บทที่ 10 หลักฐานตอกย้ำ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแยกผ้าม่านทึบแสง กระทบเปลือกตาที่หนักอึ้ง พรพัชชาขยับตัวด้วยความยากลำบาก อาการปวดร้าวที่ศีรษะแล่นริ้ว ตามมาด้วยความเมื่อยขบไปทั่วทุกสัดส่วน โดยเฉพาะช่วงกลางลำตัวที่ปวดหนึบและร้าวระบมจนเผลอสูดปาก นัยน์ตากลมโตค่อย ๆ กะพริบถี่เพื่อปรับรับแสง เพดานห้องแปลกตา และกลิ่นแอฟเตอร์เชฟผสมบุหรี่จาง ๆ บนหมอน ปลุกสติสัมปชัญญะให้กลับมาทำงานอีกครั้ง
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว
“ถ้าเราข้ามเส้นไปแล้ว ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีก...เธอแน่ใจนะ พรพัชชา?”
"ฉันต้องการคุณ...ขุนทัพ"
ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก ร่างบางฝืนความเจ็บปวดผุดลุกขึ้นนั่ง มือที่สั่นเทาคว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดบังหน้าอกเปลือยเปล่า รอยแดงช้ำแต่งแต้มบนผิวขาวเนียนตั้งแต่เนินอกไล่ขึ้นมาถึงลำคอ และเมื่อสายตาเลื่อนมองพื้นที่ว่างข้างตัว... คราบเลือดสีจางเปรอะเปื้อนบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด คือหลักฐานตอกย้ำว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน
เธอข้ามเส้นไปแล้ว... ข้ามไปไกลจนไม่มีวันหวนกลับ
พรพัชชายกมือปิดหน้า สั่นสะท้านไปทั้งตัว ความทรงจำไม่เลือนรางแม้แต่น้อย เธอจำได้ทุกสัมผัส จำได้ทุกเสียงของตัวเอง จำได้กระทั่งวินาทีที่เขาเอ่ยถามเพื่อเปิดโอกาสให้ถอย... แต่เป็นเธอเองที่รั้งคอเสื้อเขาลงมาและเลือกให้เขาดับความทรมานนั้น
ทนายสาวกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ความสับสนตีรวนในอกจนแทบระเบิด เธอปล่อยให้ความโหยหาเอาชนะอุดมการณ์และความแค้นได้อย่างไร ผู้ชายคนนี้คือคนแห่งโลกใต้ดิน ที่อาจมีส่วนรู้เห็นกับการตายของพ่อ แต่เธอกลับทอดกายให้เขาสมยอม ความสัมพันธ์ที่ถลำลึกนี้อาจทำลายคดีที่เธอแลกชีวิตสืบมาตลอด
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น พรพัชชาสะดุ้งสุดตัวหันขวับไปมอง ร่างสูงใหญ่ของขุนทัพก้าวเข้ามาในห้องนอน เขาสวมชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มผูกเชือกเอวหลวม ๆ เรือนผมสีดำสนิทเปียกชื้นลู่ตามกรอบหน้าคมคาย ในมือหนาถือแก้วเอสเปรสโซควันฉุยที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ ๆ มาจากด้านนอก
ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง ดวงตาสีดำขลับที่เคยวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาเมื่อคืน บัดนี้กลับว่างเปล่า เย็นเยียบ ไม่มีแววตาของความรู้สึกใด ๆ ราวกับเป็นคนละคน
"ตื่นแล้วก็ดี" เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบ ไม่มีความอ่อนโยนหรือห่วงใยเจือปน เขาเดินมาหยุดข้างเตียง วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเล็ก "ดื่มซะ จะได้สร่าง"
