บทที่ 8 ทำลายสติสัมปชัญญะ
"ร้อน... ขุนทัพ... ฉันร้อน..."
เสียงครางกระเส่าดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของรถยุโรปคันหรูที่กำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง ทว่าความเย็นฉ่ำจากช่องแอร์กลับพ่ายแพ้ไฟราคะที่กำลังแผดเผาใต้ผิวหนังทนายสาว พรพัชชาบิดเร่าอยู่บนเบาะหนังอย่างสุดกลั้น มือเรียวที่เคยชี้หน้าด่าทอเขาปัดป่ายสะเปะสะปะตามลำคอและเนินอกตัวเอง พยายามกระชากคอเสื้อเดรสให้คลายออกเพื่อระบายความอึดอัด ผิวพรรณขาวเนียนแดงก่ำลามไปทั่ว
ขุนทัพชะงัก กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นเมื่อปลายนิ้วร้อนผ่าวของคนที่นั่งเบียดอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมาวางทาบลงบนหน้าขาเขา
"อยู่เฉย ๆ พรพัชชา!" เขาตวาดเสียงสั่นพร่า พยายามข่มอารมณ์ขณะโอบรัดร่างเธอไว้ไม่ให้ดิ้นตกเบาะ แต่สัมผัสสะเปะสะปะที่ลูบไล้บีบเค้นต้นขากำลังทำลายสติสัมปชัญญะของมาเฟียหนุ่มไปทีละน้อย
"อื้อ... ทรมาน... ช่วยฉันที..." หญิงสาวไม่รับรู้คำสั่งใด ๆ ฤทธิ์ยาทำลายกำแพงศีลธรรมจนย่อยยับ ร่างอรชรพยายามดิ้นรนเข้าหาอุณหภูมิที่เย็นกว่าซึ่งก็คือตัวเขา เธอขยับเบียดชิดจนลาดไหล่บางเสียดสีท่อนแขนแกร่ง ลมหายใจร้อนระอุรินรดต้นคอ กลิ่นหอมประจำตัวผสมผสานกับฟีโรโมนที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงลอยแตะจมูกจนขุนทัพต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เอี๊ยด! รถหรูหักเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถวีไอพีส่วนตัวชั้นใต้ดินของเพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ยางบดเบียดพื้นคอนกรีตจนเกิดเสียงดังลั่น ทันทีที่รถจอดสนิท สิงห์รีบดับเครื่องและลงมาเปิดประตูฝั่งห้องโดยสารด้านหลังอย่างรู้หน้าที่ ขุนทัพไม่ได้รอช้า เขาสอดแขนช้อนร่างที่แทบจะหลอมละลายขึ้นมาแนบอก
น้ำหนักตัวเธอเบาหวิว แต่ความร้อนที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาถึงแผงอกเขานั้นรุนแรง พรพัชชาผวาเข้ากอดรอบคอเขาแน่น ซุกใบหน้าแดงซ่านเข้ากับซอกคอชายหนุ่มราวกับลูกนกที่โหยหาความอบอุ่น
มาเฟียหนุ่มก้าวยาวเข้าสู่ลิฟต์ส่วนตัวที่ยิงตรงสู่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ภายในพื้นที่แคบและเงียบสงัด เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังสะท้อนชัดเจน
"ขุนทัพ... กอดฉัน... กอดฉันหน่อย..." เสียงหวานเว้าวอนขาดห้วง ริมฝีปากร้อนจัดจูบซับตามสันกรามและลูกกระเดือกเขาอย่างโหยหา ปลายลิ้นเล็กไล้เลียซอกคอหนาอย่างยั่วยวน มือบางสอดเข้าใต้สาบเสื้อเชิ้ต ลูบไล้แผงอกและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างเอาแต่ใจ
"หยุดยั่วฉันสักทีพรพัชชา ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว"
ขุนทัพเค้นเสียงลอดไรฟัน เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ มือหนากระชับเอวคอดแน่นจนแทบฝังปลายนิ้วลงในเนื้อนุ่ม เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะทนรับการเล้าโลมจากผู้หญิงที่สนใจโดยไม่รู้สึกอะไร ยิ่งเห็นสภาพเปราะบางและยั่วยวนของเธอ เขายิ่งอยากกลืนกินเธอลงไปทั้งตัว แต่ต้องข่มใจ เขาต้องการให้เธอเป็นของเขาตอนที่สติครบถ้วน ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยาบัดซบนี่
ติ๊ง! สัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก ขุนทัพอุ้มร่างบางก้าวพรวดผ่านห้องนั่งเล่นสุดหรู ตรงดิ่งเข้าไปยังห้องนอน เขาวางร่างทนายสาวลงบนเตียงคิงไซส์อย่างเบามือ
ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสความเย็นของผ้าปูที่นอน พรพัชชาก็สะดุ้งเฮือก เธอขยับตัวบิดเร่าถูไถแผ่นหลังกับที่นอนเพื่อดับความร้อนรุ่ม แต่ความต้องการลึก ๆ ในร่างกายกลับร้องหาบางสิ่งที่มากกว่านั้น
"นอนนิ่ง ๆ เดี๋ยวฉันมา... จะไปเปิดน้ำเย็นให้แช่" ขุนทัพผุดลุกขึ้น ยั้งใจตัวเองสุดกำลังเพื่อเดินเข้าห้องน้ำ ทว่ายังไม่ทันขยับตัวออกห่าง มือเรียวที่สั่นเทากลับเอื้อมมาคว้าคอเสื้อเชิ้ตเขาไว้แน่น
ขุนทัพถูกรั้งจนเสียหลักล้มทาบทับลงบนร่างอรชร สองแขนแกร่งรีบยันฟูกเอาไว้ได้ทันก่อนที่น้ำหนักตัวทั้งหมดจะกดลงไปทับร่างบางบนเตียงนอน
"ไม่เอา... ไม่เอาน้ำ...ฉันไม่เอาน้ำ" นัยน์ตาปรือฉ่ำหยาดน้ำตามองช้อนขึ้นประสานสายตา ริมฝีปากอิ่มสวยเผยอหอบหายใจ สติสัมปชัญญะเส้นสุดท้ายของทนายสาวผู้ยึดมั่นในความถูกต้องขาดสะบั้นลง
"ฉันต้องการคุณ...ขุนทัพ"
สิ้นคำพูด มือบางรั้งคอเสื้อมาเฟียหนุ่มลงมาอย่างแรง พร้อมกับริมฝีปากร้อนผ่าวที่ประกบจูบลงบนริมฝีปากหยักลึกของเขาอย่างสะเปะสะปะ!
มันเป็นจูบที่ไม่มีทักษะ เงอะงะและรุนแรงจากความโหยหา ฟันซี่เล็กกระทบกลีบปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาควานหาความชุ่มชื้นเพื่อดับความกระหาย ความไร้เดียงสาผสมผสานสัญชาตญาณดิบเถื่อนทำให้ขุนทัพถึงกับชะงักค้าง
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา กำแพงความอดทนที่เขาพยายามสร้างขึ้นตลอดทางก็พังทลายลงมาอย่างย่อยยับ
เสียงคำรามทุ้มต่ำหลุดจากลำคอแกร่ง ขุนทัพไม่คิดจะฝืนตัวเองอีกต่อไป เขาปรับท่าทางเป็นฝ่ายคร่อมทาบทับร่างบางเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ฝ่ามือหนาสอดเข้าใต้กลุ่มผมนุ่มตรงท้ายทอยเพื่อตรึงใบหน้าหวานให้เงยหน้ารับสัมผัส ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายคุมเกม บดขยี้ริมฝีปากตอบสนองความเรียกร้องโหยหานั้นอย่างดุดัน เร่าร้อน และปราศจากความยับยั้งชั่งใจ
