนว่ากลัว ไม่รู้เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเปล่า ถึงทำให้เมธัสเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้ เพราะปกติอีกฝ่ายก็เอาแต่พร่ำบอกอยู่ตลอดเวลาว่าจะไม่มีทางถูกเนื้อต้องตัวเขาเด็ดขาด
แล้ววันนี้ทำไมถึงได้ทำล่ะ หรือว่าอีกฝ่ายจะใจดีกับเขาขึ้นมาบ้างแล้วนะ
“ฉันบอกแล้วไงว่าให้เธอแก้ผ้า ทำไมยังยืนนิ่งอยู่อีก”
“ผะ ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”
“เดี๋ยวนี้กล้าขัดคำสั่งฉันงั้นสิ”
“เปล่านะครับ แต่ผมว่ามันไม่เหมาะ”
“อย่าเล่นตัวให้มันมากนัก ความจริงเธอก็รอโอกาสนี้มานานแล้วนี่” เมธัสกระตุกยิ้มหยันข้างมุมปาก ปลายนิ้วเคลื่อนที่มาเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนไปทัดหูราวว่ากำลังเล่นกับความรู้สึกของคนตรงหน้าอยู่
“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะครับ” แม้ว่าความรู้สึกของอลันมันจะคิดเกินกว่าคำว่าเจ้านายและลูกน้อง เป็นความรู้สึกที่ไม่ควรรู้สึก แต่เขาก็สาบานได้ว่าไม่เคยคิดมาไกลจนถึงขั้นร่วมเตียงกันเลย
อลันรู้ตัวเองดีว่าอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยสถานะไหน เป็นคนใช้แถมพ่วงลูกติดเมียน้อยของพ่อที่เมธัสเกลียดแสนเกลียด
ยิ่งไม่คู่ควรอย่างยิ่ง…
“เธอรู้สึกดีกับฉันไม่ใช่เหรออลัน ไม่อยากอยู่ใกล้ฉันแล้วหรือไง” เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงนั้นฟังดูอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิม ทว่าแฝงความชั่วร้ายอะไรบางอย่างเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้ร่างเล็กที่กำลังหาทางหนีทีไล่หยุดชะงัก พลันหัวใจกระตุกวูบ ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบสายตาคมกริบที่ดูดให้เขาเข้าไปอยู่ในภวังค์
นับว่าเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่อลันได้มองหน้าชายคนที่เขาแอบรักใกล้ขนาดนี้ หากเป็นไปได้เขาก็อยากหยุดเวลาทุกอย่างเอาไว้ตรงนี้นาน ๆ เหมือนกัน
ร่างสูงใหญ่เหยียดยิ้มมุมปาก ไล่ปลายนิ้วชี้ไปตามกรอบหน้าหวาน ไม่คิดว่าเพียงแค่แตะผิวขาวเนียนละเอียดของคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า จะกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะในเวลานี้อวัยวะกลางลำตัวมันแข็งจนดันผ้าขนหนูออกมาเป็นลำเรียบร้อยแล้ว
และที่แย่ไปมากกว่านั้นคือเมธัสไม่สามารถควบคุมความต้องการของตัวเองได้ หลงลืมความเกลียดชังไปชั่วขณะ สติหลุดไปในอารมณ์กระสันจนไม่เป็นตัวของตัวเอง
“ปะ...ปล่อยครับคุณธัส” คนตัวเล็กรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างดันหน้าท้อง แถมมันยังใหญ่จนพาให้หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับพระในวัดตีกลองเพล ทว่าแทนที่เมธัสจะมีสติว่าคนตรงหน้าคือลูกเมียน้อยแล้วผลักไสออก กลับกลายเป็นว่าฝ่ามือใหญ่นั้นรวบรั้งเอวให้แนบชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม
“คะ คุณธัส คุณจะทำอะไรครับ” คนเป็นลูกเมียน้อยเอ่ยถามเสียงกระท่อนกระแท่นด้วยความประหม่า
“…”
“ช่วยขยับออกไปก่อนได้ไหมครับ ผมหายใจไม่ออก”
“ไม่…ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
“ละ แล้วคุณต้องการอะไรครับ”
“ยังจะถามอีกเหรอ คนอย่างเธอมันเสแสร้งเก่งจริง ๆ”
“ก็ผม…อื้อ” สิ้นประโยคนี้ จู่ ๆ ใบหน้าคมคายก็ก้มลงมาประกบริมฝีปากด้วยอวัยวะเดียวกัน ดวงตากลมสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายยืนแข็งทื่อราวกับหินเพราะตั้งตัวไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คนตัวเล็กพยายามผลักร่างกำยำออกทว่ากลับไม่เป็นผล รสจูบที่มอบให้นั้นมันซาบซ่านจนร่างกายร้อนผ่าวไม่มีแรงทำอะไรเลย และสุดท้ายลิ้นเล็ก ๆ ที่ไม่ประสีประสาก็ค่อย ๆ ยื่นออกมาเกี่ยวตวัดตอบรับ แม้จะดูขัดใจเมธัสไปเสียหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้หงุดหงิดไปเสียทีเดียว
“อื้อ” อารมณ์กระสันที่ก่อมวนในร่างกายของอลัน ทำให้มือสองข้างที่ตั้งท่าจะผลักออกก่อนหน้าเปลี่ยนมาคล้องคอของเมธัสเอาไว้โดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้อีกฝ่ายได้สำรวจทุกซอกทุกมุมในโพรงปาก
“อ่อนชะมัด” ถึงจะว่าออกไปอย่างนั้น ทว่าเขากลับพึงพอใจมากทีเดียว
“ก็ผมไม่เคยจูบนี่ครับ”
“ไม่ต้องโกหก ฉันไม่เชื่อหรอก”
หมับ!
ตุบ!
ร่างเล็กถูกผลักลงบนเตียงนอนหนานุ่ม อลันตกใจ แต่ชั่วครู่เดียวร่างสูงใหญ่ก็คลานขึ้นมาคร่อมทับ ทำให้เขานอนกะพริบตาปริบ ๆ จนเผลอลืมหายใจไปชั่วขณะ
“คะ คุณธัสจะทำอะไรครับ” อลันเอ่ยเมื่อใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาใกล้ริมฝีปากอีกครั้ง
“ฉันให้โอกาสเธอได้แก้ตัว” สิ้นประโยคนี้ก็ประกบริมฝีปากลงกับอวัยวะเดียวกัน ลิ้นสากสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวตวัดทั่วโพรงปากหวานล้ำจนได้ยินเสียงน้ำลายฉ่ำแฉะ และเสียงคำรามพึงพอใจในลำคอ
“ถอดเสื้อผ้าออกสิ” โทนเสียงหนาทุ้มแหบพร่าเอ่ยข้างหู อลันหน้าร้อนฉ่าจนต้องหันไปมองทางอื่น เพราะในเวลานี้ผ้าขนหนูสีขาวที่พันรอบเอวสอบเอาไว้ก่อนหน้า มันได้หลุดจนท่อนเนื้อใหญ่ยาวชี้หน้าของเขาแล้ว
มันใหญ่มาก ใหญ่จนอลันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“เธอจะถอดเองหรือจะให้ฉันถอด”
“คุณธัส!”
“ฉันไม่ไหวแล้วนะอลัน” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาสีดำขลับ น่าแปลกที่เขากลับถูกดูดเข้าไปอยู่ในภวังค์ จนเอื้อมมือไปถอดเสื้อยืดสีขาวของตัวเองออก ตามด้วยกางเกงขาสั้นจนเหลือเพียงอันเดอร์แวร์สีขาว
“ถอดให้หมด”
“คะ ครับ” ดูเหมือนว่าความเชื่องช้าจะไม่ทันใจเมธัส เพราะเวลาที่อลันกำลังเอื้อมมือมาก็เป็นเมธัสเสียเองที่จัดการรูดรั้งป้อมปราการชิ้นสุดท้ายออก แล้วเหวี่ยงไปทางไหนก็ไม่ได้มอง
“เอามือออก จะปิดเอาไว้ทำไม” ชายวัยสามสิบห้าว่าเสียงดุ เมื่อเห็นมือของอลันเอาแต่ปิดสิ่งสงวน ถึงเขาจะรู้สึกเกลียดคนที่นอนแก้ผ้าตรงหน้า แต่ก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายมันเย้ายวนจนเขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
“คุณธัส ผมอาย”
“จะอายอะไรนักหนา”
หมับ!
มือหนาคว้าเรียวขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันเล็กน้อย เผยให้เห็นส่วนที่อ่อนไหว มันเล็กทว่ากลับแข็งจนมีน้ำสีใสไหลออกมา ปลายที่หุ้มท่อนเอ็นและรูจีบสีสวยปิดสนิท มันบ่งบอกได้ดีว่าตลอดระยะเวลายี่สิบห้าปีที่อลันเกิดมา ยังไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ากับใครมาก่อนเลย แม้แต่ช่วยตัวเองด้วยนิ้วก็ไม่มี
อดไม่ได้ที่เมธัสจะเอามือเข้าไปสัมผัส ทำเอาอลันเผลอสะดุ้งด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกอย่างไม่คุ้นชิน เขารีบหุบขาเข้าหากันอีกครั้งราวกับเขินอายเมื่อต้องเปลือยกายต่อหน้าคนที่พร่ำบอกว่าเกลียดเขานักหนา
“อ้าขาออกหน่อย อย่าลีลา”
“ผมว่าเรา…”
“เธอก็ต้องการไม่ใช่เหรอ ให้ฉันช่วยดีกว่านะอลัน”
เป็นคำพูดที่ทำให้ร่างกายวูบวาบ ไม่ใช่ครั้งแรกที่อลันรู้สึกแบบนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่เขาอยากลองทำตามความต้องการ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอ้าขาออกกว้างขึ้น ก่อนชายวัยสามสิบห้าจะกระตุกยิ้มร้ายข้างมุมปาก
“ผะ ผมไม่เคยนะครับ” คนตัวเล็กเอ่ย
“อืม…เดี๋ยวฉันจะสนองความร่านให้เธอเองอลัน” ร่างใหญ่ล่ำสันที่พาตัวเองขยับเข้ามากลางหว่างขา เขาเอื้อมไปหยิบเจลที่อยู่ในลิ้นชักหัวเตียงขึ้นมา ป้ายลงช่องทางหลัง ก่อนกดชำแรกก้านนิ้วเข้าไป ทำให้อลันเบ้หน้าเพราะรู้สึกเจ็บ
“อ่ะ! คะ คุณธัส ผมเจ็บ”
“อดทนหน่อยสิ อย่าสำออย!”
“คุณธัสช่วยเบาหน่อยได้ไหมครับ”
“ฉันเพิ่งจะเข้าไปได้แค่ครึ่งนิ้วเองนะอลัน แค่นี้ก็ใจเสาะแล้วเหรอ ไม่มีความอดทนเลยจริง ๆ” แค่นิ้วเดียวมันเทียบกับขนาดความเป็นชายของเมธัสไม่ได้เลย
อลันนอนตัวแข็งทื่อ มือสองข้างขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น พยายามอย่างมากที่จะกลั้นเสียงร้องไม่ให้มันหลุดลอดออกมา เกรงว่าจะทำให้เมธัสอารมณ์เสีย แต่เมื่อนิ้วที่สองแล้วสามสอดเข้ามาพร้อมกัน ก็ทำให้ความเจ็บแล่นขึ้นมาแทบทนไม่ไหว
“ดูหน้าตาของเธอมันชอบมาก คงรอวันนี้มานานเลยสินะ”
“…”
“เธอจะเปลี่ยนใจหรือเปล่าอลัน”
“ผม ผม…” คนตัวเล็กอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ มันหยุดไม่ได้แล้ว เพราะร่างกายมันอึดอัดจนอยากปลดปล่อย แม้ว่าจะเจ็บ แต่มันก็รู้สึกวาบหวามจนเกิดอารมณ์กระสันมากทีเดียว
“ไหนลองอ้อนให้ฉันเอาเธอหน่อย ขอแบบร่าน ๆ เลยนะ คนอย่างเธอน่าจะถนัดดี”
เพราะเมธัสเอาแต่นั่งมอง ทำให้อลันที่นอนอึดอัดต้องช้อนสายตาออดอ้อนแสดงความเห็นใจ เลือดในกายมันสูบฉีดอารมณ์พลุ่งพล่านจนแทบไม่ไหวแล้ว
คนตัวเล็กวาดแขนสองข้างเอื้อมมาคล้องลำคอ ขาสองข้างเกี่ยวรอบเอวสอบเอาไว้แน่น
“ทำผมหน่อย ทำให้หน่อยนะครับ”
เส้นความอดทนขาดสะบั้น เพียงแค่อลันเอ่ยออกมาแค่นั้นร่างใหญ่ล่ำสันก็ไม่รีรอ เขาจับปลายแก่นกายขนาดใหญ่ที่ไร้ซึ่งสิ่งป้องกันถูปากช่องทาง และมันกำลังถูกดันเข้ามาเรื่อย ๆ ความคับแน่นและจุกเสียดคือสิ่งที่อลันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้
“เธออย่าเกร็งสิ”
“คุณธัสช่วยอ่อนโยนหน่อยได้ไหมครับ ผมไม่ไหวจริง ๆ”
แน่นอนว่าเมธัสเองก็ไม่ต่างกัน ความแน่นของโพรงเนื้อมันบีบรัดลำเนื้ออวบหนาจนปวดหนึบไปหมด เมธัสขบกัดกรามแน่น กระทุ้งเข้าไปทีเดียวจนมิดลำ ทำให้คนใต้ร่างสะดุ้งจนส่งเสียงร้องออกมาดังลั่น ร่างกายปวดร้าวจนแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมกับน้ำตาเม็ดโตที่ไหลลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
“อ่ะ! ผมเจ็บ อย่าเพิ่งขยับได้ไหมครับ”
“แต่ฉันไม่ไหวแล้วนะอลัน” ความอุ่นร้อนมันวูบวาบในยามที่ร่างกายของอลันทั้งขมิบและตอดรัด เริ่มทำให้เมธัสเป็นบ้าเข้าไปทุกที
“แน่นฉิบ..”
ความปวดหนึบมันทำให้เอวสอบเริ่มขยับเคลื่อนไหว แน่นอนว่าอลันทั้งเจ็บทั้งปวดจนแทบทนไม่ไหว แต่พอผ่านไปชั่วครู่เดียวก็ถูกความเสียวกดทับไม่ให้รู้สึกเจ็บมากเท่าตอนแรก
นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสความรู้สึกนี้ และปฏิเสธไม่ได้ว่ามันรู้สึกดีมากทีเดียว และความเสียวซ่านมันก็เริ่มเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในยามที่เมธัสขยับร่างกายเป็นจังหวะที่รุนแรงขึ้น
ร่างใหญ่ล่ำสันก้มลงมาป้อนจูบอีกครั้ง แน่นอนว่าไฟราคะมันได้ทำให้คนเจ้าคิดเจ้าแค้นหลงลืมความเกลียดชังไปชั่วขณะ และไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้
สะโพกสอบเริ่มขยับเคลื่อนไหวเป็นจังหวะที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ตักตวงเอาความสุขเข้าสู่ร่างกายโดยไม่สนว่าอลันจะรู้สึกอย่างไร
เจ็บหรือไม่เจ็บ เพียงแค่เขารู้สึกดีนั่นก็เพียงพอแล้ว
“อึก...อื้อ” ก่อนที่ร่างสูงกำยำจะหยัดตัวขึ้นตรง เขาจับเรียวขาทั้งสองข้างนั้นขึ้นมาพาดบ่า จ้องมองท่อนเนื้อตัวเองที่มันขยับเข้าออกช่องทางสีสวย นั่นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ความดิบเถื่อนได้ดีทีเดียว
“อ่า…ผะ ผมจะเสร็จแล้ว” อลันเอ่ยเสียงสั่นเครือ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขากำลังจะแตะขอบสวรรค์ ทั้งเร่าร้อนและตัวเบาราวกับมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง เมธัสเร่งตอกอัดเข้าไปรัวและเร็ว ไม่นานคนตัวเล็กก็ปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นออกมา
“อื้อ คะ คุณธัส” ดวงตากลมหวานเหลือบไปเห็นคราบน้ำตัวเองมันพุ่งออกมาจนเลอะหน้าท้อง และมีบางส่วนเปื้อนฝ่ามือใหญ่ที่เพิ่งจะช่วยเขาชักรูดทางด้านหน้า
“อะไรของเธอ”
“มือคุณเปื้อนครับ”
“แล้วเธอควรทำยังไง” กายหนาตอบในขณะที่กำลังกระแทกกระทั้นไม่หยุด อลันเม้มริมฝีปากมอง เขาคิดอะไรไม่ออกจึงเลือกจับมือแกร่งมาจ่อที่ริมฝีปาก และจัดการเลียคราบน้ำตัวเองจนหมดไม่เหลือ
“ขะ ขอโทษครับ”
“จะขอโทษอะไรนักหนา เธอแม่งยั่วเก่งจริง ๆ แม่งเอ๊ย!” ทุกการกระทำของคนใต้ร่างทำให้เมธัสแทบเป็นบ้า ปกติแล้วเขาไม่เคยเสร็จง่าย ทำไมวันนี้มันมีความรู้สึกเหมือนจะกลั้นไม่อยู่เลย
และไม่นานนักเขาก็เสร็จสมตามมาติด ๆ น้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งเข้าไปในโพรงเนื้อด้านใน ทำให้อลันรู้สึกถึงความอุ่นร้อน และมีบางส่วนไหลทะลักในตอนที่เมธัสดึงออกมา
พลั่ก!
ฝ่ามือใหญ่ผลักขาเรียวนั้นอย่างไม่ไยดี บรรยากาศที่เต็มไปด้วยไฟราคะและดูเหมือนจะเข้าขากันเมื่อครู่ได้ทลายหายไป ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่อึดอัดเช่นเดิม
อลันทำตัวไม่ถูก เขาได้แต่มองเมธัสเดินไปคว้าผ้าขนหนูขึ้นมาสวมใส่ สายตาคมกริบที่อ่อนโยนก่อนหน้า บัดนี้มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิด โมโห และไฟแห่งความเกลียดชังเหมือนเดิม
“นอนนิ่งอยู่ได้ หมดประโยชน์แล้วก็ใส่เสื้อผ้าแล้วรีบออกไปจากห้องนอนฉันซะ” สิ้นประโยคนี้อลันก็กัดฟันลุกขึ้นมาหยิบเสื้อผ้าใส่ ความเจ็บปวดที่ช่องทางหลังทำให้น้ำตาร่วงเผาะ คราบน้ำสีขาวไหล่เปื้อนลงมาตามง่ามขาที่กำลังสั่นเทาจนก้าวเดินไม่ออก
“คุณธัสคือ…เรา…” อลันเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ความสัมพันธ์ของเขาและเมธัสมันเลยเถิดไปไกลมากจนไม่รู้จะทำอย่างไร
“อย่าสำคัญตัวเองผิด ฉันก็แค่หลับหูหลับตาเอาเท่านั้นแหละ สนองความร่านให้เธอไง ซึ่งมันช่วยแก้ขัดได้ดีเหมือนกัน” เมธัสพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งเอาไว้แค่เพียงอลันที่กำลังก้าวเท้าเดินออกจากห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง
คำพูดของเมธัสมันเปรียบเสมือนสิ่งที่ตอกย้ำว่าเขาใจง่าย แต่มันก็จริงจนเถียงไม่ออก
