บทที่ 5 5 ความเงียบในห้องใต้ดิน
เสียงล้อรถเข็นบดกระแทกพื้นทางเดินดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลธาราเมดิแคร์ โซนลับที่ถูกสร้างไว้รองรับคนในเงาโดยเฉพาะ แสงไฟสว่างจ้าสาดลงมากระทบร่างโชกเลือดของจันทร์เจ้าที่นอนแน่นิ่ง
"เร็วเข้าสิวะ! มัวชักช้าอะไรอยู่!" คามินตะคอกลั่นทางเดิน มือข้างหนึ่งกำมือเล็กที่เริ่มเย็นเฉียบของจันทร์เจ้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "จันทร์เจ้า... ได้ยินฉันไหม! อย่าหลับนะโว้ย! ลืมตาขึ้นมามองหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
ประตูห้องผ่าตัดหมายเลข 1 เลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นทีมแพทย์ที่เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว ตรงกลางห้องคือร่างสูงโปร่งในชุดสครับสีเขียวเข้ม สวมหมวกและหน้ากากมิดชิด เห็นเพียงดวงตาคมดุภายใต้แว่นสายตา...หมอคิมหันต์
"คิม! มึงช่วยเมียกูด้วย!" คามินถลาเข้าไปหาเพื่อนทันทีที่ถึงหน้าประตู "เธอโดนยิงที่เอว เลือดไหลไม่หยุดเลยไอ้เหี้ย!"
คิมหันต์ยกมือขึ้นปรามเพื่อนด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองประเมินบาดแผลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปสั่งทีมงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
"O-Neg สองยูนิต ด่วน... เซ็ตมอนิเตอร์... ดมยาพร้อมนะ"
"พร้อมค่ะหมอคิม" พยาบาลขานรับเสียงเข้ม รีบเข็นเตียงจันทร์เจ้าผ่านหน้าพวกเขาเข้าไป
คามินทำท่าจะก้าวตามเข้าไปอย่างคนเสียสติ แต่คิมหันต์ขยับตัวมาขวางไว้ ใช้ท่อนแขนกันหน้าอกเพื่อนให้ออกห่างจากประตูปลอดเชื้อ
"ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำของหมอหนุ่มราบเรียบ "มึงเข้าไปไม่ได้ ตัวมึงมีแต่เชื้อโรค"
"แต่นั่นเมียกู! จันทร์เจ้ากำลังจะตายนะเว้ย!" คามินตวาดกลับ ตาแดงก่ำเหมือนคนบ้า "มึงจะให้กูยืนดูเฉยๆ ได้ไง!"
"กูไม่ได้ให้มึงยืนดู กูให้มึงรอ" คิมหันต์พูดตัดบท สบตาเพื่อนที่กำลังสติแตกด้วยความเข้าใจ "กูจัดการเอง... ถ้ามึงเข้าไปตอนนี้ เธอจะตายเพราะติดเชื้อจากมึง ไม่ใช่เพราะกระสุน"
คำพูดแทงใจดำทำเอาคามินชะงัก เขากัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน หายใจหอบแรงเหมือนสัตว์บาดเจ็บ
"มึงสัญญานะคิม..." เสียงเขาเริ่มสั่นเครือ "สัญญาว่าเธอจะไม่เป็นอะไร"
คิมหันต์ไม่ตอบรับด้วยคำพูด เพียงแค่ตบไหล่เพื่อนหนักๆ หนึ่งที ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องผ่าตัด ประตูบานเลื่อนปิดลง ตัดขาดโลกภายนอก เหลือไว้เพียงไฟสถานะสีแดงที่สว่างวาบขึ้นเหนือศีรษะ
1 ชั่วโมงผ่านไป
เวลาแต่ละวินาทีเคลื่อนผ่านไปอย่างทรมานเหมือนโดนถ่วงด้วยหินผา คามินเดินงุ่นง่านไปมาหน้าห้องผ่าตัดจนพื้นแทบสึก เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงยังคงเปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง เขาไม่ขยับไปไหน ไม่ยอมแม้แต่จะไปล้างมือ
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณดังขึ้นพร้อมไฟสีแดงหน้าห้องที่ดับลง
ประตูเลื่อนเปิดออก คิมหันต์เดินออกมา ถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดทิ้งลงถังขยะติดเชื้ออย่างใจเย็น ใบหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยที่ดึงลงมาไว้ใต้คางยังคงเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม
คามินพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อสครับเพื่อนทันที "เป็นไงบ้าง! รอดไหม!"
"ปลอดภัยแล้ว" คิมหันต์ตอบสั้นๆ ไม่ปัดมือเพื่อนออก "กระสุนเฉียดกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านขวา ไม่โดนอวัยวะสำคัญ แต่เสียเลือดเยอะ เย็บไปสิบห้าเข็ม"
"เฮ้อ..." คามินทรุดตัวลงพิงกำแพงเหมือนคนหมดแรง ขาที่เคยแข็งแกร่งพับอ่อนยวบยาบ "ขอบใจมาก... ขอบใจจริงๆ เพื่อน"
"อืม" คิมหันต์รับคำในลำคอ หันไปพยักหน้าให้พยาบาลเข็นเตียงคนไข้ออกมาทางประตูด้านข้าง "ย้ายขึ้นไปชั้น 17 ลิฟต์ส่วนตัว... กูไม่อยากให้ใครเห็นสภาพนี้"
"เออ... กูไปเอง"
คิมหันต์เดินนำไปที่ลิฟต์ลับสุดทางเดินที่เชื่อมตรงสู่ชั้น VVIP โดยไม่ต้องผ่านสายตาคนภายนอก ภายในลิฟต์กว้างขวางมีเพียงเสียงเครื่องช่วยหายใจแบบพกพาและเสียง ติ๊ด... ติ๊ด... ของมอนิเตอร์วัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะ
"แพรวาฝากบอก..." จู่ๆ คิมหันต์ก็ทำลายความเงียบขึ้นมาโดยไม่หันมอง "วันเกิดลูกสาวอาทิตย์หน้า... ถ้าจันทร์เจ้าไหว ให้พาไปเป่าเค้กด้วย ยัยหนูบ่นคิดถึงน้าจันทร์"
คามินเลิกคิ้วเล็กน้อย "อืม... ไว้เธอฟื้นกูจะบอกให้"
"ดูแลดีๆ ล่ะ" คิมหันต์เหลือบตามองเพื่อนผ่านกระจกเงาในลิฟต์ "แผลกายกูเย็บให้ได้... แต่แผลใจ มึงต้องเป็นคนเย็บเอง"
คำพูดเรียบๆ แต่กระแทกใจทำเอาคามินชะงัก เขาก้มมองร่างบางที่นอนหลับสนิทบนเตียง... แผลใจของเธอ ล้วนเกิดจากน้ำมือเขาแทบทั้งนั้น
ติ๊ง! ชั้น 17
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้น VVIP ที่เงียบสงบ ปูพรมหนานุ่ม พยาบาลรีบเข็นเตียงพาจันทร์เจ้าเข้าไปยังห้องพักฟื้นที่เตรียมไว้ คิมหันต์เดินตามไปเช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างละเอียดตามนิสัยเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ ก่อนจะหันมาหาคามิน
"กูให้ยาแก้ปวดกับยานอนหลับไป คงตื่นอีกทีพรุ่งนี้เช้า" คิมหันต์บอกพลางล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง "มีอะไรฉุกเฉินโทรเข้าเบอร์แดง... กูจะกลับไปดูลูก"
"ขอบใจมากคิม กลับไปพักเถอะ"
เมื่อเพื่อนเดินจากไปและพยาบาลขอตัวออกไปรอสแตนด์บายหน้าห้อง คามินก็เดินไปลงกลอนประตู ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงทันที
บรรยากาศในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กที่เริ่มอุ่นขึ้นมาแนบแก้มสากของตัวเอง สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นตุบๆ ใต้ผิวหนัง
"เด็กโง่..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า สายตาจับจ้องใบหน้าซีดเซียวที่ไร้เครื่องสำอาง "ใครใช้ให้เธอเอาตัวมารับลูกปืนแทนฉัน... ใครสั่งสอนให้เธอรักคนอื่นมากกว่าตัวเองแบบนี้... ฮึ?"
คามินลูบไล้หลังมือเธอแผ่วเบา ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอกตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว
"ตื่นขึ้นมาเถอะนะ... ตื่นมาฟังคำขอโทษจากฉัน... จะตื่นมาด่า หรือตบหน้าฉันก็ได้... ขอแค่เธอลืมตา"
เขาก้มลงจูบที่หน้าผากมนของเธอเนิ่นนาน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย... กลิ่นแป้งเด็กที่ทำให้เขารู้สึกสงบยิ่งกว่ายาคลายเครียดขนานไหน
"วิทย์..." คามินกดหูฟังบลูทูธที่เหน็บหู กรอกเสียงเย็นเยียบสั่งงานโดยที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของจันทร์เจ้า "ไอ้ตัวที่ยิงจันทร์เจ้า... มึงไปสืบมาให้ได้ว่าเป็นหมาตัวไหน... แล้วลากคอมันมา... กูจะสับนิ้วมันทิ้งทีละข้อ"
"รับทราบครับบอส... แล้วเรื่องที่พักคืนนี้..."
"กูไม่กลับ" คามินตอบทันควัน มือกระชับมือจันทร์เจ้าแน่นขึ้นเหมือนกลัวเธอจะหายไป "กูจะนอนเฝ้าเมียกูที่นี่... ใครหน้าไหนก็ห้ามเสนอหน้าเข้ามารบกวน... เข้าใจไหม"
"เอ่อ... เข้าใจครับ" วิทย์ตอบรับเสียงงงๆ ก่อนจะวางสายไปพร้อมคำถามในใจ
ไปเป็นผัวเมียกันตอนไหนวะ
