บทที่ 9 ค่ำคืนแห่งความปรารถนา

เสียงคำรามทุ้มต่ำในลำคอแกร่งดังก้องแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว จูบที่เริ่มต้นด้วยความเงอะงะของทนายสาว บัดนี้ถูกมัจจุราชหนุ่มช่วงชิงสิทธิ์ในการนำเกมไปอย่างสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้กลีบปากอิ่มอย่างดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความหิวกระหาย เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก ดูดดึงเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็กที่พยายามโต้ตอบอย่างสะเปะสะปะ รสชาติฝาดเฝื่อนผสมผสานกับกลิ่นหอมประจำตัวของเธอ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวขุนทัพให้ลุกโชนจนไม่อาจดับลงได้อีก

พรพัชชาครางอู้อี้ในลำคอ สองแขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอหนา รั้งให้ใบหน้าคมคายแนบชิดยิ่งขึ้น สติสัมปชัญญะที่เคยยึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้องถูกหลอมละลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเกรดนรกที่แล่นพล่านในกระแสเลือดสั่งการให้เธอโหยหาการสัมผัสและการเติมเต็มจนแทบคลุ้มคลั่ง มือบางลูบไล้ไปตามลาดไหล่กว้างและแผงอกกำยำ เล็บเรียวจิกลงบนมัดกล้ามเนื้อผ่านเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่

ขุนทัพถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์จ้องมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน

“ถ้าเราข้ามเส้นไปแล้ว ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีก...เธอแน่ใจนะ พรพัชชา?”

"ฉันต้องการคุณ...ขุนทัพ"

สิ้นเสียงหวาน ชายหนุ่มไม่รอช้า มือหนาเอื้อมไปรูดซิปเดรสรัดรูปสีดำทางด้านหลัง ปลดเปลื้องปราการชิ้นสำคัญออกอย่างรวดเร็ว เนื้อผ้าชั้นดีถูกกระชากและโยนทิ้งไปบนพื้นพรมอย่างไร้เยื่อใย เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดชั้นในลูกไม้สีดำบางเบา หน้าอกอวบอิ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจ ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดที่บัดนี้แต้มไปด้วยสีระเรื่อของความปรารถนา ช่างดูงดงามราวกับประติมากรรมชั้นยอดที่กำลังเชื้อเชิญเขา

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความอดทนเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงเมื่อปลายนิ้วร้อนผ่าวของพรพัชชาเลื่อนลงมาปลดตะขอเข็มขัดของเขา ขุนทัพปัดมือเธอออกเบาๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายจัดการเสื้อผ้าของตัวเอง อาภรณ์ทุกชิ้นถูกถอดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างสูงใหญ่กำยำ แผ่นหลังกว้างอันขาวสะอาดทว่าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอดีตอันโหดร้าย บัดนี้กลับดูทรงพลังและอันตรายยิ่งนัก ยามเมื่อทาบทับลงมาบนร่างบอบบางที่กำลังสั่นสะท้าน

"อ๊ะ... ขุนทัพ..." พรพัชชาผวาเฮือกเมื่อความเย็นของเครื่องปรับอากาศปะทะกับผิวเปลือยเปล่า แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ความเย็นนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากเรือนร่างกำยำที่ทาบทับลงมาแนบชิด ผิวเนื้อเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟแห่งความปรารถนา

มือหนาเอื้อมไปปลดตะขอเสื้อชั้นในลูกไม้แล้วโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะตามด้วยปราการชิ้นสุดท้ายที่ปกปิดความสงวนของหญิงสาว บัดนี้เรือนร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองแนบชิด ไร้ซึ่งสิ่งขวางกั้นใดๆ อีกต่อไป

ขุนทัพก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างรอยรักสีจางไว้บนผิวขาวเนียน ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากลงมาครอบครองยอดปทุมถันสีระเรื่อที่กำลังชูชันท้าทายสายตา ปลายลิ้นร้อนตวัดไล้เลียสลับกับดูดดึงอย่างตะกละตะกลาม

"อ๊า... อย่าทรมานฉัน... ช่วยฉันที..." ทนายสาวเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจรุนแรง สองมือขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มของมาเฟียหนุ่มแน่น แอ่นหน้าอกรับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้อย่างลืมอาย ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต

ขุนทัพพรมจูบลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะแยกเรียวขาเสลาออกจากกัน ฝ่ามือสากลูบไล้ต้นขาด้านใน สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่พรั่งพรูออกมารอรับการเติมเต็ม นิ้วแกร่งกรีดกรายลงบนกลีบกุหลาบงามที่กำลังเต้นตุบ ๆ เบิกทางแห่งความปรารถนาอย่างเชี่ยวชาญ

"คุณพร้อมไหม... พรพัชชา" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง ขณะที่นิ้วเรียวสอดแทรกเข้าไปภายในร่องชื้นอย่างจาบจ้วง

"อ๊า! ขุนทัพ... ฉัน... อื้อออ..." ร่างบางบิดเร่า สะโพกมนหยัดโค้งขึ้นตอบรับจังหวะการขยับนิ้วที่ทั้งรวดเร็วและหนักหน่วง ความทรมานจากฤทธิ์ยาถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่แทบจะทำให้สติขาดผึง เธอเรียกร้องหาบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า แข็งแกร่งกว่า และสามารถเติมเต็มความว่างเปล่าภายในกายได้

ขุนทัพถอนนิ้วออกช้า ๆ มองดูหยาดน้ำหวานที่หยดเยิ้มติดปลายนิ้วด้วยแววตาพึงพอใจ เขาขยับตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรียวขาคู่สวย จับจ้องใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยความทรมาน

"ลืมตาขึ้นมองฉัน พรพัชชา" เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม "จำเอาไว้ว่าใครคือเจ้าของเธอ"

พรพัชชาปรือตาขึ้นมองเขา นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ เธอไม่ตอบคำถามใด ๆ มีเพียงสองแขนเรียวที่เอื้อมมาโอบกอดรั้งลำคอของเขาให้โน้มลงมาหา พร้อมกับสะโพกที่หยัดขึ้นเชิญชวนอย่างเปิดเผย

มาเฟียหนุ่มกัดฟันกรอด เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ เขาจับแก่นกายแกร่งที่ขยายตัวจนปวดหนึบ จ่อประชิดกับช่องทางรักที่เปียกชุ่ม ก่อนจะค่อย ๆ ดันสะโพกสอดแทรกความยิ่งใหญ่เข้าไปภายใน

"เจ็บ..." ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง สัญชาตญาณสั่งให้มือบางผลักไสแผงอกกว้างเมื่อเผชิญกับความเจ็บปวดที่ไม่คุ้นเคย ความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาบ่งบอกชัดเจนว่านี่คือครั้งแรกของเธอ

"ชู่ว... ไม่เป็นไรคนดี ฉันอยู่นี่... ผ่อนคลายนะ" เขาพรมจูบซับน้ำตาบนพวงแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากหนาบดจูบเรียวปากอิ่มเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่มือลูบไล้ไปตามจุดอ่อนไหวเพื่อปลุกปั่นอารมณ์ของเธออีกครั้ง

เมื่อความเจ็บปวดเริ่มคลายลง ความเสียวซ่านก็กลับมาทำหน้าที่ของมัน พรพัชชาเริ่มขยับตัวตอบสนอง ริมฝีปากที่เคยร้องห้ามบัดนี้กลับครางกระเส่าเรียกชื่อเขาไม่ขาดปาก ขุนทัพรับรู้ได้ถึงความพร้อมของคนใต้ร่าง เขาจึงเริ่มขยับสะโพกสอบ ถอนแก่นกายออกเกือบสุดแล้วกระแทกกระทั้นเข้าไปใหม่จนสุดความลึก

"อ๊ะ... อ๊า... ขุนทัพ... ลึก... ลึกเกินไปแล้ว" เธอครางเสียงหลง สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่

"สุดยอดเลย...พรพัชชา" เขาครางทุ้มต่ำในลำคอ จังหวะรักที่เคยเชื่องช้าแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเร่าร้อนตามแรงอารมณ์

เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงหอบหายใจและเสียงครางประสานกันดังสะท้อนก้องห้องนอน ขุนทัพนำพาทนายสาวก้าวข้ามขีดจำกัดของความรู้สึก ทุกจังหวะเต็มไปด้วยความลึกล้ำจนร่างบางสั่นคลอน ปลายเล็บจิกลงบนแผ่นหลังกว้าง ขีดข่วนผิวเขาจนเลือดซิบ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ใส่ใจ เขายิ่งโหมกระหน่ำความรู้สึกทั้งหมดเข้าใส่ราวกับพายุคลั่ง ทุกจังหวะการสอดใส่เต็มไปด้วยความหนักหน่วง ลึกล้ำ เขากระแทกกระทั้นเข้าหาจุดกระสันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างบางสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์

"อ๊า... ขุนทัพ...ฉัน... ไม่ไหวแล้ว... จะถึงแล้ว..." เสียงหวานคราง ร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกสัดส่วน

"พร้อมกันคนดี... รัดฉันแน่น ๆ"

มาเฟียหนุ่มคำรามลั่น โหมกระหน่ำจังหวะรักครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างบางจะกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของเขาแน่น ปลดปล่อยสายธารแห่งความสุขสมออกมาอย่างทะลักทลาย ขุนทัพทนความเสียวซ่านไม่ไหว เขากระแทกสะโพกเข้าไปลึกสุดใจ ปลดปล่อยหยาดน้ำกามอุ่นร้อนฉีดพ่นเข้าไปในตัวเธอจนหมดสิ้นทุกหยาดหยด

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเหนื่อยหอบของคนทั้งสอง ขุนทัพทิ้งตัวลงนอนทาบทับร่างบาง ซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ อุณหภูมิที่เคยหลอมละลายทุกความเกลียดชังค่อย ๆ ลดระดับลงเหลือเพียงความอบอุ่นที่โอบกอดพวกเขาไว้ ความเหนื่อยล้าจากการปลดปล่อยและฤทธิ์ยาที่มอดดับลง นำพาสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอันแสนยาวนาน ทิ้งค่ำคืนแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจหวนกลับไว้เบื้องหลัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป