บทที่ 13 เปิดตัว
ติ้ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกทลายความเงียบ ทว่ายังไม่ทันที่ใบบัวจะได้ก้าวขาออกไป ใครบางคนก็เดินสวนเข้ามาพอดี
หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวแบรนด์หรู รูปร่างสูงโปร่งระหง ใบหน้าสวยจัดถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี และที่สำคัญ... นัยน์ตาคู่งามคู่ตวัดมองมาที่เตมินทร์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกปรารถนาและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างปิดไม่มิด
“เตคะ!” น้ำเสียงหวานหยดดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง หญิงสาวคนนั้นก้าวเท้าเข้ามาหาเตมินทร์ด้วยท่าทางสนิทสนม “กลับมาจากสิงคโปร์ตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย ทำไมไม่เห็นบอกแพรเลย”
เตมินทร์ขมวดคิ้วม้วนแน่นขึ้นเล็กน้อย ท่าทางดูห่างเหิน หลายวันครับ”
“ใจร้ายจัง แพรไลน์หาตั้งหลายข้อความก็ไม่ยอมตอบ”
ใบบัวยืนนิ่งสนิทอยู่ด้านหลัง ทำได้เพียงจับจ้องภาพความสนิทสนมตรงหน้าเงียบ ๆ โดยที่เธอไม่มีข้อมูลเลยสักนิดว่าผู้หญิงไฮโซคนนี้คือใคร ทว่าสัญชาตญาณบางอย่างในใจกลับกำลังร้องเตือนว่าเรื่องราววุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า
และมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อสายตาคู่งามของผู้หญิงที่ชื่อแพร เลื่อนละสายตาจากเสี้ยวหน้าของเตมินทร์มาหยุดตรงที่เธอ จากรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
“แล้ว... ผู้หญิงคนนี้คือใครเหรอคะเต พยาบาลคนใหม่ของคุณอาตุลยางั้นเหรอ” คำถามนั้นฟังดูเป็นเชิงหยั่งเชิง
เตมินทร์จ้องมองผู้หญิงตรงหน้านิ่งสนิท แววตาของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นฝ่ามือหนาลงมาคว้าจับมือของใบบัวเอาไว้แน่น แล้วออกแรงดึงรั้งร่างบางให้ก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างตัว แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับต้นแขนแกร่งของเขา เสียจนหัวใจของใบบัวเต้นรัวกระหน่ำแทบหยุดหายใจ
หลังจากนั้น ชายหนุ่มจึงกรอกเสียงเรียบสนิท ทว่าชัดเจนทรงพลังก้องไปทั่วบริเวณ
“นี่ใบบัว... ว่าที่ภรรยาของฉันครับ”
ทั่วทั้งโถงทางเดินชั้นผู้บริหารพลันเงียบกริบ รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของหญิงสาวชุดขาวแข็งค้างไปในทันตา นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความช็อกระคนโกรธ ขณะที่ใบบัวได้แต่ยืนเบิกตาค้างทำอะไรไม่ถูก เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหกปี... ที่เตมินทร์ประกาศสถานะของเธอต่อหน้าคนภายนอกอย่างเปิดเผย และดูเหมือนว่า... ข่าวลือการแต่งงานสายฟ้าแลบครั้งนี้ กำลังจะสร้างปัญหาและศัตรูเกินกว่าที่เธอจะคาดคิดเอาไว้มากนัก
ความเงียบที่โรยตัวลงมาฉับพลันทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แพรวพราว หรือ ‘แพร’ ทายาทสาวของกลุ่มทุนการแพทย์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลของตระกูลไทเลอร์ ถึงกับยืนเบิกตาค้าง เรียวปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สายตาของเธอตวัดมองมือของเตมินทร์ที่ยังคงกุมมือใบบัวไว้แน่น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาจ้องใบหน้าหวานด้วยกระแสความเกลียดชังและริษยาที่แทบจะปิดไม่มิด
“เตล้อแพรเล่นใช่ไหมคะ” แพรวพราวเค้นเสียงหัวเราะที่ฟังดูฝืนธรรมชาติอย่างถึงที่สุด “ผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ... ว่าที่ภรรยา แพรไม่เคยได้ยินคุณอาตุลยาพูดถึงเลยสักคำ”
“ฉันไม่จำเป็นต้องล้อเล่นกับเรื่องสำคัญขนาดนี้” เตมินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยพลังกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ “และเรื่องนี้คุณแม่กับคุณย่ารับรู้และเห็นชอบทั้งหมด งานแต่งของเราจะจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า”
ประโยคย้ำชัดตอกฝาโลงทำเอาแพรวพราวหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายและโกรธจัด เธอกวาดสายตาคมกริบมองสำรวจใบบัวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน เสื้อผ้าธรรมดา ๆ แบรนด์เนมก็ไม่มีติดตัว แถมท่าทางยังดูเจียมเนื้อเจียมตัวจนดูต้อยต่ำในสายตาไฮโซอย่างเธอ
“แต่งงานสายฟ้าแลบขนาดนี้... คงไม่ได้มีปัญหาอะไรเบื้องหลังที่บอกใครไม่ได้หรอกใช่ไหมคะ” แพรวพราวทิ้งประโยคจิกกัด แววตาเต็มไปด้วยแววจับผิด คาดเดาไปถึงเรื่องอื้อฉาว
คำพูดนั้นทำให้ใบบัวตัวสั่นน้อย ๆ ด้วยความอับอายและตระหนก ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ขยับหนี เตมินทร์กลับกระชับอ้อมกอดรั้งร่างบางเข้าหาตัวจนเนื้อแนบเนื้อ ชายหนุ่มหรี่ตาลง แววตาคมปลาบฉายรังสีเย็นเฉียบชวนขนลุก
“คุณแพรวพราว” เสียงทุ้มกดต่ำลงจนน่ากลัว “ใบบัวคือคนที่ฉันเลือก และเธอกำลังจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน การพาดพิงถึงเธอในแง่ลบ... ก็เท่ากับไม่ให้เกียรติฉันและตระกูลไทเลอร์ หวังว่าคุณจะเข้าใจ”
คำเตือนอย่างเป็นทางการทว่าเฉียบขาดทำเอาแพรวพราวหน้าถอดสี เธอไม่เคยเห็นเตมินทร์กางปีกปกป้องผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อน ตลอดเวลาที่เธอตามตื๊อเขามาหลายปี ชายหนุ่มทำเพียงแค่เฉยชาใส่ ทว่าบัดนี้ เขากลับประกาศสงครามทางอ้อมกับเธอเพื่อผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง
“แพร... แพรขอตัวก่อนค่ะ”
แพรวพราวสะบัดหน้าหมุนตัวเดินกระแทกส้นสูงจากไปทันที ใบบัวลอบถอนหายใจยาวเหยียด รู้สึกเหมือนพลังงานทั้งหมดถูกสูบหายไปในพริบตา เธอรีบพยายามแกะมือหนาของเขาออกทันทีที่อยู่กันตามลำพัง
“ปล่อยได้แล้วค่ะเต คนมองกันใหญ่แล้ว” เธอประท้วงเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานยังคงขึ้นสีระเรื่อ
เตมินทร์ยอมคลายแรงบีบแต่กลับเปลี่ยนมาเป็นกุมมือน้อยของเธอเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเขา ทันทีที่ประตูกระจกบานหนาปิดสนิท ชายหนุ่มก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าหวานนิ่ง