พรพัชชามองท่าทีเย็นชานั้นด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งหัวใจ ราวกับถูกน้ำแข็งสาดหน้า ท่าทีของเขาเหมือนเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงการระบายความใคร่ที่ไม่มีความหมาย เป็นแค่เศษเสี้ยวเวลาที่เขาไม่คิดจะจดจำหรือให้ค่า
ความอับอายและความเจ็บใจตีตื้นจุกคอ ใช่... เธอรู้ตัวว่าเมื่อคืนเป็นคนเรียกร้อง เธอตกอยู่ใต้ฤทธิ์ยาและเลือกเขา แต่ในฐานะผู้ชายที่มีสติครบถ้วน เขามีสิทธิ์ที่จะหยุด ปล่อยให้เธอทรมาน หรือแค่โยนเธอลงอ่างน้ำเย็นจัด แต่เขาไม่ทำ เขาเลือกตักตวงร่างกายเธอ เปิดเปลือยความรู้สึกส่วนลึก แล้วเช้ามาก็ทำตัวเป็นปีศาจไร้หัวใจตามเดิม
ทนายสาวตวัดผ้าห่มพันรอบตัว ผุดลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมด้วยขาทั้งสองข้างที่ยังคงสั่นระริก เธอเชิดหน้า ก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยดวงตาแดงก่ำ
"ทำไม..." เธอเค้นเสียงสั่นเครือ แตกพร่าไม่ต่างจากความรู้สึกข้างในตอนนี้
ขุนทัพเลิกคิ้วเล็กน้อย มองคนตัวเล็กที่ยืนกำหมัดแน่น
"อะไร"
"ทำไมคุณถึงทำท่าทางแบบนี้!" เธอตวาด น้ำตาที่กลั้นไว้พากันรื้นเกาะขอบตา "ทำเหมือนเมื่อคืนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนฉันเป็นแค่ของเล่นโง่ ๆ ที่คุณจะย่ำยีแล้วโยนทิ้ง!"
"แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง" เขากอดอก นัยน์ตาว่างเปล่ามองลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของเธอ "ต้องคุกเข่าปลอบใจ? หรือต้องสวมบทพระเอกแสนดีรับผิดชอบทนายที่เพิ่งเสียสาว?"
เพียะ!
ฝ่ามือตวัดฟาดลงบนซีกหน้าหล่อเหลาเต็มแรงจนหน้าชายหนุ่มหันไปตามแรงตบ เสียงสะท้อนดังก้องห้องนอน รอยนิ้วมือสีแดงปรากฏบนผิวแก้มสากทันที
ขุนทัพใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว
"ตบอีกสิ" เขาท้าทาย น้ำเสียงราบเรียบทว่าคุกคาม ร่างสูงก้าวประชิดจนปลายเท้าแทบชนกัน "ถ้าตบแล้วมันทำให้คุณกล้าหลอกตัวเองต่อไปได้ ว่าเมื่อคืนร่างกายคุณไม่ได้ตอบสนองผมทุกจังหวะ"
"หุบปาก!" เธอตวาด ถอยกรูดจนแผ่นหลังชนขอบเตียง มือที่กำผ้าห่มสั่นเทา ความรู้สึกเกลียดชังตัวเองตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก
"คุณมันก็แค่หาข้ออ้างให้ความมักมากของตัวเอง ฉันยอมตายดีกว่าต้องมาเกลือกกลั้วกับคนสันดานเสียอย่างคุณ"
นัยน์ตาสีดำขลับวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวดุดัน
"แต่คนสันดานเสียคนนี้ ก็เพิ่งนอนกอดคุณทั้งคืน"
"หน้าตัวเมีย..." พรพัชชาเค้นเสียงลอดไรฟัน หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงบนพวงแก้ม "คุณรู้ว่าฉันไม่มีสติ รู้ว่าฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่คุณก็ยังเอาเปรียบฉัน!"
"อย่าลืมสิพรพัชชา" เขาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเย็นเยียบ "คุณเป็นคนอ้าแขนรับผมเอง"
"ใช่! ฉันพลาดเองที่แพ้ฤทธิ์ยาบ้า ๆ นั่น!" เธอตะโกนใส่หน้าเขา สะอื้นฮักจนตัวโยน "แต่คุณไม่ได้โดนยา! คุณมีสติครบถ้วนทุกอย่าง คุณจะหยุดมันก็ได้ แต่คุณก็เลือกที่จะทำ! คุณมันก็แค่ไอ้คนฉวยโอกาส... ไอ้คนสารเลว!"
