บทที่ 5 เงาที่เข้ามาใกล้
เช้าวันต่อมา พริมารู้สึกว่าบ้านทั้งหลังเงียบผิดปกติ
แม้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่บรรยากาศกลับไม่เหมือนเมื่อวาน
เธอยืนอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังประตูรั้วใหญ่ของบ้านด้วยความรู้สึกกังวล รถสีดำคันนั้นหายไปแล้ว แต่คำพูดจากชายปริศนายังคงติดอยู่ในหัว
“อย่าเชื่อธาม…”
พริมาพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเพียงคำพูดของคนที่ต้องการทำให้เธอกลัว
แต่ถ้าเขาไม่รู้เรื่องพ่อของเธอจริง ๆ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
“คุณพริมาคะ คุณธามให้มาตามไปทานอาหารเช้าค่ะ”
“ค่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”
พริมาเดินลงไปชั้นล่างด้วยความคิดที่ยังไม่หยุดวน
ธามนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเหมือนทุกเช้า เขากำลังอ่านเอกสารในมือ ใบหน้าสงบนิ่งจนแทบมองไม่ออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเห็นเธอ เขาวางเอกสารลงทันที
“เมื่อคืนคุณนอนหลับไหม”
พริมาชะงักเล็กน้อย
“หลับค่ะ”
“โกหก”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอมองเขา
“คุณรู้ได้ยังไงคะ”
“ถ้าคุณหลับสนิท คุณคงไม่เดินลงมาชั้นล่างตอนตีสอง”
พริมานิ่งไป
เธอไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องนั้นได้อย่างไร
“คุณเห็นเหรอคะ”
“กล้องวงจรปิดเห็น”
ธามตอบอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำไปตรงหน้าเธอ
“ดื่มก่อน”
พริมนั่งลง แต่ไม่ได้แตะอาหาร
เธอรวบรวมความกล้าอยู่นานก่อนถาม
“คุณธาม…”
“ว่าไง”
“เมื่อคืนมีใครเข้ามาในบ้านหรือเปล่าคะ”
สายตาของธามนิ่งขึ้นทันที
“ไม่มี”
“แน่ใจนะคะ”
“ผมไม่ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านง่าย ๆ”
พริมาหลุบตาลง
“แล้วคนที่โทรหาฉันเมื่อคืนล่ะคะ”
คราวนี้ธามไม่ได้ตอบทันที
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามกลับ
“เขาพูดอะไร”
“เขาบอกว่าอย่าเชื่อคุณ”
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร
พริมาเงยหน้าขึ้นมองเขา
เธอคิดว่าเขาอาจโกรธ แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นความนิ่งที่อ่านไม่ออก
“แล้วคุณเชื่อเขาหรือเปล่า”
“ฉันไม่รู้ค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้แววตาของธามเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ดี”
“ดีเหรอคะ”
“อย่างน้อยคุณก็ยังไม่เชื่อใครง่าย ๆ”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งภาพหนึ่งให้เธอดู
เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อคืน
พริมามองภาพนั้นอย่างตั้งใจ
รถสีดำคันเดิมจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
แต่ครั้งนี้เธอสังเกตเห็นบางอย่าง
“รถคันนี้…”
“อะไร”
“ฉันเคยเห็นมันมาก่อนค่ะ”
ธามชะงัก
“ที่ไหน”
พริมากำภาพในโทรศัพท์แน่นขึ้น
“วันที่พ่อเสีย”
คำพูดของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที
ธามลุกขึ้นจากเก้าอี้
“คุณจำได้แน่นอนเหรอ”
“ตอนนั้นฉันยังเด็กค่ะ จำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมด แต่ฉันจำรถคันนี้ได้”
เธอขมวดคิ้ว พยายามนึกถึงวันนั้น
“มันจอดอยู่หน้าบ้าน ตอนที่มีคนมาบอกว่าพ่อเกิดอุบัติเหตุ”
ธามเงียบไป
ก่อนจะถามเสียงต่ำ
“ทำไมคุณไม่เคยบอกผม”
“เพราะฉันเพิ่งนึกออกค่ะ”
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบกุญแจรถขึ้นมา
“วันนี้คุณจะไม่ออกไปไหน”
พริมาขมวดคิ้ว
“แต่ฉันมีธุระ—”
“ยกเลิก”
“คุณไม่มีสิทธิ์สั่งฉันทุกเรื่องนะคะ”
น้ำเสียงของเธอแข็งขึ้น
ธามเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
“ผมรู้”
เขาพูดช้า ๆ
“แต่ตอนนี้คนที่ตามคุณอยู่ อาจเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อคุณ”
พริมานิ่งงัน
“คุณรู้เรื่องนี้มากกว่าที่บอกฉันใช่ไหม”
ธามไม่ได้ตอบ
นั่นยิ่งทำให้เธอมั่นใจ
“คุณธาม”
“กลับขึ้นห้องไปก่อน”
“ฉันอยากรู้ความจริง”
“ผมจะบอกคุณ”
“เมื่อไหร่คะ”
ธามมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก
“เมื่อผมแน่ใจว่าความจริงนั้นจะไม่ทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิม”
พริมาส่ายหน้า
“แต่ถ้าคุณไม่บอก ฉันก็ไม่มีทางรู้ว่าควรระวังอะไร”
ธามเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนพูดประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“สิ่งที่คุณควรระวังที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่คนที่อยู่ข้างนอก”
เขามองตรงเข้าไปในดวงตาของเธอ
“แต่คือคนที่รู้เรื่องของพ่อคุณมากกว่าที่คุณคิด”
พริมายืนตัวแข็ง
“คุณหมายถึงใคร”
ธามไม่ได้ตอบ
เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นเสียก่อน
เขารับสายและฟังอยู่ไม่กี่วินาที สีหน้าที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนไปทันที
“แน่ใจนะ”
เขาเงียบฟังอีกครั้ง
“อย่าให้มันรู้ว่าเรารู้แล้ว”
จากนั้นจึงวางสาย
พริมายืนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
ธามหยิบเสื้อสูทขึ้นมา
“รถคันนั้นไม่ได้แค่จอดดูบ้าน”
“แล้วมันทำอะไรคะ”
เขาหันกลับมามองเธอ
“มันมีคนลงจากรถเมื่อคืน”
หัวใจของพริมากระตุกวูบ
“ใครคะ”
ธามเดินเข้ามาใกล้ ก่อนพูดเสียงเบา
“คนที่เราเห็นในกล้อง…กำลังตามหาอะไรบางอย่างในบ้านหลังนี้”
พริมารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
“อะไร”
ธามสบตาเธอ
“ของที่พ่อคุณทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิต”
และในวินาทีนั้นเอง พริมานึกถึงกล่องไม้เก่า ๆ ใบหนึ่งที่เธอเคยเห็นในห้องของพ่อ
กล่องที่หายไปในวันที่พ่อเสียชีวิต
เธอไม่เคยคิดว่ามันสำคัญ
แต่ตอนนี้เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า…
บางทีคนที่กำลังตามเธออยู่ อาจไม่ได้ต้องการตัวเธอเลย
พวกเขาอาจกำลังตามหา “สิ่งที่พ่อของเธอซ่อนไว้”
และสิ่งนั้นอาจเป็นเหตุผลเดียวกับที่ธามพาเธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรก
