บทที่ 6 ตัวเลือก

ตอนที่ 6 ตัวเลือก

ผมออกมาดื่มและยืนสูบบุหรี่อยู่บนดาดฟ้าเรือแล้วชื่นชมกับท้องฟ้าอันสดใสตัดกับน้ำทะเลสีครามเข้มยามบ่ายแก่ๆ จะว่าไปแล้วบรรยากาศทุกอย่างมันสวยมากทีเดียว แต่ตอนนี้ในใจของผมรู้สึกอึดอัดอยากกลับไปเหยียบพื้นแผ่นดินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ส่วนหนึ่งนั้นอาจเป็นเพราะผมรู้สึกไม่ชอบสายตาของลูกค้าไอ้บอสเวลาคุณโจมองผม และยิ่งอึดอัดเพิ่มขึ้นเมื่อโลกแม่งเสือกกลมเหวี่ยงเอาลูกค้าเก่าขี้ตื้อให้กลับมาเจอกับผมอีกครั้ง

“ดูเหมือนเธอจะชอบบนดาดฟ้ามากกว่าเข้าไปร่วมสนุกข้างใน” คุณโจเดินเข้ามาคุยกับผมโดยปราศจากเงาของไอ้บอสอีกตามเคย

“ผมบอกแล้วนี่ครับ ว่าผมไม่รู้จักใครด้านในนั้น อีกอย่างผมเล่นการพนันไม่เก่ง” ผมยักไหล่พร้อมกับให้คำตอบ บนเรือสำราญหรูแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับคาสิโนลอยน้ำ แค่ลอยลำขนนักพนันให้เปลี่ยนบรรยากาศการเล่นไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

“ปริ้นต์ถ้าหากคืนนี้ฉันจ่ายให้เธอสามแสนบาท เธอจะยอมรับงานนอนกับฉันหรือเปล่า” ไม่ผิดจากที่ผมคิดเอาไว้คุณโจยื่นข้อเสนออันหอมหวานด้วยเงินก้อนโตให้ผมสูงพอๆ กับพ่อหนุ่มเจ้าของเรือลำนี้ทีเดียว

“ขอโทษด้วยนะครับ ไม่ว่าจะคืนนี้หรือคืนไหน ผมคงไม่สามารถรับคุณเป็นลูกค้าของผมได้” ผมวางแก้วเหล้าในมือลงไปบนโต๊ะแล้วอัดบุหรี่เข้าปอดลึกๆ ปล่อยควันสีเทาพวยพุ่งฟุ้งลอยหายไปกับสายลมทะเล

“ทำไม...หรือว่าสามแสนบาทมันน้อยไปสำหรับดาวเด่นอย่างเธอ”

“เปล่าครับมันไม่ได้น้อยไป ตรงกันข้ามมันมากไปเสียด้วยซ้ำ”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงปฏิเสธเงินของฉัน”

“ผมไม่แย่งลูกค้าเพื่อน นี่เป็นกฎเหล็กของผม ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ”

“เธอไม่จำเป็นต้องแย่ง ถ้าเธอตกลง...พร้อมกันสองคนฉันก็ไม่เกี่ยง” คุณโจขยับเท้าก้าวเข้ามาใกล้ หัวไหล่ของผมรับรู้ถึงแผงอกแน่นตึงซึ่งกดชิดลงมา ปลายจมูกโด่งเกลี่ยเขี่ยเล่นลงมาตรงริมใบหู ผมไม่ได้ดัดจริตเสแสร้งแกล้งหลบแต่ยังคงยืนนิ่งไม่ยินดียินร้ายกับการเล้าโลมจากอีกฝ่าย

“บังเอิญว่าผมไม่ชอบอะไรทำนองนี้ ผมชอบฉายเดี่ยวมากกว่า ขอบคุณนะครับที่สนใจในตัวผม” ผมยกบุหรี่ในมือส่งเข้าปากแล้วสูบเอานิโคตินเข้าปอดอีกครั้ง

“เธอนี่...ยากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มากทีเดียวนะ”

“ฮึ ถ้าง่าย...คุณก็คงไม่สนใจผมจริงมั้ยครับ”

จากหางตาผมเห็นเจ้าของเรือสำราญที่ใช้ชื่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่อเรือเดินตรงเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดดำสามคนเยื้องไปด้านหลังถัดไปราวสิบก้าว ไอ้บอสกำลังยืนหันซ้ายหันขวาเหมือนไม่แน่ใจว่ามันจะเดินเข้ามาหาผมกับคุณโจดีหรือเปล่า จนกระทั่งผมพยักหน้าให้ มันถึงเดินยิ้มแห้งๆ ตรงเข้ามาหา

“คุยอะไรกันอยู่เหรอ” เจ้าของเรือหนุ่มหล่อหน้าคมเดินเข้ามาหยุดยืนมองผมก่อนจะปรายหางตาไปทางคุณโจ

“คุณเอ็ดเวิร์ด ผมกำลังอยากชวนปริ้นต์ไปเสี่ยงดวงด้วยกันนะครับ”

“อ๋อ...น่าสนใจนี่ เธอชอบเล่นอะไร บนเรือลำนี้มีการพนันทุกชนิดให้เธอเลือกนะ”

“ฮึ ผมไม่มีเงินมากขนาดจะเอามันมาวางเดิมพันหรอกครับ” ผมโยนบุหรี่ซึ่งเหลืออยู่เกือบติดก้นกรองของมันใส่ลงไปในกระบะทรายสำหรับดับบุหรี่แล้วล้วงเอาซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า ใช้ปากคาบบุหรี่มวนหนึ่งออกมาคาบทิ้งไว้ด้วยริมฝีปาก

แชะ! ไฟแช็กสีเงินถูกจุดพร้อมกับยื่นส่งประกายไฟมาตรงปลายมวนบุหรี่ราคาถูกของผม เจ้าของไฟแช็กราคาแพงขยิบตาเจ้าเล่ห์เป็นเชิงเจ้าชู้ส่งมาให้

“เอาอย่างนี้สิเราก็เดิมพันด้วยอย่างอื่น ฉันว่าสำหรับเธอมีอะไรที่ท้าทายน่าสนใจกว่าเงินตั้งเยอะ” คุณโจยังไม่หยุดยื่นข้อเสนอให้ผม

“คุณคงไม่คิดจะให้ผมใช้ตัวเองเป็นเดิมพันหรอกนะครับ” ผมโยนตัวขึ้นไปนั่งบนราวกันตกของดาดฟ้าเรือ มือข้างหนึ่งจับยึดราวเหล็กเอาไว้ ส่วนอีกข้างยังหวงแหนบุหรี่ซึ่งเพิ่งถูกจุดไฟขึ้นมาใหม่เมื่อครู่

“ฉันว่ามันเป็นการวางเดิมพันที่ดีและน่าตื่นเต้น” คุณโจยังคงรุกผมหนักอีกเหมือนเคย ผมเหลือบตาหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทซึ่งยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังคุณโจแล้วรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

“ผมไร้ค่า...ถึงขนาดต้องผันตัวเองไปเป็นของเล่นบนโต๊ะพนันแล้วอย่างนั้นเหรอครับ”

ผมอัดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ อีกครั้งพร้อมกับยิ้มเยาะให้กับชะตาชีวิตเด็กขายบริการทั้งของตัวเองและเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ พวกเราไม่เคยได้รับการยกย่องให้เกียรติไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์อย่างไร หากเล่นแพ้ก็ถูกเขาหยามด้วยการลากตัวไปนอนด้วย หากชนะมันก็ไม่ต่างอะไรกันเพราะสุดท้ายเราก็ต้องถูกเลือกอยู่ดี

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

“ฮึ...แต่ผมเข้าใจแบบนั้น”

“ถ้าอย่างนั้นเธอจะเอายังไง”

“ผมเหรอ....”

ผมกระโดดลงมายืนอยู่บนพื้นแล้วยกบุหรี่อัดมันเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่เคยสูบมา แล้วแหงนคอขึ้นไปหาริมฝีปากหนาเจ้าของเรือสำราญลำใหญ่แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นไป ค่อยๆ ปล่อยควันสีเข้มออกมาทีละนิดให้มัน ละเลียดไปบนกลีบปากสีอ่อนของคนรวย แล้วประกบทาบริมฝีปากตัวเองลงไป จูบเผ็ดร้อนกรุ่นควันสีเทาจางๆ ลอยคลุ้งออกมาจากช่องว่างของปากและจมูกแม้เจ้าของร่างสูงจะไม่ได้สูบมันก็ตามที

“.................” คุณเอ็ดเวิร์ดกระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับเลิกคิ้วหนาขึ้นสูงอย่างพอใจในจูบของผม

“คืนนี้...ห้องคุณว่างหรือเปล่า” ผมเอ่ยเสียงกระซิบถามอย่างเย้ายวน

“ก็พอแบ่งเตียงครึ่งหนึ่งให้เธอนอนได้”

“ดีเลย...ผมรู้สึกว่าผมน่าจะเมานิดหน่อย จะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าผมขอไปนอนพักที่ห้องคุณสักครู่” ผมพยักหน้าไปทางขวดเหล้าซึ่งพร่องหายไปเกือบครึ่งขวดบนโต๊ะด้านข้าง

“อันที่จริงฉันอยากให้เธอนอนจนถึงเช้ามากกว่า”

“นั่นขึ้นอยู่กับว่า คุณจะรั้งผมเอาไว้ด้วยวิธีไหน”

“เดี๋ยว...คุณเอ็ดเวิร์ด คุณไม่เห็นบอกผมว่าคุณซื้อเด็กคนนี้แล้ว” คุณโจดูเหมือนไม่พอใจกับการตกลงกันระหว่างผมกับเจ้าของเรือ

“คุณเข้าใจผิดแล้ว เขาไม่ได้ซื้อผม...”

“ปริ้นต์นี่เธอ...”

“ผมไม่ชอบให้ใครเห็นผมเป็นของเล่น ผมชอบเป็นฝ่ายเลือกมากกว่าถูกเลือก...และคืนนี้ผมเลือกคุณ”

ผมเดินลงมาจากดาดฟ้าเรือแล้วมาหยุดยืนมองพระอาทิตย์ดวงโตกำลังลอยตัวลงต่ำจนเกือบจมหายลงไปใต้ท้องทะเลอยู่อีกฟากของเรือ

“ไหนเธอบอกว่าเมาไง แล้วทำไมถึงยังอยู่บนนี้ ห้องของฉันอยู่ด้านล่างนั่นหรือว่าเมาจนเดินต่อไม่ไหว อยากให้ฉันอุ้มมั้ย” คนที่ถูกผมเลือกขยับเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลังพร้อมกับจูบลงตรงซอกคอ

“คุณรู้ว่าผมทำไปทำไม” ผมเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์สีส้มสดดวงใหญ่ เอียงคอเปิดหัวไหล่ให้อีกฝ่ายจูบได้ตามสบาย

“หันหน้ามาหาฉันสิ” เจ้าของเรือสำราญลำใหญ่ใช้ ฝ่ามือบีบสะโพกของผมแล้วบิดเอวผมให้หันกลับไปหา ปลายนิ้วมือขยับจับเชยคางผมให้ขยับแล้วบดจูบลงมาอย่างรวดเร็ว

“นี่คุณ…”

“คนของมิสเตอร์โจยืนอยู่ด้านหลังอย่าทำให้เขาสงสัย”

“...........” ผมปลายหางตามองไปตามทิศทางที่คุณเอ็ดเวิร์ดบอกและเห็นว่าเป็นจริง ลูกน้องของคุณโจยืนแอบอยู่ตรงมุมระเบียงทางเดินผมคล้องแขนทั้งสองข้างไว้กับท้ายทอย แล้วเขย่งปลายเท้าจูบตอบเจ้าของเรือสำราญอย่างดุเดือด ท่อนแขนขนาดใหญ่โอบอุ้มผมยกขึ้นไปวางทิ้งไว้บนราวระเบียงเหล็ก ก่อนจะจับขาทั้งสองข้างแยกห่างออกจากกันพร้อมกับดันเอาตัวเองเข้ามายืนอยู่ตรงกลาง

“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอรักเพื่อนขนาดนี้”

“เพราะเพื่อนมันหายากกว่าเงินครับ”

“ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เธอต้องไปนอนที่ห้องฉันจริงๆ แล้วล่ะ”

“คุณคิดว่าคนของคุณโจจะเฝ้าผมจนถึงเช้าอย่างนั้นเหรอ”

“มิสเตอร์โจกับฉันเราร่วมธุรกิจกันมานาน นานพอจะรู้ว่าฉันไม่ปล่อยให้คู่ขาออกมายืนตากลมตากฟ้าอยู่อย่างนี้แน่” คุณเอ็ดเวิร์ดเลื่อนมือลงไปบีบสะโพกของผมแรงๆ และไม่วายซุกปาก ช้อนจมูกจูบผมไปทั่วตัว

“ตกลงคืนนี้ผมจะไปนอนห้องคุณ”

“คุณไม่โกรธผมเหรอ” ผมเดินตามเจ้าของเรือลำสวยเข้ามาภายในห้องชุดสุดหรู สายตามองสำรวจไปรอบๆ ด้วยความชื่นชมผสมอิจฉาในความรวยของอีกฝ่าย

“เรื่องที่เธอใช้ฉันเป็นเครื่องมือน่ะเหรอ รู้สึกอยากแก้แค้นอยู่บ้างนิดหน่อย แต่ถ้าเธอจะยอมปล่อยตัวให้ฉันบ้าง...ฉันก็พร้อมให้เธอหลอกนะ”

“รู้ว่าถูกหลอกแต่ก็ยอมให้ผมหลอก...คุณนี่ก็แปลกคน” ผมเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนชุดโซฟาหรู บอดี้การ์ดใส่สูทผูกไทสีดำเดินเข้ามาพร้อมบริการรินเหล้าให้อย่างรู้หน้าที่

“ทำยังไงได้ ก็ฉันอยากได้เธอ”

“อยากได้ผมขนาดนั้นเชียว” ผมตวัดขาขึ้นมาขัดไขว่ห้างแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

“เธอไม่รู้ตัวเหรอว่าตัวเองมีเสน่ห์จนทำให้ฉันหลงใหล” เจ้าของห้องหย่อนตัวลงมานั่งอยู่เคียงข้าง แก้วเหล้าใบใหม่ถูกนำมาวางแล้วเติมของเหลวสีน้ำตาลทองลงไปเช่นเดียวกับแก้วของผม

“ผมก็แค่รู้วิธีจัดการความทะยานอยากของพวกคุณ พวกเศรษฐีมีเงินมักจะคุ้นเคยกับความง่าย พอมาเจออะไรยากๆ ก็รู้สึกท้าทายเป็นธรรมดา”

“ฉันยอมรับว่าการได้เธอเป็นเรื่องท้าทาย แต่สำหรับฉันเธอมีอะไรที่พิเศษกว่านั้น”

“อะไรครับที่คุณว่ามันพิเศษ”

“แรงดึงดูด ฉันรู้สึกว่าทุกครั้งที่ฉันอยู่ใกล้เธอเหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้ฉันละสายตาจากเธอไม่ได้เลย”

“นี่ถ้าผมไม่ใช่เด็กขายบริการผมจะคิดว่าคุณกำลังจีบผมอยู่”

“ปกติฉันไม่คุยกับเด็กขายบริการยาวขนาดนี้ ก็แค่ถอดเสื้อผ้า...แล้วก็จบ” คุณเอ็ดเวิร์ดขยับมือมาวางทิ้งลงบนต้นขาของผมก่อนจะบีบเบาๆ

“ผมก็ไม่คุยเรื่องอื่นกับลูกค้า นอกจากขนาดไซต์ถุงยาง”

“แล้วคืนนี้เราจะคุยเรื่องนี้กันไหม?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป