บทที่ 12 กฎข้อที่ไม่มีในสัญญา (1)

กฎข้อที่ไม่มีในสัญญา

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบาๆ สามครั้งดึงให้อิงดาวหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกช้าๆ ปรากฏร่างของหญิงสูงวัยในชุดแม่บ้านเรียบร้อยสะอาดตา ใบหน้าโอบอ้อมอารีแฝงไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอเข็นรถอาหารคันเล็กที่มีถุงน้ำเกลือและชามข้าวต้มกุ้งส่งกลิ่นหอมฉุยเข้ามาภายในห้อง

"คุณอิงดาวคะ ป้าอุ่นเองค่ะ" หญิงสูงวัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับกลัวว่าเสียงของตนจะทำให้เหยื่อตัวน้อยในกรงทองแห่งนี้ตื่นตระหนก

อิงดาวเบือนสายตากลับมามอง ชามข้าวต้มที่ส่งควันกรุ่นทำให้ท้องที่ว่างเปล่ามาตั้งแต่เมื่อวานส่งเสียงประท้วงขึ้นมาทันที เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่โง่ที่สุดคือการอดข้าวประชดจนร่างกายอ่อนแอ หากเธอไม่มีแรง เธอก็จะไม่มีทางสู้รบตบมือกับคนใจร้ายอย่างจอมทัพได้เลย ร่างบางจึงค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นจากเก้าอี้โยก แม้ความเจ็บร้าวที่กึ่งกลางกายจะยังคงแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องลอบสูดหายใจเข้าลึก

"ขอบคุณค่ะป้าอุ่น" อิงดาวเอ่ยน้ำเสียงเรียบ แต่ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนที่ใช้กับคนอื่น

ป้าอุ่นรีบเข้ามาช่วยประคองร่างบางให้นั่งลงที่โต๊ะอาหารเล็กๆ มุมห้อง สายตาของหัวหน้าแม่บ้านเหลือบไปเห็นรอยจ้ำสีกุหลาบเข้มจนเกือบม่วงที่กระจายอยู่รอบลำคอระหงและเนินอกที่โผล่พ้นคอเสื้อเดรสสีครีม ป้าอุ่นได้แต่ลอบถอนหายใจยาวด้วยความสงสารและหนักใจ

"ทานเสียหน่อยนะคะคุณอิงดาว ข้าวต้มกำลังร้อนๆ เลยค่ะ คุณจอมทัพเธอสั่งไว้ บอกว่าถ้าคุณอิงดาวไม่ยอมทาน ป้าคงต้องโดนหักเงินเดือนแน่ๆ" ป้าอุ่นแกล้งพูดติดตลกเพื่อทำลายความตึงเครียด

อิงดาวแค่นยิ้มสมเพช "เขาเก่งเรื่องขู่และบีบบังคับคนอื่นอยู่แล้วค่ะป้า ไม่ต้องเอาป้ามาอ้างหรอก" ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่มือเรียวก็หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปากช้าๆ

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ายอมทานอาหาร ป้าอุ่นก็เริ่มเบาใจ เธอหยิบผ้าสะอาดมาคอยเช็ดโต๊ะและชวนคุยด้วยความเอ็นดู

"คุณอิงดาวอย่าโกรธคุณจอมทัพเลยนะคะ ป้าอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่คุณจอมทัพยังเล็กๆ เห็นเธอมาตั้งแต่ตัวเท่านี้" ป้าอุ่นทำมือประกอบ

"คุณจอมทัพเธอไม่ได้ร้ายกาจแบบนี้กับทุกคนหรอกค่ะ"

คำพูดนั้นทำให้มือที่กำลังถือช้อนของอิงดาวชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอเลือกที่จะไม่แสดงอาการอะไรออกมา

"ตั้งแต่เกิดเรื่องกับคุณนายในอดีต คุณจอมทัพเธอก็กลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่เคยไว้ใจใคร และไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในเรือนหลังนี้เลยแม้แต่คนเดียว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คฤหาสน์หลังนี้เงียบเหงาเหมือนป่าช้า คุณอิงดาวเป็นคนแรกที่คุณจอมทัพพามานะคะ แถมยังสั่งให้ป้าดูแลอย่างดีที่สุด ห้องนอนห้องนี้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น คุณจอมทัพเธอก็เป็นคนเลือกเองทั้งนั้น"

"พามาในฐานะนักโทษน่ะเหรอคะป้า?" อิงดาวสวนกลับเสียงเย็น

"เขาไม่ได้พาฉันมาเพราะความพิศวาสหรือความใจดีหรอกค่ะป้าอุ่น เขาพาฉันมาเพราะเรื่องหนี้สินของพ่อฉัน และเขาก็แค่ต้องการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันเล่นเท่านั้นเอง ป้าไม่ต้องพยายามหาเหตุผลมาทำให้เขาดูเป็นคนดีหรอกค่ะ เพราะสำหรับฉัน เขาคือปีศาจ"

ป้าอุ่นมองสบตาดีไซเนอร์สาว นัยน์ตาของอิงดาวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ทระนงและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ หญิงสูงวัยรู้ดีว่าคำพูดของตนคงไม่สามารถลบล้างความป่าเถื่อนที่จอมทัพกระทำต่อหญิงสาวได้ในวันสองวัน จึงได้แต่ทิ้งท้ายไว้ด้วยความหวังดี

