บทที่ 7 ว่าที่ภรรยา

“ฉันไม่มีปัญหาอะไรกับการแต่งงานครั้งนี้” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่คมกลับฉายประกายบางอย่างที่ทำให้ใบบัวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวขาเข้าไปในกับดัก... กับดักอันตรายที่ผู้ชายตรงหน้าวางเอาไว้ล่อให้เธอเดินมาติดกับเอง

“ฉันไม่แต่ง” เธอเค้นเสียงตอบปฏิเสธทันที

เตมินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “แน่ใจ?”

“แน่ใจ”

“ทั้งที่บ้านของแม่เธอกำลังจะโดนยึดในอีกยี่สิบวัน?” ชายหนุ่มรุกไล่ด้วยคำถามราบเรียบ “ทั้งที่เธอไม่มีปัญญาหาเงินสิบเก้าล้านไปใช้หนี้?”

ใบบัวกำมือแน่นจนสั่น เพราะทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากเขาคือความจริงที่เธอเถียงไม่ได้... และมันก็กรีดลึกจนเจ็บแปลบไปทั้งใจ

เตมินทร์จ้องมองอาการดื้อรั้นของคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารอีกชุดออกจากสูทตัวนอกมาวางแนบลงบนโต๊ะ “งั้นก็ดูนี่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอีกที”

หญิงสาวเปิดเอกสารชุดนั้นดูด้วยมือที่สั่นเทา พลันหัวใจก็หล่นวูบ... เพราะมันคือ ‘สัญญาการแต่งงาน’

รายละเอียดระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ระยะเวลาในการแต่งงานคือ 1 ปี ฝ่ายชายจะชำระหนี้สินทั้งหมดและโอนกรรมสิทธิ์บ้านคืนให้ฝ่ายหญิงทันที รวมถึงดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างในระหว่างสัญญา และเมื่อครบกำหนดเวลา... เธอสามารถเซ็นใบหย่าเพื่อแยกทางได้ทันทีโดยไม่มีข้อผูกมัด

ใบบัวนิ่งค้างไปอย่างทำอะไรไม่ถูก ขณะที่เสียงทุ้มต่ำของเตมินทร์ดังขึ้นช้า ๆ ขยับกระชั้นชิดเข้ามา

“แค่หนึ่งปีเท่านั้นใบบัว” ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปใกล้ ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าหวานไม่วางตา “...หรือว่าเธอขี้ขลาด กลัวว่าการกลับมาอยู่ใกล้ฉันครั้งนี้ จะทำให้เธอเผลอใจกลับมารักฉันอีกรอบ?”

หัวใจของใบบัวกระตุกวูบอย่างรุนแรง และปฏิกิริยานั้นก็ทำให้มุมปากของเตมินทร์ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจทันที

เขารู้ดีว่าเขาได้คำตอบที่ต้องการแล้ว... โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เธอเอ่ยปากพูดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

“หนูใบบัว... ป้าอยากให้หนูเก็บไปคิดดูก่อนนะลูก” ตุลยาเอ่ยทำลายความอึดอัด น้ำเสียงยังคงเปี่ยมด้วยความเอ็นดู “ป้าไม่หักคอเอาคำตอบตอนนี้หรอก”

“ไม่ต้องคิดแล้วครับคุณแม่”

เสียงทุ้มของคนข้างกายขัดขึ้นหน้าตาเฉย เตมินทร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายทว่าสายตาที่จับจ้องนางเอกกลับกดดันอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก เลิกคิ้วมองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวด้วยแววตาของผู้เหนือกว่า

“ในเมื่อเวลาของเธอเหลือแค่ยี่สิบวัน และสัญญาฉบับนี้คือทางเดียวที่เธอจะรักษาบ้านหลังนั้นไว้ได้... เธอยังต้องเสียเวลาคิดอะไรอีกใบบัว”

“เตมินทร์ นายอย่ากดดันน้อง” คุณย่าเอ่ยปราม ทว่าหมอหนุ่มกลับทำเพียงแค่นิ่งเฉย

ใบบัวเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความทรนงตนที่เคยมีถูกบดขยี้ด้วยความจริงที่ว่าเธอ ‘จนตรอก’ สายตาของเตมินทร์ที่มองมาคล้ายจะตอกย้ำว่าเธอไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้นในเกมนี้ ถ้าเธอหันหลังเดินหนีไป บ้านของแม่ก็พัง แต่ถ้าเธอก้าวขาเข้ามา... หัวใจของเธอเองนั่นแหละที่จะพังพินาศด้วยน้ำมือของเขา

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่จวนเจียนจะไหล มือบางที่สั่นเทาค่อย ๆ เลื่อนแฟ้มสัญญากลับมาตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมกริบคู่นั้นตรง ๆ

“ในสัญญาระบุว่าแค่หนึ่งปี... แล้วหย่าขาดจากกันทันทีใช่ไหมคะ” เธอย้ำคำถาม เสียงสั่นพร่าทว่าพยายามบังคับให้มั่นคง

เตมินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาไหววูบไปด้วยกระแสอารมณ์บางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาอย่างรวดเร็ว “อือ แค่ปีเดียว หลังจากนั้นเธอจะเป็นอิสระ และได้บ้านคืนไป”

“ถ้าอย่างนั้น...” ใบบัวกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ “ฉันตกลงค่ะ”

คำตอบรับนั้นทำให้คุณย่าและตุลยายิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าสำหรับใบบัว... เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งจะเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้ซาตานในคราบหมอศัลยกรรมหัวใจไปเสียแล้ว

เตมินทร์กระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงใจระคนดุดัน ชายหนุ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบบัวได้กลิ่นอายจาง ๆ ของน้ำหอมโทนเย็นอีกครั้ง เขาเชยคางมนของเธอขึ้นเบา ๆ บังคับให้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่ร้าย

“ดีมาก... เป็นเด็กดีแบบนี้ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง” เขาพูดช้าชัด น้ำเสียงแหบพร่าส่งผ่านความหมายแฝงอันตรายที่ทำให้เธอหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะใบบัว เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... เธอเป็นของฉันแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป