บทที่ 3 เผชิญหน้าเจ้าพ่อใต้ดิน
บานประตูห้องรับรองถูกเปิดอ้าออก ก่อนที่ร่างของพรพัชชาจะถูกบอดี้การ์ดหิ้วปีกเข้ามาปล่อยให้นั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ หญิงสาวรีบยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง แววตาแข็งกร้าวตวัดมองอย่างไม่เกรงกลัว
บนอาร์มแชร์ฝั่งตรงข้าม...ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังนั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตัก ท่าทีผ่อนคลายแต่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายเรียบเฉย ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า
"พอลลี่...ชื่อนี้ไม่ค่อยเข้ากับคุณเท่าไหร่นะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทำลายความเงียบ
"แล้วชื่อไหนถึงจะเข้าล่ะคะ" พรพัชชาเชิดหน้าขึ้น บังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้ฝ่ามือที่วางอยู่บนตักจะชื้นเหงื่อ
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาพยักหน้าให้มือขวาที่ยืนอยู่ด้านหลัง
แท็บเล็ตเครื่องบางถูกวางลงบนโต๊ะหินอ่อนตรงหน้าหญิงสาว หน้าจอแสดงรูปถ่ายหน้าตรงในชุดครุยทนายความและประวัติของเธอ
"ทนายพรพัชชา..." ขุนทัพอ่านชื่อเธอเสียงเรียบ
"จบเกียรตินิยม ประวัติใสสะอาด...แล้วทำไมทนายอนาคตไกลถึงลดตัวมาใส่เดรสรัดรูป สวมรอยเป็นนักพนันในคาสิโนผมได้ล่ะ"
"ในเมื่อรู้แล้วว่าฉันเป็นใคร ก็ปล่อยฉันไปสิ" เธอสวนกลับ ขยับตัวนั่งหลังตรง
"สิ่งที่คุณให้ลูกน้องทำเมื่อกี้มันเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยว ฉันเอาเรื่องคุณได้นะ"
ขุนทัพแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขัน
"เอาเรื่องผม? ด้วยกฎหมายของคุณน่ะเหรอ"
"กฎหมายคุ้มครองทุกคน หรือคุณคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย!"
"ที่นี่เดอะ โครว์...และผมคือคนคุมกฎ" เขายื่นมือไปหยิบซิการ์ในกล่องไม้มาถือเล่น
"บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว พยายามขโมยข้อมูล แล้วยังกล้าอ้างกฎหมายอีก ช่างกล้าหาญจริงๆ"
"ฉันไม่ได้มาขโมย!" พรพัชชาเผลอขึ้นเสียง "ฉันแค่มาหาความจริง"
"ความจริงเรื่องอะไร" เขาถามนิ่งๆ หมุนซิการ์ในมือไปมา
"ความจริงที่พวกคุณพยายามฝังไปพร้อมกับพ่อฉันไงล่ะ!" เธอจ้องหน้าเขาไม่ลดละ
"พ่อฉันไม่มีทางขับรถหลับในตายเองแน่ พวกคุณสั่งเก็บเขาเพราะเขากำลังสืบเรื่องเส้นทางเงินสกปรกของคาสิโนนี้ใช่ไหม!"
ขุนทัพเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาไม่สะทกสะท้านกับข้อกล่าวหา
"บนโลกนี้ไม่มีความจริงหรอกคุณทนาย มีแต่เรื่องที่คนชนะอยากให้คนอื่นเชื่อเท่านั้นแหละ"
"คนอย่างพวกคุณเห็นชีวิตคนอื่นเป็นเศษขยะหรือไง" หญิงสาวกัดฟันแน่น
"ผมแค่ปกป้องธุรกิจตัวเอง ใครล้ำเส้นเข้ามา...ก็ต้องรับผลของการกระทำนั้น"
"งั้นคุณก็ยอมรับแล้วสิว่าพวกคุณฆ่าพ่อฉัน!"
"ผมยังไม่ได้พูดแบบนั้นสักคำ" ขุนทัพวางซิการ์ลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบหินอ่อนดังสะท้อนในความเงียบ
"ฉันจะลากคอคนที่สั่งฆ่าพ่อเข้าคุกให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!"
"เหมือนที่เดินมาติดกับดักในถิ่นของผมแบบนี้น่ะเหรอ" เขามองเธอด้วยสายตาสมเพชระคนหงุดหงิด
"ถ้ายังอยากมีลมหายใจไว้ใช้กฎหมายต่อไป ก็เลิกจุ้นจ้านเรื่องนี้ซะ" น้ำเสียงของเขากดต่ำคุกคาม
"เพราะถ้าคุณยังขุดคุ้ยไม่เลิก...ศพต่อไปที่จะถูกจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ ก็คือตัวคุณเอง ทนายพรพัชชา"
"ผมจะเสนอทางรอดให้เป็นครั้งสุดท้าย" น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก
"ถอนตัวจากคดีนี้ซะ ลบข้อมูลทุกอย่าง ลืมเรื่องพ่อของคุณไปให้หมด...แล้วเดินออกจากเดอะ โครว์ไปพร้อมกับเช็คเงินสดห้าสิบล้าน"
พรพัชชาชะงักไป ดวงตากลมโตตวัดมองเช็คที่เขาเลื่อนมาตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกแน่น
"ห้าสิบล้าน...สำหรับคุณอาจจะดูเยอะนะทนาย แต่สำหรับผม มันแค่เศษเงินซื้อความรำคาญ"
ขุนทัพพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางผ่อนคลายราวกับผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"รับเงินไป ใช้ชีวิตสุขสบาย วางมือจากคดีเน่าๆ นี่ซะ ถือว่าผมจ่ายค่าเสียเวลา"
หญิงสาวแค่นหัวเราะเบาๆ ความโกรธดันขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอเอื้อมมือไปหยิบกระดาษใบนั้น ปลายนิ้วสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความโลภ แต่เพราะความสมเพชในความคิดของชายตรงหน้า
"ห้าสิบล้าน..." เธอจ้องหน้าขุนทัพ นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง
"คุณคิดว่าเงินสกปรกนี่มันซื้อชีวิตพ่อฉันได้เหรอ!"
แคว่ก!
พรพัชชาฉีกเช็คออกเป็นสองท่อน แล้วฉีกซ้ำจนกลายเป็นเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนปาใส่หน้าขุนทัพอย่างแรง เศษกระดาษสีขาวปลิวร่วงกราวลงบนสูทราคาแพงและพื้นห้อง
"เก็บเงินเน่าๆ ของคุณไปใช้ในนรกเถอะ!" พรพัชชาตวาดใส่หน้า เสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ความยุติธรรมของพ่อ ความถูกต้องที่พ่อแลกมาด้วยชีวิต มันไม่มีวันซื้อขายได้ด้วยเศษเงินพวกนี้!"
ขุนทัพปัดเศษกระดาษออกจากตักช้าๆ ใบหน้าคมคายไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย มีเพียงดวงตาที่วูบแสงลงจนน่ากลัว
"อุดมการณ์สูงส่งจังนะ" เขาพึมพำ น้ำเสียงเรียบดั่งสายน้ำนิ่ง
"แล้วอุดมการณ์พวกนั้น มันเคยช่วยชีวิตใครได้บ้างไหม พ่อคุณก็ยึดมั่นความถูกต้องไม่ใช่เหรอ...แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"
"อย่างน้อยพ่อฉันก็ตายอย่างมีเกียรติ! ไม่ใช่อยู่เหมือนพวกขยะที่หากินกับความทุกข์ของคนอื่นอย่างพวกคุณ!"
พรพัชชายืดตัวขึ้นตรง เชิดหน้ามองเขาโดยไม่หลบตา
"ฉันจะลากคอคุณ รวมถึงทุกคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อ มารับโทษตามกฎหมายให้ได้!"
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะสั้นๆ นั้นเต็มไปด้วยความเวทนา เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ ทิ้งระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว
"โลกสวยเหลือเกินคุณทนาย..." เขาก้มมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า
"คิดว่ากฎหมายในกระดาษพวกนั้นจะปกป้องคุณจากกระสุนปืนได้งั้นเหรอ คิดว่าความดีความถูกต้องมันจะชนะทุกอย่างในโลกความจริงหรือไง"
พรพัชชากำหมัดแน่นข้างลำตัว
"คุณมันก็แค่เด็กน้อยที่เพิ่งเดินหลงเข้ามาในป่า แล้วคิดว่าตัวเองเป็นพรานล่าสัตว์"
ขุนทัพหมุนตัวหันหลัง พลางยกมือส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิง
"เอาตัวทนายคนเก่งไปขังไว้...ให้เธอเรียนรู้ว่านรกของจริงเป็นยังไง"
