บทที่ 11 หมากบนกระดาน

หมากบนกระดาน

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน รถซีดานหรูของพยัคฆ์แล่นกลับเข้ามาจอดที่หน้ามุขคฤหาสน์ ชายหนุ่มร่างยักษ์ก้าวลงจากรถพร้อมแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุไฟล์กล้องวงจรปิดจากคอนโดของอิงดาว เขาเดินตรงไปยังตึกทำงานส่วนตัวของจอมทัพที่อยู่แยกออกไปจากตึกนอน

ภายในห้องทำงาน จอมทัพสวมชุดสูทสากลสีดำสนิท กำลังตรวจเช็กเอกสารงบประมาณของสิงหราชกรุ๊ป ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยแต่แฝงความเครียดจางๆ เมื่อเห็นมือขวาเดินเข้ามา เขาก็วางปากกาลงทันที

“จัดการเรียบร้อยไหมพยัคฆ์” จอมทัพถามเสียงนิ่ง

“เรียบร้อยครับนาย หลักฐานกล้องวงจรปิดที่คอนโดของคุณอิงดาวถูกลบออกทั้งหมดแล้ว ไม่มีร่องรอยสาวมาถึงที่นี่ได้แน่นอนครับ” พยัคฆ์วางแฟลชไดรฟ์ลงบนโต๊ะ

“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องรายงานครับ”

จอมทัพเลิกคิ้ว “เรื่องอะไร?”

“ตอนที่ผมกำลังดึงข้อมูล มีผู้หญิงคนหนึ่งจับได้เธอชื่อ นลิน เป็นผู้ช่วยของคุณอิงดาว เธอค่อนข้างดื้อรั้นและใจกล้ามาก เธอขู่จะแจ้งตำรวจ และตอนที่ผมขับรถออกมา เธอแอบถ่ายรูปทะเบียนรถของผมไว้ครับ” พยัคฆ์รายงานตามความจริง ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท

จอมทัพนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เดาทางยาก “นลิน เพื่อนสนิทของอิงดาวสินะ ผู้หญิงประเภทเดียวกันดื้อรั้นและไม่ยอมคน แล้วนายจัดการยังไง? ปล่อยให้เธอถ่ายรูปไปเฉยๆ งั้นเหรอ?”

“ครับนายผมเห็นว่าเธอไม่มีอิทธิพลมากพอจะทำอะไรเราได้ และการปล่อยให้โลกภายนอกมีความหวังเล็กๆ น้อยๆ อาจจะทำให้เกมนี้น่าสนุกขึ้นครับ” พยัคฆ์ตอบพลางสบสายตากับเจ้านาย

“ดี” จอมทัพพยักหน้า

“ปล่อยให้พวกนั้นตามหาไป ยิ่งพวกนั้นดิ้นรน อิงดาวก็จะยิ่งรู้ซึ้งว่าไม่มีใครหน้าไหนช่วยเธอออกไปจากกรงของฉันได้ แต่อย่าให้พวกนั้นเข้าใกล้รั้วคฤหาสน์เด็ดขาด ทำหน้าที่ผู้คุมประตูให้ดีพยัคฆ์อย่าให้หมากตัวไหนหลุดเข้ามาในกระดานของฉัน”

ตกเย็น แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว คฤหาสน์สิงหราชถูกจุดไฟสว่างไสว จอมทัพเดินกลับเข้ามาในตึกนอน แผ่นหลังกว้างเหยียดตรง ท่าทางเหนื่อยล้าจากงานแต่แววตากลับเป็นประกายวาววับเมื่อนึกถึง ‘ดวงดาว’ ที่เขาขังไว้ในห้องนอนชั้นบน

เขาเปิดประตูห้องนอนเข้าไปช้าๆ พบว่าภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากดวงจันทร์ภายนอกที่สาดส่องผ่านกระจกนิรภัยเข้ามา อิงดาวนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โยกริมหน้าต่าง เธอยังคงสวมชุดเดรสยาวสีครีมที่มิดชิด ใบหน้าสวยเบือนมองออกไปข้างนอกราวกับไม่ได้ยินเสียงประตูเปิด

จอมทัพเดินเข้าประชิดตัวเธอจากด้านหลัง เขาโน้มตัวลงมา กางแขนกักตัวเธอไว้กับเก้าอี้ กลิ่นน้ำหอมบุรุษที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูกหญิงสาวจนเธอแอบเม้มปากแน่น

“ประชดฉันด้วยการไม่กินข้าวซะด้วยอยากลองดีกับกฎข้อที่ 1 หรือไงอิงดาว?” เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบข้างหู มือหนาเอื้อมไปลูบไล้ที่ลำคอระหงส์เบาๆ

อิงดาวไม่หนีและไม่ขัดขืนตามกฎข้อที่ 2 แต่เธอค่อยๆ หันใบหน้ากลับมาสบตากับเขา ดวงตาของเธอเรียบนิ่งไม่มีแววตื่นตระหนกเหมือนเมื่อวาน มีเพียงความเย็นชาที่กรีดลึก

“ฉันไม่ได้ประชดค่ะ ฉันแค่ไม่มีอารมณ์จะกินอาหารรสชาติหรูหราในคุก”

 “คุกที่สวยที่สุดในโลก และมีฉันเป็นผู้คุม เธอน่าจะภูมิใจนะ” จอมทัพเชยคางเธอขึ้นมา บดเบียดริมฝีปากลงไปแผ่วเบาคล้ายการหยั่งเชิง ทว่าอิงดาวกลับนั่งนิ่งปล่อยให้เขาตักตวงความหวานไปโดยไม่มีการตอบสนองใดๆ ร่างกายของเธอนิ่งราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต

จอมทัพถอนริมฝีปากออก หรี่ตามองเธอด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

“นิ่งเป็นหินแบบนี้ คิดว่าจะประท้วงฉันสำเร็จงั้นเหรอ?”

“ฉันทำตามกฎของคุณทุกข้อแล้วไงคะคุณจอมทัพ ไม่โกหก ไม่หนี และไม่ปฏิเสธสัมผัสของคุณ” อิงดาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามือขวาของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้ชายกระโปรงยาว กำลังกำส้อมเงินที่แอบซ่อนไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว

เธอกำลังรอรอให้เขาย่ามใจและโน้มตัวลงมาลึกกว่านี้ ความเงียบของเธอในตอนนี้ไม่ใช่การยอมจำนน แต่มันคือคมมีดที่ซ่อนอยู่ในเงาขมุกขมัว พร้อมที่จะกรีดเนื้อเสือร้ายตัวนี้ทันทีที่มีโอกาส เกมระหว่างมาเฟียคลั่งรักกับดีไซเนอร์สาวพยศกำลังยกระดับจากสงครามร่างกาย สู่สงครามประสาทที่เต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต!

เสียงปิดประตูบานหนาที่ดังปังตามหลังร่างสูงใหญ่ของจอมทัพ ไม่ต่างอะไรจากเสียงสัญญาณเตือนภัยที่บอกให้อิงดาวรู้ว่า สงครามประสาทในคฤหาสน์สิงหราชแห่งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

ดีไซเนอร์สาวผู้ทระนงยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โยกริมหน้าต่าง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววตื่นตระหนกบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบและเย็นชาจนน่ากลัว ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงบวมเจ่อและคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายครามของบุหรี่ผสมวิสกี้นั้นเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เธอใช้หลังมือเช็ดมันแรงๆ ราวกับต้องการลบรอยสัมผัสอันป่าเถื่อนที่เขาเพิ่งทิ้งไว้เมื่อครู่ ทว่ายิ่งลบความร้อนผ่าวที่ใจกลางกายนก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นจนเธอต้องขบกรามแน่นด้วยความขยะแขยงตัวเอง

"คิดจะใช้ร่างกายบีบบังคับให้ฉันสยบงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ จอมทัพ" เธอพึมพำกับความว่างเปล่า นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งความพยศ

เธอมองเห็นความหงุดหงิดในดวงตาคมกริบคู่นั้นก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าเดินจากไป แผนการ 'นิ่งประชดกรงขัง' ของเธอได้ผล เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ร่างกายที่ยอมจำนนตามกฎ แต่ตัวร้ายอย่างเขากระหายที่จะเห็นเธอร้องอ้อนวอน ขัดขืน หรือตอบสนองด้วยความเสน่หา และการที่เธอเลือกที่จะทำตัวเป็นเพียงตุ๊กตาไร้ชีวิตในอ้อมกอดของเขา มันคือการตบหน้ามาเฟียผู้ไม่เคยแพ้ใครได้อย่างเจ็บแสบที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป