บทที่ 7 สัญชาตญาณความต้องการ
เสียงหอบหายใจรวยรินดึงสติของขุนทัพให้หลุดจากความคลุ้มคลั่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่กองอยู่แทบเท้า พรพัชชาบิดเร่าทุรนทุราย ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยอวดดีบัดนี้แดงก่ำถึงใบหู เหงื่อผุดซึมตามกรอบหน้าและลำคอระหง อาการสั่นเทาไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัว แต่มาจากบางสิ่งที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน
ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้า เอื้อมมือที่เพิ่งใช้ซัดหน้าสวะจนจมกองเลือดไปแตะพวงแก้มเนียน
เสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนื้อ ขุนทัพถึงกับชะงัก
มันร้อนจัดราวกับมีไฟสุมอยู่ใต้ผิวหนัง...
"ร้อน... ช่วยฉันด้วย..." เสียงหวานที่เคยต่อล้อต่อเถียงฉะฉานแหบพร่าและสั่นเครือ พรพัชชาปรือตาฉ่ำเยิ้มเลื่อนลอยมองเขา ไร้ร่องรอยทนายความสาวผู้เย่อหยิ่ง สติสัมปชัญญะเลือนหายเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหาทางระบาย หญิงสาวเอียงหน้าเข้าหาฝ่ามือสากอย่างลืมตัว พยายามถูไถแก้มเนียนกับอุณหภูมิที่เย็นกว่าเพื่อดับความทรมาน
เพียงแค่อาการตอบสนองนั้น ขุนทัพก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ยาปลุกกำหนัด... และไม่ใช่เกรดต่ำทั่วไป แต่มันคือตัวยาชนิดรุนแรงที่วงการใต้ดินนิยมใช้ทำลายสติเหยื่อให้แหลกสลายภายในไม่กี่ชั่วโมง
"บัดซบเอ๊ย!" มาเฟียหนุ่มสบถ กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่น ความเดือดดาลปะทุขึ้นมาอีกระลอกจนแทบเผาผลาญทุกอย่างรอบตัว เขาตวัดสายตาดุดันไปทางลูกน้องนายพลอำนาจที่นอนสลบเหมือด ถ้ามันยังไม่ตาย เขาอยากลากมันมากระทืบซ้ำให้กระดูกแหลกละเอียดทุกชิ้นที่บังอาจใช้วิธีสกปรกพรรค์นี้กับผู้หญิงของเขา
แต่นี่ไม่ใช่เวลาสะสางบัญชีแค้น ชีวิตและสวัสดิภาพของพรพัชชาต้องมาก่อน
ขุนทัพสอดท่อนแขนแข็งแรงเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบอบบาง ช้อนร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นมาแนบอกอย่างมั่นคง น้ำหนักตัวเธอเบาหวิว แต่ความร้อนที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาถึงแผงอกเขานั้นรุนแรงจนน่าตกใจ
"สิงห์! ไปเอารถมาเทียบหน้าคลับเดี๋ยวนี้ ส่วนพวกที่เหลือเคลียร์ทาง"
"ครับนาย!" สิงห์รับคำสั่งเฉียบขาด รีบวิ่งล่วงหน้าออกไปจัดการทันที ขณะที่ทีมบอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคนจัดขบวนเป็นกำแพงมนุษย์ ล้อมรอบเจ้านายและหญิงสาวไว้ตรงกลางอย่างแน่นหนา
ขุนทัพกระชับอ้อมแขน ก้าวทะลุผ่านประตูบานคู่กลับออกมาสู่โซนคลับด้านนอก เสียงดนตรีอีดีเอ็มบีตหนักกระแทกหู แสงเลเซอร์หลากสีสาดส่องไปทั่วฟลอร์เต้นรำที่เบียดเสียดไปด้วยนักท่องราตรี แต่ทันทีที่ขบวนบอดี้การ์ดปรากฏตัวพร้อมรังสีอำมหิตจากผู้เป็นนาย บรรยากาศรอบข้างก็คล้ายถูกแช่แข็ง
"หลีกทาง! ถอยออกไปให้หมด!" ลูกน้องของขุนทัพตวาดกร้าว ใช้ท่อนแขนผลักดันฝูงชนที่ขวางทางให้แตกฮือออกไปด้านข้าง
นักเที่ยวนับร้อยตกตะลึง พากันถอยกรูดหลบทางโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครกล้าสบตาคมกริบวาวโรจน์ของมาเฟียหนุ่ม เขาก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอและทรงพลัง ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าดุดัน ทุกสายตาจับจ้องร่างหญิงสาวในชุดเดรสที่ถูกอุ้มแนบอก ใบหน้าเธอซุกซ่อนอยู่กับลาดไหล่กว้าง มีเพียงเสียงครางแผ่วเบาที่ดังรอดออกมา
"ร้อน... อื้อ..." พรพัชชาขยับตัวยุกยิกในอ้อมแขน มือบางสั่นเทากำสาบเสื้อเชิ้ตชายหนุ่มแน่นจนยับยู่ยี่ เล็บเรียวจิกลงบนแผงอกแกร่งผ่านเนื้อผ้า ริมฝีปากอิ่มเผยอหอบกอบโกยอากาศ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดต้นคอขุนทัพจนเขารู้สึกถึงความปั่นป่วนที่เริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้อง
"อดทนไว้พรพัชชา... อย่าเพิ่งขาดใจตายไปซะก่อนล่ะ" เขากระซิบชิดเรือนผมหอมกรุ่น บังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจจะร้อนรุ่มไม่ต่างจากไฟที่กำลังสุมร่างเธอ
ขุนทัพก้าวพ้นประตูคลับออกมาสู่ลานจอดรถวีไอพีด้านหน้า อากาศเย็นเยียบยามค่ำคืนปะทะใบหน้า แต่ไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนในกายทนายสาวเลย จังหวะนั้นเอง รถยุโรปคันหรูสีดำขลับก็แล่นมาจอดเทียบตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
สิงห์ที่รับหน้าที่เป็นคนขับรีบปลดล็อก เปิดประตูลงมา แล้วดึงเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังออกกว้างรอรับผู้เป็นนาย
ขุนทัพสอดตัวเข้าไปด้านใน ค่อย ๆ วางร่างบางลงบนเบาะหนังอย่างระมัดระวัง ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสความเย็นของเบาะ พรพัชชาก็ผวาเฮือก หญิงสาวพยายามขยับตัวเบียดเข้าหาความเย็นเพื่อดับความทรมาน เดรสรัดรูปตัวสั้นเลิกขึ้นจนเห็นโคนขาขาวเนียน ขุนทัพขยับเข้าไปนั่งเคียงข้างเพื่อกันไม่ให้เธอดิ้นตกลงไป
จังหวะที่เขากำลังจะดึงประตูให้ปิดลง มือเรียวร้อนผ่าวกลับคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อเขาอย่างแรง!
"อย่า... อย่าทิ้งฉัน..." นัยน์ตาฉ่ำน้ำตาสบตาเขา เว้าวอนน่าสงสาร สติเธอขาดห้วงจนแยกไม่ออกว่าผู้ชายตรงหน้าคือศัตรูที่เกลียดชัง รู้เพียงแค่อุณหภูมิจากร่างกายเขาคือสิ่งเดียวที่เธอโหยหาในตอนนี้
ขุนทัพชะงัก ลมหายใจสะดุดเมื่อสบตากับความเว้าวอนนั้น เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เคยแข็งกร้าวและดื้อดึง ซึ่งบัดนี้เปราะบางจนแทบแหลกสลาย
"ฉันไม่ทิ้ง นั่งนิ่ง ๆ ซะ" เขาเอ่ยเสียงเข้ม แกะมือเธอออกจากคอเสื้ออย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ดึงตัวเธอมาพิงแนบอกกว้างแล้วดึงประตูปิดสนิท
ชายหนุ่มกดลดกระจกลง สั่งการบอดี้การ์ดที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านนอก "พาทีมกลับเดอะ โครว์ให้หมด แล้วสั่งสายสืบทุกคนไปเช็กกล้องวงจรปิดในคลับนี่ ฉันอยากรู้ว่าใครเป็นคนสั่งเดินยา... ออกรถได้เลยสิงห์"
"รับทราบครับนาย!" สิงห์รับคำสั่ง กลับเข้าไปประจำที่คนขับ กดล็อกรถแล้วตบเกียร์เหยียบคันเร่ง
รถหรูคันใหญ่พุ่งทะยานออกจากคลับโสมม ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว แสงไฟหน้ารถสาดส่องตัดความมืดมิดยามค่ำคืน
บรรยากาศภายในห้องโดยสารเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศที่ถูกเร่งจนสุด แต่กลับไม่สามารถดับไฟราคะที่แผดเผาอยู่ในเส้นเลือดทนายสาวได้ รถสีดำทะยานออกสู่ถนนใหญ่ด้วยความเร็วทะลุขีดจำกัดกฎหมาย แสงไฟจากเสาไฟริมทางสาดส่องเข้ามาในรถเป็นจังหวะวูบไหวตามอัตราเร่ง
"อ๊ะ... ร้อน... ทรมาน..." เสียงครางเครือในลำคอเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ พรพัชชาบิดเร่าไปมาบนเบาะหนังอย่างสุดกลั้น มือบางปัดป่ายตามลำคอและเนินอกตัวเอง พยายามปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่รู้สึกราวกับเป็นความอึดอัด ลมหายใจหอบถี่กระชั้น หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าเนียน สติสัมปชัญญะเส้นสุดท้ายกำลังจะขาดสะบั้น ทิ้งไว้เพียงสัญชาตญาณความต้องการที่ถูกปลุกปั่นจนถึงขีดสุด
