บทที่ 7 บ้านที่ไม่ควรกลับมา
เช้าวันรุ่งขึ้น พริมานั่งเงียบอยู่บนเบาะข้างคนขับ
รถของธามกำลังแล่นออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังบ้านเก่าของเธอ
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร
พริมามองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพถนนค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกสูงเป็นบ้านเรือนและทุ่งกว้าง
ยิ่งเข้าใกล้บ้านมากเท่าไร ความทรงจำเก่า ๆ ก็ยิ่งย้อนกลับมา
เสียงหัวเราะของพ่อ
กลิ่นกาแฟในตอนเช้า
โต๊ะไม้ตัวเดิมที่เธอเคยนั่งทำการบ้าน
ทุกอย่างเหมือนอยู่ไม่ไกล
ทั้งที่ความจริงมันผ่านมาหลายปีแล้ว
ธามเหลือบมองเธอ
“ถ้าไม่ไหว บอกผม”
“ฉันไหวค่ะ”
“คุณไม่จำเป็นต้องฝืน”
พริมาหันไปมองเขา
“ฉันอยากรู้ความจริงค่ะ ต่อให้มันเจ็บแค่ไหนก็ตาม”
ธามไม่ได้ตอบ
แต่หลังจากนั้น เขาขับรถช้าลงเล็กน้อย
ไม่นาน รถก็จอดหน้าบ้านหลังเก่า
รั้วเหล็กขึ้นสนิม ประตูไม้ซีดจาง และสวนที่เคยเต็มไปด้วยต้นไม้ ตอนนี้กลับรกจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน
พริมาลงจากรถ
ทันทีที่เท้าแตะพื้น ความรู้สึกคุ้นเคยก็ถาโถมเข้ามา
เธอยืนมองบ้านอยู่นาน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ
“ฉันไม่คิดว่าจะได้กลับมาที่นี่อีก”
ธามเดินมายืนข้างเธอ
“คุณพร้อมไหม”
“ค่ะ”
เขาเปิดประตูรั้วให้
ทั้งสองเดินเข้าไปพร้อมกัน
ภายในบ้านเต็มไปด้วยฝุ่น เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว ห้องต่าง ๆ เงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกเขาชัดเจน
พริมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของพ่อ
ประตูยังล็อกอยู่
เธอเอื้อมมือไปแตะลูกบิด
“พ่อเคยไม่ให้ฉันเข้าห้องนี้ตอนกลางคืน”
ธามมองประตู
“ทำไม”
“ฉันไม่รู้ค่ะ ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยถาม แต่พ่อบอกว่ามีเอกสารสำคัญอยู่ข้างใน”
ธามหยิบกุญแจชุดหนึ่งออกมา
พริมามองอย่างแปลกใจ
“คุณมีกุญแจบ้านฉันได้ยังไง”
“พ่อคุณให้ผมไว้”
เธอหันมองเขาทันที
“ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก่อนเขาเสียไม่นาน”
ธามไขประตู
เสียงกลอนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ประตูค่อย ๆ เปิดออก
กลิ่นกระดาษเก่าและไม้ชื้นลอยออกมา
พริมามองเข้าไป
ทุกอย่างยังคงอยู่แทบเหมือนเดิม
โต๊ะทำงาน
ตู้หนังสือ
ชั้นเอกสาร
แม้แต่เก้าอี้ตัวที่พ่อเคยนั่งก็ยังอยู่ตรงนั้น
เธอเดินเข้าไปช้า ๆ
มือแตะบนโต๊ะอย่างเบามือ
“พ่อ…”
ธามไม่ได้พูดอะไร
เขาปล่อยให้เธอยืนอยู่กับความทรงจำ
จนกระทั่งพริมาเหลือบเห็นรอยบางอย่างใต้โต๊ะ
“คุณธาม”
เขาเดินเข้ามา
“ตรงนี้ค่ะ”
ใต้โต๊ะมีรอยขีดเป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ บนพื้นไม้
เหมือนมีของหนักบางอย่างเคยถูกวางไว้ตรงนั้นเป็นเวลานาน
ธามคุกเข่าลง ตรวจดูอย่างละเอียด
“โต๊ะตัวนี้เคยถูกขยับ”
“พ่อเป็นคนขยับเหรอคะ”
“ไม่รู้”
เขาลองเลื่อนโต๊ะออก
ด้านหลังโต๊ะมีช่องเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในผนัง
พริมาถึงกับนิ่ง
“นี่มัน…”
ธามเปิดช่องนั้น
ข้างในไม่มีของ
มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง
พริมายื่นมือไปหยิบ แต่ธามจับข้อมือเธอไว้ก่อน
“เดี๋ยว”
เธอหันไปมอง
“อะไรคะ”
“อย่าเพิ่งจับ”
ธามหยิบถุงมือจากกระเป๋า ก่อนค่อย ๆ หยิบกระดาษออกมา
บนกระดาษมีข้อความสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียว
“คนที่พาลูกสาวของฉันออกจากบ้าน จะเป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น”
พริมาอ่านแล้วรู้สึกใจหาย
“หมายความว่าอะไร”
ธามนิ่ง
ก่อนจะพลิกกระดาษอีกด้าน
ด้านหลังมีชื่อหนึ่งเขียนอยู่
ชื่อที่พริมาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ภาคย์”
“ภาคย์คือใครคะ”
ธามไม่ได้ตอบ
“คุณรู้จักเขาใช่ไหม”
เขายังคงเงียบ
พริมาจึงถามซ้ำ
“คุณธาม คุณรู้จักคนคนนี้ใช่ไหม”
ในที่สุดธามก็เงยหน้าขึ้น
แววตาของเขาเปลี่ยนไป
“ผมรู้จัก”
“แล้วเขาเป็นใคร”
ธามกำกระดาษแน่น
“คนที่ผมคิดว่าตายไปแล้ว”
พริมารู้สึกขนลุก
“แต่ถ้าเขาตายแล้ว…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากชั้นล่าง
ปัง!
ทั้งสองคนหันไปพร้อมกัน
พริมาก้าวเข้าใกล้ธามโดยไม่รู้ตัว
เสียงบางอย่างตกลงบนพื้น
จากนั้นมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
ช้า ๆ
กำลังเดินเข้ามาใกล้ห้องทำงาน
ธามรีบปิดช่องลับ แล้วดึงพริมาเข้ามาหลบหลังตู้
“อย่าส่งเสียง”
พริมาพยักหน้า
เสียงฝีเท้าหยุดอยู่หน้าห้อง
ลูกบิดค่อย ๆ ถูกหมุน
ประตูเปิดออกช้า ๆ
และเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากหน้าห้อง
“ในที่สุด…พวกแกก็กลับมาที่นี่จนได้”
