บทที่ 4 กลุ้ม (ปัจจุบัน)
ตอนที่ 4. กลุ้ม (ปัจจุบัน)
ลลินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาภายในคอนโดของตัวเองประตูห้องเพิ่งปิดลงได้ไม่ถึงสิบนาที แต่เธอรู้สึกเหมือนผ่านสงครามมาแล้วทั้งวันหญิงสาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะก่อนยกสองมือขึ้นปิดหน้านิ่งอยู่แบบนั้นหลายวินาที
"...กรี๊ดดดดดด!" สุดท้ายก็ทนไม่ไหวลลินร้องออกมาสุดเสียงแล้วล้มตัวฟุบลงกับหมอนอิงบนโซฟา
"โอ๊ย!" เธออยากมุดแผ่นดินหนีอยากลบความทรงจำเมื่อคืนออกจากสมอง อยากย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองตอนยกแก้วที่สามขึ้นดื่ม
พระเจ้า...เธอทำอะไรลงไป!หญิงสาวดึงหมอนขึ้นมาปิดหน้าก่อนดิ้นไปมาอย่างคนเสียสติ เมื่อคืนเธอเพิ่งเลิกกับแฟนแล้วไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...เธอกลับไปนอนค้างอยู่ในห้องสวีทของผู้ชายแปลกหน้าผู้ชายที่เธอไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ คิดถึงตรงนี้ลลินก็ยิ่งอยากกรีดร้อง
"บ้าจริง!" เธอทุบหมอนหนึ่งทีแล้วนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาดวงตาเหม่อมองเพดานห้อง สภาพเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับวิญญาณที่กำลังหลุดออกจากร่าง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ
เสียงเพลงในบาร์ บทสนทนา รอยยิ้มมุมปากของเขาสายตาคมเข้มที่มองเธอ และใบหน้าหล่อเหลาที่ชัดเจนเกินไป จนเธอไม่สามารถหลอกตัวเองได้ว่า "จำไม่ได้"
ลลินรีบสะบัดหัวแรง ๆ
"หยุดคิด!" เธอสั่งตัวเองแต่ยิ่งห้ามก็ยิ่งนึกออก ภาพบทรักอันเร่าร้อนของเขาและเธอ โดยเฉพาะตอนที่ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าเขานอนอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวรีบคว้าหมอนขึ้นมาปิดหน้าอีกครั้ง
"อายชะมัด..." ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะคิดยังไงคงมองว่าเธอเป็นผู้หญิงแปลกประหลาดแน่ ๆ ยิ่งนึกถึงเงินห้าพันบาทที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะลลินก็แทบอยากเอาหัวโขกกำแพงตอนนั้นเธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูกคิดเพียงว่าอย่างน้อยควรทิ้งอะไรไว้สักอย่างก่อนหนี
แต่พอมานั่งทบทวนตอนนี้...มันดูแปลกประหลาดมาก แปลกประหลาดสุด ๆ
"เขาคงไม่คิดว่าฉันดูถูกเขาหรอกใช่ไหม" หญิงสาวพึมพำก่อนจะชะงักแล้วค่อย ๆ เบิกตากว้าง
"เดี๋ยวนะ..."
ลลินลุกพรวดขึ้นนั่ง "ถ้าเขาเข้าใจผิดล่ะ?" ภาพชายหนุ่มตื่นขึ้นมาแล้วเจอเงินห้าพันบาทผุดขึ้นในหัวหญิงสาวนิ่งไปสองวินาทีก่อนยกมือขึ้นกุมหน้า
"โอ๊ยยยย!" คราวนี้เธออยากหายตัวไปจากโลกจริง ๆเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอดีหน้าจอปรากฏชื่อคนที่เธอกำลังนึกถึงมินตราลลินหรี่ตามองชื่อเพื่อน ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย ยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงสดใสของปลายสายก็ดังขึ้น
"เป็นไงบ้างเพื่อนรัก" ลลินสูดลมหายใจเข้าลึก
"มิน..."
"หืม?"
"แกเตรียมตัวตายได้เลย" ปลายสายเงียบกริบ ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา
"เกิดอะไรขึ้น" ลลินหลับตาแน่นแล้วตอบช้า ๆ
"ฉันตื่นมาในห้องโรงแรมกับผู้ชายคนหนึ่งและฉันทิ้งเงินห้าพันบาทไว้ให้เขา"
ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งยาวนานกว่าครั้งแรกหลายเท่า ก่อนที่เสียงกรีดร้องของมินตราจะดังลั่นทะลุลำโพงออกมา
"อะไรนะ!"
“ไม่ต้องมาพูดเลย แกรีบมาหาฉันเลยนะ ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”
หลังจากเสียงกรีดร้องของมินตราดังลั่นสายไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา.กริ่งหน้าห้องของลลินก็ดังขึ้น
หญิงสาวที่กำลังนั่งกอดหมอนด้วยสภาพหมดอาลัยตายอยากเงยหน้าขึ้นมองประตูก่อนถอนหายใจยาว
"มาเร็วชะมัด" ทันทีที่เปิดประตูมินตราก็พุ่งเข้ามาทันที
"แกยังมีชีวิตอยู่ไหม!"
"ถามเพื่อ?"
"จะได้ด่าต่อ"
"มิน!" ข้าวหอมที่เดินตามเข้ามาหัวเราะออกมาก่อนรีบปิดประตูห้อง
"พอเลยทั้งคู่" หญิงสาวร่างเล็กเดินมานั่งข้างลลินแล้วส่งแก้วชานมที่ซื้อมาฝากให้
"ดื่มน้ำตาลเยอะ ๆ เผื่อสมองจะเลิกคิดมาก"
ลลินรับมาอย่างหมดแรง "ขอบใจ"
สามสาวนั่งล้อมวงอยู่ในห้องนั่งเล่นก่อนที่มินตราจะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นอีกครั้ง
"เอาล่ะ เล่ามาใหม่ทั้งหมด"
"ฉันเล่าไปแล้ว"
ลลินอยากจะเอาหมอนฟาดหน้าเพื่อนแต่สุดท้ายก็ยอมเล่าซ้ำอีกรอบ ตั้งแต่ในบาร์จนถึงตอนตื่นมาในโรงแรมรวมถึงเหตุการณ์ทิ้งเงินห้าพันบาท
เมื่อฟังจบข้าวหอมก็ยกมือขึ้นปิดปากพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ ส่วนมินตรา...หัวเราะจนตัวงอ
"หยุดเลยนะ!" ลลินเขวี้ยงหมอนใส่
"โอ๊ย!" มินตรารับหมอนไว้ทันก่อนหัวเราะต่อ
"ฉันขอโทษ"
"หน้าแกไม่เหมือนคนขอโทษเลย"
ข้าวหอมพยายามไกล่เกลี่ย "เอาน่า อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต"
"ฉันไม่อยากได้ประสบการณ์แบบนี้" ลลินคราง
ก่อนฟุบหน้าลงกับหมอนมินตราหัวเราะจนพอใจแล้วจึงเริ่มจริงจังขึ้น
"ฟังนะ" ลลินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "อะไร"
"ผู้ชายคนนั้นแกคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว"
ข้าวหอมพยักหน้าเห็นด้วยทันที "ใช่"
"โลกไม่ได้กลมขนาดนั้นหรอก เขาไม่รู้ชื่อแกแกก็ไม่รู้ชื่อเขาไม่มีเบอร์ ไม่มีไลน์ ไม่มีเฟซ"
มินตรานับนิ้วประกอบ "โอกาสที่จะกลับมาเจอกันอีกแทบเป็นศูนย์"
ลลินนิ่งไปก่อนจะคิดตาม ก็จริง...เธอไม่รู้จักเขาเขาก็ไม่รู้จักเธอต่อให้เดินสวนกันบนถนนในอนาคต อาจไม่มีทางจำกันได้ด้วยซ้ำเมื่อคิดแบบนั้นหัวใจที่หนักอึ้งมาตลอดเช้าก็เริ่มเบาขึ้นเล็กน้อย
"นั่นสิ" หญิงสาวพยักหน้า "คงไม่ได้เจอกันแล้ว"
"แน่นอน"มินตราตอบอย่างมั่นใจ "และที่สำคัญต่อไปแกห้ามเข้าผับอีก"
ลลินรีบพยักหน้าทันที "แน่นอน"
ข้าวหอมหัวเราะ "ดูเหมือนเด็กอนุบาลโดนอบรมเลย"
บรรยากาศภายในห้องเริ่มผ่อนคลายขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เช้าที่ลลินรู้สึกว่าตัวเองกลับมาหายใจได้เต็มปอดเรื่องเมื่อคืนคงเป็นเพียงอุบัติเหตุความผิดพลาดครั้งหนึ่งในชีวิตและอีกไม่นาน...มันก็คงกลายเป็นเพียงความทรงจำ
ครืดดด...เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนโต๊ะ ลลินขมวดคิ้วสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"ใครโทรมา"
มินตราถาม "ไม่รู้" หญิงสาว ตอบก่อนกดรับสาย
"สวัสดีค่ะ" ปลายสายตอบกลับอย่างสุภาพ
"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลลิน พิชญาใช่ไหมคะ"
"ใช่ค่ะ" หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
"ดิฉันโทรมาจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ K Group ค่ะ"
ลลินนั่งตัวตรงทันที มินตรากับข้าวหอมหันมามองพร้อมกัน
"K Group?"
"ใช่ค่ะ" เสียงจากปลายสายดังต่อ
"ทางบริษัทได้พิจารณาผลสัมภาษณ์ของคุณเรียบร้อยแล้วนะคะ"
ลลินเผลอกลั้นหายใจ "...ค่ะ"
"ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ" ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง
"คุณผ่านการคัดเลือก"
"จริงเหรอคะ!"
"ค่ะ"
ลลินรีบยกมือปิดปากด้วยความตกใจและดีใจจนพูดไม่ออกหลังจากตกงานมาหลายสัปดาห์ในที่สุดข่าวดีก็มาถึงเสียที
"คุณสะดวกเริ่มงานในอีกสามวันข้างหน้าไหมคะ"
"สะดวกค่ะ" เธอตอบแทบจะทันที
"ดีเลยค่ะ ทางเราจะส่งรายละเอียดไปทางอีเมลอีกครั้งนะคะ"
"ขอบคุณมากค่ะ" หลังวางสายลลินยังคงถือโทรศัพท์ค้างอยู่ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น "เป็นไงบ้าง" มินตรารีบถาม
วินาทีต่อมารอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว
"ฉันได้งานแล้ว"
"กรี๊ดดดด!"
ข้าวหอมร้องลั่นมินตรากระโดดเข้ากอดเพื่อนทันที ทั้งสามคนหัวเราะออกมาพร้อมกันความหม่นหมองจากเรื่องแฟนเก่า รวมถึงเรื่องผู้ชายปริศนาเมื่อคืนเหมือนจะถูกผลักออกไปชั่วขณะ
ลลินมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้งก่อนยิ้มออกมาอย่างมีความหวังสามวันหลังจากนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที ดีนะที่ก่อนหน้านั้นเธอตัดสินใจสมัครงานใหม่ เพราะที่เดิมเงินเดือนทั้งน้อยและใช้งานอย่างกับทาส !!
