บทที่ 1 แฟ้มคดีสีเลือด
ปัง!
แฟ้มคดีถูกโยนกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดังลั่นออฟฟิศที่เงียบสงัด พรพัชชาปารูปถ่ายสภาพรถพังยับเยินลงไปกองรวมกัน
"ถนนแห้งสนิท มองเห็นชัดเจน...รอยเบรกก็ไม่มี แล้วมาสรุปสำนวนว่าหลับในเนี่ยนะ ตลกชะมัด" หญิงสาวสบถเสียงพร่า แค่นยิ้มหยันให้กับรายงานของร้อยเวรในมือ
แอร์ในห้องทำงานเย็นเฉียบ แต่กลับไม่เท่าความรู้สึกชาวาบในอก พ่อของเธอขับรถมาสามสิบปี ไม่เคยแม้แต่จะเฉี่ยวเสาไฟฟ้า
"แถมเพิ่งโทรมาบอกว่าอัดกาแฟไปสองแก้วกำลังจะมารับ...คนเพิ่งกินกาแฟตั้งสองแก้วจะหลับในกะทันหันได้ยังไงวะ!"
พรพัชชาดึงรายงานชันสูตรพลิกศพออกมาวางเทียบกับรูปถ่ายที่เกิดเหตุ นิ้วเรียวเคาะลงบนจุดที่น่าสงสัย ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด
"แผลฉกรรจ์ที่หัวด้านหลัง กระแทกของแข็งไม่มีคม...กระจกหน้าแตกละเอียด พ่อฟุบคาพวงมาลัย แล้วหัวด้านหลังไปกระแทกกับอะไร พนักพิงเบาะนุ่มๆ งั้นสิ? แหกตาชัดๆ!"
หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืน กอดอกมองกองแฟ้มคดีที่วางระเกะระกะ ทุกอย่างมันย้อนแย้งไปหมด หมอนิติเวชปล่อยผ่านความเห็นแบบนี้มาได้ยังไง แล้วพวกตำรวจที่สน. ก็รีบปิดคดีกันเหลือเกิน เอาแต่ตบไหล่เธอแล้วบอกว่าไม่อยากให้ยืดเยื้อ จะได้ทำศพสงบๆ
พรพัชชาเดินไปรินน้ำเปล่า มือบางสั่นเทาเล็กน้อยตอนยกแก้วขึ้นดื่ม พยายามกลืนความรู้สึกขมปร่าลงคอ เธอเป็นทนายความ เรียกร้องความยุติธรรมให้คนอื่นมานับไม่ถ้วน แต่พอเป็นเรื่องของพ่อตัวเอง กลับถูกพวกเพื่อนตำรวจของพ่อไล่ต้อนให้ยอมรับสภาพง่ายๆ
"พัชไม่ยอมหรอกนะพ่อ" เธอเดินไปหยิบรูปถ่ายชายวัยกลางคนในชุดตำรวจขึ้นมาลูบเบาๆ ขอบตาร้อนผ่าว
"ถ้ากระบวนการยุติธรรมที่พ่อศรัทธามันพึ่งไม่ได้ พัชจะลากคอคนที่ทำเรื่องนี้มารับกรรมด้วยวิธีของพัชเอง"
เธอรวบเอกสารทั้งหมดเข้าแฟ้ม ต่อให้ต้องงัดข้อกับพวกมีสี หรือต้องรื้อทั้งสถานีตำรวจ เธอก็จะทำ
ระหว่างที่กำลังเก็บข้าวของ ปลายนิ้วของพรพัชชาบังเอิญลูบไปสะดุดกับรอยตะเข็บด้านในกระเป๋าเอกสารใบเก่าของพ่อ เธอสัมผัสได้ถึงความนูนที่ผิดปกติ จึงหยิบคัตเตอร์มากรีดรอยเย็บนั้นออกช้าๆ
ตุ้บ...
ฮาร์ดดิสก์พกพาสีดำขนาดเล็กหล่นลงบนฝ่ามือ
หญิงสาวขมวดคิ้ว พ่อซ่อนมันไว้ลึกมาก ถ้าไม่บังเอิญมาจับกระเป๋าใบนี้คงไม่มีวันเจอ เธอไม่รอช้า รีบหยิบสายยูเอสบีมาเสียบเข้ากับแล็ปท็อปบนโต๊ะทันที
หน้าต่างถามหารหัสผ่านเด้งขึ้นมาตรงหน้า พรพัชชาเคาะนิ้วบนโต๊ะอย่างใช้ความคิด เลขประจำตัวตำรวจคงเดาง่ายไป...เธอจึงลองพิมพ์วันครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่ลงไปแล้วกดเอนเทอร์
หน้าจอกระพริบหนึ่งครั้ง ก่อนที่โฟลเดอร์จำนวนมากจะเด้งพรวดขึ้นมา!
พรพัชชาเบิกตากว้าง เลื่อนเมาส์คลิกเปิดโฟลเดอร์แรกที่ชื่อว่า 'เส้นทางเงิน' ทันที สิ่งที่อยู่ข้างในคือตารางเอ็กเซลล์บันทึกรายการโอนเงินนับร้อยบรรทัด มีการโอนเข้าบัญชีม้าทุกสิ้นเดือน ยอดละห้าล้านบ้าง สิบล้านบ้าง รวมเงินหมุนเวียนต่อเดือนเหยียบร้อยล้านบาท
เธอคลิกเปิดอีกโฟลเดอร์ที่เต็มไปด้วยรูปภาพ ภาพแรกเป็นตึกหรูหราอลังการตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ป้ายชื่อหน้าตึกเขียนชัดเจน...
'เดอะ โครว์ คาสิโน'
นี่มันอาณาจักรธุรกิจสีเทาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง! และน่าจะเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดี ภาพถัดมาคือรถตู้ทึบหลายคันจอดเทียบหลังคาสิโน มีชายฉกรรจ์กำลังขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลงจากรถ...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าข้างในคือเงินสด
มิน่าล่ะ...พวกมันถึงต้องรีบปิดปากพ่อ!
หญิงสาวเปิดเบราว์เซอร์ พิมพ์ชื่อคาสิโนลงในช่องค้นหาอย่างรวดเร็ว ข้อมูลระบุว่าชื่อจดทะเบียนเป็นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์บังหน้า แต่นิ้วเรียวต้องหยุดชะงักเมื่อเลื่อนไปเจอชื่อหนึ่งบนหน้าเว็บข่าวแวดวงสังคม
ผู้กุมอำนาจตัวจริงเบื้องหลังธุรกิจนี้…
'ขุนทัพ'
พรพัชชาคลิกเข้าไปดูโปรไฟล์ รูปภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคาย ทว่าดวงตากลับเยือกเย็นและดุดันราวกับสัตว์นักล่า เนื้อหาในข่าวระบุว่าเขาก้าวขึ้นมาคุมอำนาจแทนพ่อตั้งแต่อายุสามสิบต้นๆ กวาดล้างคู่แข่งจนราบคาบ เป็นคนที่เด็ดขาดและเลือดเย็นที่สุดคนหนึ่งในวงการ
เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของชายหนุ่มบนจอคอมพิวเตอร์
การเข้าไปยุ่งกับคนระดับนี้มีแต่ตายกับตาย พวกมันรวยล้นฟ้า มีคนหนุนหลังเต็มไปหมด ทนายผู้หญิงตัวเล็กๆ จะเอาอะไรไปสู้ ความลังเลก่อตัวขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นที่สุมแน่นอยู่ในอก
"พ่อต้องไปเจอหลักฐานสำคัญอะไรในคาสิโนนั่นแน่ๆ ถึงได้โดนสั่งเก็บแบบนี้"
เธอเลื่อนเมาส์กลับไปที่ไฟล์รูปภาพ เปิดดูแผนผังโครงสร้างของ เดอะ โครว์ คาสิโน ที่พ่อแอบบันทึกเอาไว้ หญิงสาวหรี่ตามองจุดสีแดงบนแผนผัง การ์ดเฝ้าทางเข้าออกแน่นหนาขนาดนี้ โซนวีไอพียิ่งไม่ต้องพูดถึง
ถ้าจะเข้าไปหาหลักฐาน...เธอต้องเข้าไปในฐานะคนวงในเท่านั้น
พรพัชชาจ้องมองรูปถ่ายของขุนทัพบนหน้าจออีกครั้ง แววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะกระชากหน้ากากคนพวกนี้ให้ได้!