"บางครั้งสิ่งที่เราเห็นมันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดนะคะคุณอิงดาว คนที่สร้างกรงขังคนอื่นไว้ บางทีเขานั่นแหละ ที่อาจจะเป็นคนที่ถูกขังอยู่ข้างในหนาที่สุด"

ป้าอุ่นโค้งตัวให้อย่างสุภาพก่อนจะเข็นรถเปล่าออกไป ทิ้งให้อิงดาวนั่งอยู่กับความเงียบและคำถามที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

 “เรื่องของคุณนายในอดีตงั้นเหรอ? ปมขัดแย้งของครอบครัวสิงหราชคืออะไรกันแน่” ทว่าเธอก็รีบสะบัดหัวไล่ความสงสัยนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว

"ไม่ว่าเขาจะมีปมอะไร มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน! ฉันต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้"

ภายในอาคารสำนักงานส่วนตัวตึกแยกหรูหราโทนสีเข้ม จอมทัพยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่างบานยักษ์ที่มองเห็นตึกนอนที่อิงดาวถูกกักขังอยู่ ในมือของเขาถือแก้วคริสตัลที่บรรจุพรีเมียมวิสกี้สีอำพันเข้ม ใบหน้าคมครามเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและกรุ่นโกรธ

เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของพยัคฆ์ มือขวาคนสนิทเดินเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเช่นทุกวัน

"นายครับ เอกสารสัญญาจำนองหนี้และค้ำประกันฉบับจริงของอรรถพลเรียบร้อยแล้วครับ ทนายเซ็นรับรองโครงสร้างหนี้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงลายเซ็นของผู้รับสภาพหนี้ร่วมครับ" พยัคฆ์ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลหนาให้

จอมทัพรับซองนั้นมาเปิดออก สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขหนี้สินจำนวนมหาศาลที่อรรถพลก่อไว้ ตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้มีความหมายอะไรกับกระเป๋าเงินของตระกูลสิงหราชเลยแม้แต่น้อย เขาสามารถลบมันทิ้งไปได้ในพริบตาหากต้องการ แต่เขาเลือกที่จะใช้มัน เป็นโซ่ตรวนเส้นใหญ่ที่เหนี่ยวรั้ง 'ดวงดาว' ดวงนี้ให้อยู่ในวงโคจรของเขา

"นลินผู้ช่วยของเธอ เป็นยังไงบ้าง" จอมทัพเอ่ยถามเสียงนิ่งโชยควันบุหรี่จางๆ

"เธอยังคงพยายามติดต่อเจ๊พอลล่าและออกตามหาคุณอิงดาวครับนาย ล่าสุดเธอเอาเลขทะเบียนรถของผมไปให้คนสืบ แต่ระบบฐานข้อมูลจดทะเบียนนั้นผมให้สลับเป็นชื่อบริษัทบังหน้าในเครือต่างชาติเรียบร้อยแล้ว ต่อให้สืบจนตายก็เจอแต่ทางตันครับ" พยัคฆ์รายงานอย่างแม่นยำ

"ดีบล็อกทุกเส้นทาง อย่าให้ข่าวเรื่องที่อิงดาวอยู่ที่นี่หลุดออกไปเด็ดขาด โดยเฉพาะฝั่งน่านฟ้า" จอมทัพสั่งเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นเมื่อนึกถึงชื่อศัตรูหมายเลขหนึ่ง

"ฉันจะลงไปหาเธอที่ห้องทำงาน ให้คนเตรียมตัวไว้"

"ครับนาย"

จอมทัพเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เขาหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมา วางเอกสารสัญญาค้ำประกันไว้ตรงกลางโต๊ะ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจ ชัยชนะในค่ำคืนนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง แต่เป็นชัยชนะทางกฎหมายที่เธอจะไม่มีวันดิ้นหลุด

"มาดูสิว่าสัญญาฉบับนี้ จะทำให้ดวงดาวผู้อวดดีจำนนได้แค่ไหน"

ช่วงค่ำของวันเดียวกัน บรรยากาศภายในคฤหาสน์สิงหราชเริ่มถูกความมืดมิดกลืนกิน แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลดวงใหญ่ไม่ได้ช่วยให้ความยะเยือกในห้องทำงานของจอมทัพลดน้อยลงเลย

อิงดาวถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์เดินนำทางลงมาจากห้องนอน นำเธอมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้สลักลายสิงห์คำรามบานยักษ์ ประตูถูกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของจอมทัพที่นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังบุนุ่มหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่เขาปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างแกร่งและรอยข่วนจางๆ ที่เกิดจากฝีมือของเธอเมื่อคืนแรก

"นั่งลงสิ" จอมทัพเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจจนคนฟังรู้สึกอึดอัด

อิงดาวเชิดหน้าเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว สายตาจับจ้องไปที่ซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ตรงหน้า

"นี่คือสัญญาจำนองหนี้และค้ำประกันฉบับใหม่" จอมทัพเลื่อนเอกสารไปตรงหน้าเธอ

"พ่อของเธอเซ็นรับสภาพหนี้และยินยอมมอบสิทธิ์การควบคุมตัวเธอในฐานะตัวประกันผู้รับสภาพหนี้' ให้กับสิงหราชกรุ๊ปอย่างถูกต้องตามกฎหมายตอนนี้ เหลือแค่ลายเซ็นของเธอ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป