บทที่ 7 ตอนที่ 7 มารยาร้อยเล่มเกวียน
ตอนที่ 7 มารยาร้อยเล่มเกวียน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในบ้านที่กำลังปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบอย่างเช่นทุกวัน กลิ่นแพร์ฟรีเซียจากก้านไม้หอมลอยคละคลุ้งไปทั่วโถง ทำให้เวลาสูดอากาศเข้าปอดรู้สึกสดชื่นไม่น้อย
เมธัสเดินออกมาจากห้องนอนด้วยท่าทางปกติราวกับว่าเรื่องที่ทำเมื่อคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เขาเป็นคนล้ำเส้น ก้าวข้ามสิ่งที่ตัวเองขีดเอาไว้จนเผลอไปมีอะไรกับลูกเมียน้อยที่ไม่ชอบขี้หน้าและเกลียดแสนเกลียด
ช่วยไม่ได้ ก็อยากมายั่วฉันเองก่อนทำไม
เขาไม่ได้รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการที่เขาสูญเสียครอบครัวและไม่มีความสุขนั้น ก็ควรจะได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง
อย่างเช่นความบริสุทธิ์ของอลัน แม้จะไม่ได้พิศวาสแต่ก็ไม่ได้แย่
หรือคิดอีกแบบก็คือ…เขาควรจะทำให้อลันเจ็บเจียนตาย เหมือนที่แม่ของเขาเคยเจ็บ ถึงจะสาสมสิ
อ่า…ก็แค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้นแหละ อย่าไปจริงจังอะไรนักเลย เพราะชีวิตของลูกเมียน้อยไม่ได้ต่างไปจากเครื่องระบายอารมณ์ แน่นอนว่าเขาไม่มีความพิศวาสใด ๆ ในตัวอลันอยู่แล้ว
ไม่มีวัน และจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
บางคนอาจจะคิดว่าถึงเขาโกรธแม่ของอลันก็ไม่ควรมาลงกับลูก แต่จะทำอย่างไรได้ ขนาดแม่ของเขาถูกเมียน้อยแย่งสามียังส่งผลกระทบถึงเขาเลย เขาไม่มีความสุขสักวัน ดังนั้นอลันก็ต้องได้รับผลกระทบกับการกระทำของแม่บุญธรรมตัวเองด้วยเช่นกัน
อีกอย่างหนึ่ง…ทั้งหมดนี้อลันเป็นคนเลือกเอง หากอยากรับรสชาติความเจ็บปวดเอาไว้คนเดียว เขาก็จะจัดให้ตามคำขอก็แล้วกัน
แล้วเธอจะมาเสียใจภายหลังไม่ได้นะอลัน…
สองเท้าของเมธัสเดินลงบันไดมาชั้นล่าง สายตาดุดันเหลือบไปเห็นอลันกำลังเดินตามตูดป้าศรีนวลต้อย ๆ กลับเข้ามาภายในบ้านหลังจากที่ออกไปใส่บาตร
“อ้าว! คุณธัส…ตื่นแล้วเหรอคะ” เป็นศรีนวลเอ่ยขึ้นทักทาย ทำเอาอลันที่เดินกะเผลกเข้ามาชะงักตกใจราวกับว่ากำลังเห็นผี
“ครับ…งั้นรบกวนชงกาแฟให้ผมด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ…เดี๋ยวป้าจัดการให้”
เมธัสไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเดินไปหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาภายในห้องรับแขก จัดการหยิบรีโมตโทรทัศน์ขึ้นมาเปิดเพื่อดูข่าวสารบ้านเมือง ท่าทางเมินเฉยนั้นทำให้อลันแอบน้อยใจไม่ได้
เมธัสทำราวกับว่าอลันไม่มีตัวตนเสียอย่างนั้น
แน่นอนว่าเรื่องราวของเมื่อคืนมันยังคงวิ่งกรออยู่ในหัว ความเจ็บที่ช่องทางหลังก็ยังมีให้เห็น อลันกับเมธัสมีอะไรกันแล้วจริง ๆ มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แม้ว่าเมื่อคืนเมธัสจะเมามากจนไม่มีสติ แต่ผิดที่เขาเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
“ยืนเหม่ออะไรอลัน รีบตามป้ามาสิ” เสียงของป้าศรีนวลฉุดดึงสติของอลันให้กลับมา เขารีบเดินตามหญิงวัยกลางคนกลับเข้ามาในครัว แต่แทนที่จะได้สบายใจกลับได้ยินเสียงแหลม ๆ ของกลิ่นจันทร์คอยพูดจาประชดประชันใส่เป็นอันดับแรก
“ทำเป็นเดินอ้อยอิ่ง คิดจะอ่อยคุณธัสอีกหรือไง ก็เห็นอยู่ว่าเขาไม่เอา”
ถ้อยคำเสียดแทงใจของเธอมันทำให้อลันเจ็บปวด เขาพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้สีหน้าอันเรียบเฉย
“ขอบคุณพี่จันทร์ที่เป็นห่วงนะครับ แต่รบกวนช่วยเอาเวลาไปสนใจเรื่องตัวเองดีกว่าครับ งานที่ให้ทำเสร็จบ้างหรือยัง ไม่ใช่เกี่ยงคนอื่นเขา” อลันถอนหายใจราวกับว่าคร้านจะสนทนาด้วย
แม่ของเขาไม่ได้ไปแย่งสามีของแม่กลิ่นจันทร์ ดังนั้นหากพูดจาดูถูกกัน เขาก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาด
“ปากดีไปเถอะ เจ้าของบ้านเขาเกลียดขี้หน้านายขนาดนี้ก็ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ได้ ฉันล่ะยอมใจจริง ๆ” กลิ่นจันทร์กระแนะกระแหน ริมฝีปากเธอเบะคว่ำราวกับนางร้ายที่อยู่ในละครหลังข่าว ดวงตาที่มองอลันนั้นเต็มไปด้วยไฟแห่งความริษยา
แน่นอนว่าเธอเกลียดอลันมาก อยากเหยียบอลันให้จมดิน
“พี่กลิ่นจันทร์จ้องจะจับคุณธัสทำสามี แต่ก็ไม่สำเร็จสักที ผ่านมากี่ปีแล้วพี่ยังทนได้เลยครับ แค่นี้ทำไมผมจะทนไม่ได้”
“ไอ้ลัน!” ทั้งสองกำลังเล่นสงครามประสาททางสายตา แต่โชคดีที่หัวหน้าแม่บ้านอย่างศรีนวลเดินเข้ามาเห็นเสียก่อนจึงห้ามปรามเอาไว้
“เอะอะโวยวายอะไรกัน รีบไปทำงานได้แล้ว”
“ป้านวล! เมื่อกี้ไอ้ลันมันว่าฉัน” ได้โอกาสกลิ่นจันทร์เป็นฝ่ายฟ้องก่อน
“แกนั่นแหละตัวดี นู้น! ไปล้างจาน”
“ป้าอ่า…ดีแต่เข้าข้างไอ้ลัน”
“ก็แกไม่ใช่เหรอที่เป็นคนหาเรื่องอลันก่อน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”
กลิ่นจันทร์หงุดหงิด เถียงไม่ออกเพราะมันคือเรื่องจริง เธอได้แต่เดินกระทืบเท้าเข้ามาหยิบจานในซิงค์ล้าง แต่ก็ไม่วายทำเสียงดังปึงปังเพื่อเป็นการประชด ส่วนอลันก็เข้ามาช่วยเป็นลูกมือของป้าศรีนวลเตรียมกับข้าวเช้านี้จนเสร็จ
“งั้นผมไปช่วยลุงมนกวาดใบไม้หน้าบ้านก่อนนะครับป้าศรีนวล”
“อืม…ไปเถอะ เดี๋ยวนังกลิ่นจันทร์ ป้าจัดการเอง”
เพียงเท่านั้นอลันก็เดินออกมาหน้าบ้าน เศษใบไม้ใบหญ้ายังคงเกลื่อนพื้น รู้ดีว่าลุงมนคงป่วยการเมืองอีกแล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดเสียเองเพื่อตัดความรำคาญ
การที่ถูกคนในบ้านกระทำแย่ ๆ และดูถูกเขา มันเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว คงจะมีก็แต่ป้าศรีนวลคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเข้าใจ และไม่คิดร้ายกับเขา
ต้นเหตุของความเกลียดชังมันก็คงจะหนีไม่พ้นสิ่งที่มารดาของเขากระทำต่อคุณหญิงของบ้าน อลันรู้ดีว่าเรื่องนี้แม่ของเขาเป็นคนผิด ซึ่งเขาก็ไม่เคยเข้าข้างแม่ตัวเอง แต่มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของลูกที่จะต่อว่าผู้เป็นแม่อยู่ดี
ในเมื่อแม่ของเขาเลือกแล้ว ลูกก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจ หากจะหนีออกไปและทิ้งแม่ไว้ข้างหลัง เขาก็ไม่คิดจะทำเหมือนกัน
เหตุผลที่เขาทนอยู่บ้านหลังนี้มีอยู่สองข้อหลัก ๆ
ข้อหนึ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่าเขาได้ตกลงกับเมธัสเอาไว้แล้ว เขาจะต้องอยู่ในบ้านหลังนี้ ทำงานเป็นคนใช้และเป็นเครื่องระบายอารมณ์โทสะแทนมารดา เพื่อที่เมธัสจะไม่ไประรานตามด่าผู้เป็นแม่ต่อหน้าพื้นที่สาธารณะให้อายผู้คน
ใครจะมองว่าเขาเป็นลูกที่โง่ แต่เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว และไม่มีทางเปลี่ยนใจ
ข้อสอง การได้อยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้แย่เสียทีเดียว ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา เขารักป้าศรีนวลเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ดังนั้นหากย้ายออกไปอยู่ข้างนอกก็น่าใจหายเหมือนกัน
เอาเถอะ…มันไม่ได้แย่เหมือนตอนแรก ๆ ที่เขามาอยู่ในบ้านหลังนี้หรอก
สิบปีเต็มที่อลันพยายามทำตัวเองให้เข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะตราบใดที่เขาและแม่ยังอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่สามารถหลบหนีเรื่องราวพวกนี้ได้ แต่อะไรที่มากจนเกินไป เขาก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกอยู่เพียงฝ่ายเดียวหรอก
กว่างานบ้านจะเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยพอสมควร อลันรีบปลีกตัวกลับเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบเชียบ เขาปิดประตูลงกลอน ก่อนจะก้าวเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง แต่เมื่อเหตุการณ์ของเมื่อคืนมันแล่นเข้ามาในหัวสมองทำให้เขาปวดหนึบภายในใจ กะว่าจะไม่คิดมาก แต่สุดท้ายน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ไหนล่ะคนที่บอกว่าจะเข้มแข็ง สุดท้ายก็เป็นคนอ่อนแอขี้ขลาดอยู่ดี
“คนใจร้าย” ความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยกัดกินใจเขาอย่างรุนแรง เมธัสทำราวกับว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ความเงียบงันและการกระทำของอีกฝ่ายมันยิ่งตอกย้ำว่าเขาเป็นเพียงของเล่นที่ไร้ค่าเท่านั้น
ตอกย้ำให้อลันเจียมตัวว่าไม่ควรเผลอใจไปรักตั้งแต่แรก
เนิ่นนานหลายนาทีที่อลันใช้เวลาไปกับการร้องไห้ อลันได้แต่ซบหน้ากับหมอน ปล่อยให้เสียงสะอื้นคลอเคลียอยู่ในความเงียบของห้อง พยายามปลอบตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เขาควรได้รับจากการที่ตัวเองใจง่าย
เขาผิดเอง
ผิดเองที่ไม่หักห้ามใจและเข้มแข็งให้ได้มากกว่านี้
……………
“เราลงทุนกับโครงการนี้เป็นเม็ดเงินมหาศาล จะมาหวังกำไรแค่นิดหน่อยก็คงไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่หรอกนะครับ”
“...”
“โครงการนี้ผมเข้ามารับผิดชอบเต็มตัว ทุกคนสามารถเสนอแนะแนวทางกับผมได้เต็มที่เลยนะครับ”
บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับต้น ๆ ของประเทศเงียบลงทันที หลังจากที่รองประธานอย่างเมธัสเอ่ยพูดประโยคเมื่อครู่ออกมา มีเพียงแค่เสียงกระดาษพลิกไปมาและเสียงกระแอมเบา ๆ จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่กำลังพิจารณาแผนงานตรงหน้า
“ผมพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นนะครับ ขอแค่เข้ามาคุยกัน” เมธัสนั่งอยู่หัวโต๊ะที่มุมประจำ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเคร่งเครียดเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะตัวเลขของผลประกอบการ หรือกราฟที่พุ่งขึ้นลงบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่เบื้องหน้าเลย
สิ่งที่ทำให้เขาไม่มีสมาธิเป็นเพราะคนที่เขาเกลียดอย่างอลันต่างหาก
เมธัสพยายามโฟกัสกับงานตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ไม่เป็นผล ฉากอันเร่าร้อน ร่างกายขาวเนียนมีส่วนเว้าส่วนโค้งน่ามอง ริมฝีปากกระจับที่เผยอเสียงครางนั้น ทำให้เขาแทบเป็นบ้า
ทำไมกัน อลันก็ไม่ใช่คนแรกที่เขาเคยมีอะไรด้วย แน่นอนว่าผู้ชายมีรูปร่างหน้าตาดี แถมยังรวยเป็นระดับต้น ๆ ของประเทศอย่างเมธัส มีผู้หญิงมากมายเอาตัวเองใส่พานถวายมาเยอะแยะ แต่ก็ไม่เคยมีใครทำให้เขาคลุ้มคลั่งขนาดนี้
ตลอดการประชุมที่กินระยะเวลามาเกือบสองชั่วโมง เมธัสไม่สามารถขับไล่อลันออกไปจากหัวสมองได้เลย
“มันจะได้ไม่คุ้มเสียเอาสิครับ กลุ่มเป้าหมายของลูกค้าก็ไม่ชัดเจน แล้วจะให้มั่นใจได้ยังไงว่าโครงการนี้มันจะสร้างกำไรมากกว่าขาดทุน” หนึ่งในผู้ถือหุ้นเอ่ยพูดขึ้น ตามมาด้วยเสียงอื้ออึงอย่างเห็นด้วยกับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นคนอื่น แต่มันกลับไม่ได้เรียกความสนใจของเมธัสได้เลย
ในเวลานี้รองประธานที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยังไม่เลิกคิดไปถึงใครบางคน ความสะใจก่อตัวขึ้นท่ามกลางใบหน้าเรียบเฉย เขายอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันคือสิ่งที่เขาตั้งใจไม่ใช่ข้อผิดพลาด
การได้ทำให้อลันแหลกละเอียดด้วยน้ำมือของเขา มันคงจะเป็นความต้องการสูงสุดของเมธัสในเวลานี้
เขาต้องการย่ำยีความรู้สึกของอลันให้แหลกสลาย เหมือนกับที่แม่ของอลันเข้ามาทำลายครอบครัวของเขา เมธัสต้องการให้อลันได้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานที่เขาเคยได้รับ ว่ามันเจ็บปวดเช่นไร
แต่ทว่าในใจลึก ๆ กลับมีความรู้สึกบางอย่างสอดแทรกเข้ามาอย่างเลือนราง และเป็นความรู้สึกในส่วนที่เขาไม่อยากยอมรับมันเลยสักนิด
ความรู้สึกผิดที่เริ่มก่อตัวทำให้ความคิดของเมธัสเริ่มไขว้เขวเล็กน้อย ทั้งที่เขาพยายามจะผลักไสความรู้สึกนี้ออกไป แต่ภาพของอลันที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตากลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้สมาธิของเขาแทบไม่เหลืออยู่เลย
แต่เขาจะรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองทำไม ในเมื่อสิ่งที่อลันเจอมันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิดกับสิ่งที่เมธัสได้รับ
ใช่…บ้านแตกสาแหรกขาดด้วยน้ำมือของนฤมลเพียงคนเดียว ผู้หญิงที่มีมารยาร้อยเล่มเกวียน พ่อเอาลงไปได้อย่างไรกัน
“คุณธัสครับ ได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่าครับ”
เสียงทุ้มของผู้ถือหุ้นอาวุโสเรียกสติของเมธัสให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ทำให้เขาต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
อ่า…มารยาเธอเยอะเสียจริงนะอลัน เธอนี่มันร้ายกว่าที่ฉันคิดอีก แต่อย่าคิดว่าจะทำให้ฉันหลง เพราะมันไม่มีทางหรอก…
