บทที่ 13 ประตูที่ถูกปิดตาย

พริมาจ้องธามอยู่นาน

“ห้องใต้ดินคืออะไรคะ”

ธามยังคงนิ่ง

ความเงียบของเขาทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่า คำถามนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาปิดบังไว้แน่นอน

“คุณรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

“รู้”

“อยู่ที่บ้านคุณใช่ไหม”

ธามถอนหายใจเบา ๆ

“ใช่”

พริมารู้สึกเหมือนมีบางอย่างหนักอยู่ในอก

“แล้วทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน”

“เพราะผมไม่คิดว่าคุณจำเป็นต้องรู้”

“แต่พ่อฉันเกี่ยวข้องกับมัน”

ธามไม่ได้ปฏิเสธ

พริมาจึงพูดต่อ

“พ่อเป็นคนบอกให้คุณเก็บกล่องไว้ แล้วตอนนี้มีคนส่งข้อความให้ฉันถามเรื่องห้องใต้ดิน คุณยังจะบอกว่าฉันไม่จำเป็นต้องรู้เหรอคะ”

ธามมองเธอ

“ถ้าผมบอก คุณจะอยากเข้าไปดู”

“แน่นอนค่ะ”

“และนั่นอาจทำให้คุณตกอยู่ในอันตราย”

“ฉันอยู่ในอันตรายตั้งแต่วันที่ย้ายเข้าบ้านคุณแล้วค่ะ”

คำพูดของเธอทำให้ธามเงียบไป

พริมาหันหน้าหนี

“ฉันไม่อยากเป็นคนที่ต้องรอให้คุณตัดสินใจว่าฉันควรรู้อะไรอีกแล้ว”

ธามมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสตาร์ตรถ

“กลับบ้านก่อน”

“แล้วคุณจะบอกฉันไหม”

“ผมจะพาคุณไปดูด้วยตัวเอง”

พริมาหันกลับมาทันที

“จริงเหรอคะ”

“แต่คุณต้องทำตามที่ผมบอก”

เธอพยักหน้า

ครั้งนี้เธอไม่ได้เถียง

เพราะอย่างน้อยธามก็ยอมเปิดประตูบานหนึ่งให้เธอเห็นความจริง

ไม่นานรถก็กลับมาถึงบ้าน

ธามไม่ได้พาเธอเข้าทางห้องรับแขกเหมือนทุกครั้ง

เขาพาเธอเดินไปยังปีกด้านหลังของบ้าน ซึ่งเป็นส่วนที่เธอไม่เคยเข้าไปมาก่อน

ทางเดินตรงนั้นเงียบและมืดกว่าบริเวณอื่น

เมื่อเดินสุดทาง พริมาสังเกตเห็นประตูไม้บานหนึ่ง

มันเก่าและไม่มีลูกบิดด้านนอก มีเพียงช่องเสียบกุญแจเล็ก ๆ

“ที่นี่เหรอคะ”

“ใช่”

ธามหยิบกุญแจออกมา

พริมากลืนน้ำลาย

เสียงกลอนประตูถูกปลดดังขึ้นช้า ๆ

ประตูเปิดออก

เบื้องหลังเป็นบันไดหินทอดลงไปด้านล่าง

อากาศเย็นชื้นลอยขึ้นมา

พริมามองลงไป

“คุณเคยลงไปไหม”

“หลายครั้ง”

“แล้วพ่อฉันเคยลงไปหรือเปล่า”

ธามหยุดนิ่ง

“เคย”

หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น

ทั้งสองค่อย ๆ เดินลงบันได

ด้านล่างเป็นห้องกว้าง มีชั้นวางเอกสารเก่า ตู้เหล็ก และกล่องจำนวนมาก

แต่สิ่งที่สะดุดตาพริมาที่สุดคือโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง

มันมีรอยแกะสลักเล็ก ๆ อยู่ตรงมุม

เป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอเคยเห็นบนกล่องของพ่อ

“นี่…”

เธอเดินเข้าไปใกล้

ธามมองตาม

“คุณเคยเห็นสัญลักษณ์นี้ไหม”

“บนของของพ่อค่ะ”

พริมาลูบรอยแกะสลักเบา ๆ

“แปลว่าของที่พ่อเอามาให้คุณอาจเคยอยู่ที่นี่”

ธามพยักหน้า

“ผมคิดแบบนั้น”

พริมาหันไปมองชั้นเอกสาร

“แล้วทำไมคุณไม่เคยค้นที่นี่”

“ผมค้นแล้ว”

“เจออะไรไหม”

“ไม่”

เธอเดินดูไปรอบ ๆ จนสายตาไปหยุดที่ตู้เหล็กใบหนึ่ง

“ตู้นั้นเปิดได้ไหมคะ”

ธามเดินไปตรวจดู

ประตูตู้ไม่มีร่องรอยถูกงัด แต่ตรงกลางมีช่องใส่กุญแจ

“ล็อกอยู่”

“มีกุญแจไหม”

ธามหยิบพวงกุญแจออกมา ลองทีละดอก

ไม่มีดอกไหนใช้ได้

พริมาจึงก้มมองพื้น

มีบางอย่างสะท้อนแสงอยู่ใต้ตู้

เธอหยิบมันขึ้นมา

เป็นกุญแจดอกเล็ก

“นี่ใช่ไหมคะ”

ธามรับไปลอง

เสียงคลิกดังขึ้น

ประตูตู้เปิดออก

ด้านในไม่มีเงินหรือของมีค่า

มีเพียงแฟ้มเอกสารเก่า ๆ และกล่องเหล็กสีดำใบหนึ่ง

พริมายื่นมือไปหยิบ แต่ธามกลับหยุดเธอ

“เดี๋ยวก่อน”

เขาหยิบแฟ้มออกมาตรวจดูทีละเล่ม

แฟ้มสุดท้ายมีชื่อพ่อของพริมาปรากฏอยู่บนปก

เธอแทบหยุดหายใจ

“ขอฉันดูได้ไหม”

ธามส่งให้

พริมาเปิดหน้าแรก

เป็นเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจของพ่อ แต่หน้าถัดไปกลับมีรายชื่อบุคคลหลายคน

หนึ่งในนั้นคือ…

ธาม

พริมาชะงัก

เธอพลิกต่อ

ชื่อของภาคย์ก็อยู่ในรายการเดียวกัน

แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจที่สุดคือช่องหมายเหตุข้างชื่อทั้งสองคน

ข้างชื่อธามเขียนว่า

“ผู้ถือข้อมูลชุดหลัก”

ส่วนข้างชื่อภาคย์เขียนว่า

“ผู้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายข้อมูล”

พริมาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

“คุณเคยทำงานกับพ่อฉันเรื่องนี้จริง ๆ”

ธามไม่ปฏิเสธ

“ใช่”

“แล้วทำไมคุณถึงบอกฉันแค่ว่าพ่อเคยช่วยคุณ”

“เพราะเรื่องนี้ไม่ได้จบลงแค่ธุรกิจ”

“มันจบลงด้วยการตายของพ่อฉัน”

ธามนิ่งไป

พริมากำแฟ้มแน่น

“คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพ่อฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุธรรมดา”

คราวนี้ธามตอบอย่างชัดเจน

“ผมสงสัยมาตลอด”

“แล้วคุณยังปล่อยให้ฉันอยู่โดยไม่รู้อะไรเลย”

“ผมกำลังหาหลักฐาน”

“หรือกำลังปกปิดอะไรจากฉันกันแน่”

คำพูดของเธอทำให้ธามนิ่งสนิท

ก่อนที่เขาจะตอบ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

กึก

ทั้งสองหันกลับไปพร้อมกัน

ประตูห้องใต้ดินกำลังปิดลงเอง

ธามรีบเดินไปเปิด

แต่ประตูกลับล็อกจากด้านนอก

“มีคนอยู่ข้างบน”

พริมาก้าวเข้าไปหาเขา

“เราถูกขังเหรอคะ”

ธามลองเปิดอีกครั้ง

ไม่ได้ผล

จากนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ

ช้า ๆ

แล้วหยุดตรงหน้าประตู

พริมาหายใจไม่ทั่วท้อง

ก่อนเสียงผู้ชายคนหนึ่งจะดังผ่านประตูลงมา

“ธาม…”

ทั้งสองคนมองหน้ากัน

เสียงนั้นหัวเราะเบา ๆ

“ถึงเวลาที่นายควรบอกพริมาสักทีแล้วว่า…”

เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง

“พ่อของเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ”

พริมาหน้าซีด

ธามกำมือแน่น

และเสียงนั้นก็พูดต่อ

“เพราะคนที่อยู่กับเขาในคืนสุดท้าย…”

“ไม่ใช่ภาคย์ แต่เป็นนาย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป