บทที่ 2 คนในอดีต

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวฝ่าสายฝนไปบนถนนอันเงียบสงัด 

ทว่าบรรยากาศภายในห้องโดยสารกลับอึดอัดขัดข้องเสียจนใบบัวแทบหายใจไม่ออก หญิงสาวพยายามเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตากับผู้ชายข้างกายแม้เพียงเสี้ยววินาที เพราะทุกครั้งที่ดวงตาคู่ปลาบนั้นตวัดมองมา หัวใจของเธอก็เหมือนถูกฉุดกระชากให้ดิ่งจมลงไปในอดีต 

กลับไปในค่ำคืนที่เธอเลือกเดินจากเขามา... 

และเป็นคืนเดียวกันกับที่เธอยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้แก่เขา 

“เธอยังทำงานเป็นพยาบาลอยู่ไหม” 

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นทำลายความเงียบอันยาวนาน 

ใบบัวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเค้นเสียงตอบแผ่วเบา “ลาออกแล้ว” 

เตมินทร์เค้นหัวเราะหึในลำคอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเยาะหยัน “เพื่อกลับไปดูแลแม่?” 

ฝ่ามือบางที่วางอยู่บนตักขยำเข้าหากันจนแน่น “ใช่” 

“แล้วทำไมไม่บอกฉัน” 

คำถามสั้น ๆ ทว่าตรงเป้าทำให้เธอเลือกที่จะเงียบ... ไม่ใช่เพราะเธอไม่มีคำตอบ แต่เป็นเพราะเหตุผลที่แท้จริงมันกรีดลึกจนเจ็บเกินกว่าจะเอ่ยปาก 

เธอจำได้ดี... ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นยังคงฉายชัดไม่เคยเลือนหาย 

หกปีก่อน 

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์อ่อน ๆ ลอยอวนอยู่ในห้องพักแพทย์เวร 

ใบบัวในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดนั่งกอดแก้วกาแฟอุ่น ๆ เอาไว้เพื่อประทังความง่วง หลังจากต้องอยู่เวรดึกติดต่อกันหลายคืน ใบหน้าหวานอิดโรยและอิ่มไปด้วยความล้าจนคนตัวโตที่เพิ่งเดินเข้ามาต้องลอบถอนหายใจ 

“เธอได้นอนบ้างหรือยัง” 

เตมินทร์ในวัยหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะถือวิสาสะดึงแก้วกาแฟออกจากมือเธอ “ทานแต่กาแฟ เดี๋ยวก็ป่วยหรอก” 

“ก็คนมันไม่มีเวลานี่คะ” เธอบ่นอุบเสียงเบา 

ชายหนุ่มจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เชื่อมปรารถนา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ อย่างเคยชิน สัมผัสจากฝ่ามือหนานั้นอบอุ่นอยู่เสมอ... อบอุ่นเสียจนใบบัวนึกอยากจะหยุดเข็มนาฬิกาเอาไว้ตรงนี้ตลอดไป 

“กลับคอนโดกับฉันไหม” เสียงทุ้มเอ่ยชวนเรียบ ๆ “พรุ่งนี้เธอไม่มีเวรเช้าใช่หรือเปล่า” 

หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมองเขา แววตาของเตมินทร์ในวันนั้นช่างแตกต่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาในวันนี้โดยสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยกระแสความรักอันลึกซึ้ง แผ่ซ่านออกมาชัดเจนจนเธอรู้สึกใจหาย 

สุดท้าย... เธอก็พยักหน้ารับเบา ๆ 

คืนนั้น... สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ต่างจากวันนี้ 

เตมินทร์ทำหน้าที่สารถีขับรถกลับคอนโดมิเนียมส่วนตัว ระหว่างทางมือหนาเอื้อมมากุมประสานมือเธอเอาไว้แน่นตลอดเวลา... ราวกับหวังจะหลอมรวมและกลัวว่าเธอจะายไปต่อหน้าต่อตา และทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องพัก ใบบัวก็ถูกวงแขนแกร่งรั้งเข้าไปโอบกอดไว้ทั้งตัว 

“เหนื่อยมากไหม” เสียงทุ้มถามชิดใบหู 

หญิงสาวหลับตาลงช้า ๆ ซุกใบหน้าเข้าหาอกกว้างอันมั่งคง “เหนื่อย...” 

เตมินทร์กระชับอ้อมกอดให้แน่นเข้า “ถ้าเหนื่อยก็พัก... มีฉันอยู่ทั้งคน” 

คำปลอบโยนนั้นกลับทำให้อกซ้ายของใบบัวบีบรัดจนเจ็บแปลบ... เพราะในเวลานั้น อาการป่วยของแม่กำลังทรุดหนักลงทุกที ภาระหนี้สินที่มองไม่เห็นก้กำลังถาโถมเข้าใส่ และเธอรู้ดีว่าชีวิตของตัวเองกำลังพังทลายลงเรื่อย ๆ เกินกว่าจะลากใครลงมาแปดเปื้อนด้วย 

แต่เตมินทร์กลับยังคงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น... สายตาอันบริสุทธิ์ของคนที่วาดฝันอยากมีเธออยู่ในอนาคตด้วยกัน 

“เต...” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตา 

ปลายนิ้วเรียวสั่นเทายกขึ้นแตะแก้มสากของเขาเบา ๆ ก่อนที่เตมินทร์จะโน้มใบหน้าลงมามอบรสจูบให้อย่างเชื่องช้า... มันเป็นสัมผัสที่อ่อนโยน อ่อนหวาน และเต็มไปด้วยความคิดถึงลึกล้ำ ทั้งที่ร่างกายยังไม่ทันได้แยกจาก 

ใบบัวขยำเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยู่ พยายามใช้ทุกประสาทสัมผัสจดจำทุกอย่างของเขาเอาไว้ อ้อมกอดอันอบอุ่น กลิ่นกายชองเขา และความรักที่เธออาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสจากเขาอีกเป็นครั้งที่สอง 

คืนนั้นเธอปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอ... ยอมปล่อยใจให้รักเขาจนหมดทั้งชีวิต 

ทั้งที่รู้ดี.าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เธอจะต้องเป็นคนเดินจากเขาไปเอง 

ใบบัวสะดุ้งสุดตัวตื่นจากความทรงจำอันขมขื่น เมื่อรถยนต์คันหรูชะลอความเร็วเลี้ยวเข้าสู่เขตคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่า หัวใจของเธอกลับมาหนักอึ้งจนแทบสิ้นสติอีกครั้ง 

เตมินทร์ยังคงทอดสายตามองตรงไปยังเส้นทางเบื้องหน้า ทว่าน้ำเสียงทุ้มต่ำกลับดังแทรกความเงียบขึ้นมาลอย ๆ

“คิดถึงเรื่องในอดีตอยู่เหรอ” 

หญิงสาวชะงักงัน ก่อนจะเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง 

เตมินทร์เค้นยิ้มบาง ทว่าไม่มีความสุขใจอยู่ในนั้นเลยสักกระผีก “ฉันก็เหมือนกัน...” 

เขาค่อย ๆ หันกลับมาสบตาเธอย่างช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยกระแสอารมณ์บางอย่างที่รุนแรง ดุดัน และเจ็บปวดจนใบบัวอ่านมันไม่ออก 

“โดยเฉพาะคืนที่เธอบอกว่ารักฉัน...” เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างจงใจ “...แล้วเช้าวันต่อมาก็หายหัวไปเลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป