บทที่ 3 รอยประทับ (2)

รอยประทับ

อิงดาวพ่นลมหายใจสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงวินาทีที่ถึงจุดสูงสุดพร้อมกับเขา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันนัวเนียในหัว แต่สิ่งหนึ่งที่พุ่งขึ้นมาเหนือความอับอายคือ 'ศักดิ์ศรี'

“แค่วันไนต์สแตนด์ ฉันเป็นคนเลือกเขาเอง เพราะฉะนั้นฉันต้องเป็นคนจบ”

เธอฝืนความเจ็บร้าวที่กึ่งกลางลำตัว ลุกขึ้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสำรอง อิงดาวหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาหนึ่งใบแล้ววางลงบนหมอนใบที่จอมทัพเคยนอน

“ถือว่าเป็นค่าบริการก็แล้วกันนะคุณจอมทัพจะได้ไม่มีใครติดค้างใคร”

ทว่าทันทีที่เปิดประตูออก รอยยิ้มมาดมั่นก็แข็งค้าง

ชายชุดดำร่างยักษ์สองคนยืนขนาบประตูราวกับรูปสลัก พยัคฆ์มือขวาคนสนิทของจอมทัพยืนพิงกำแพงรออยู่ด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก

“จะไปไหนครับคุณอิงดาว”

“ฉันจะกลับบ้าน หลีกทางด้วยค่ะ” อิงดาวเชิดหน้าสู้ แม้ขาจะยังสั่นจากการศึกเมื่อคืน

“คงยังกลับไม่ได้ครับ นายสั่งให้ผมมารับคุณไป พักผ่อนที่อื่น” พยัคฆ์ขยับตัวเพียงนิดเดียว แต่กลับดูคุกคามจนอิงดาวต้องถอยกรูดเข้าไปในห้อง พยัคฆ์เดินเข้ามาหยิบเงินหนึ่งพันบาทบนหมอนขึ้นมาดูแล้วแค่นยิ้ม

“เงินนี่ ผมแนะนำให้คุณเก็บไว้ดีกว่าครับ เพราะต่อจากนี้ ชีวิตคุณจะมีมูลค่าสูงกว่าเงินพันบาทนี้หลายล้านเท่า”

อิงดาวถูกกึ่งลากกึ่งจูงลงมาที่รถลีมูซีนสีดำสนิท ประตูถูกเปิดออกราวกับอ้าปากรอรับเหยื่อ เมื่อเข้ามานั่งในรถที่เย็นเฉียบ เธอพยายามหาโทรศัพท์แต่กลับพบว่ามันถูกยึดไปแล้ว ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจจนน้ำตาเริ่มคลอหน่วย

“คุณบอกฉันมาที เขาต้องการอะไรกันแน่? เราก็แค่มีอะไรกันครั้งเดียว มันควรจะจบไม่ใช่เหรอ”

รถเริ่มเคลื่อนตัวออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง พยัคฆ์หันกลับมามองใบหน้าสวยที่ซีดเผือด เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท

“คืนเดียวของคุณแต่มันคือทั้งชีวิต ในแผนการของนายครับ ต่อจากนี้ผมจะพาคุณไปหาเจ้าของชีวิตที่แท้จริงของคุณ ยินดีต้อนรับสู่กรงสิงหราชครับ อิงดาว”

รถลีมูซีนแล่นหายเข้าไปในถนนส่วนบุคคลที่มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ลับบนเขา ทิ้งไว้เพียงความเงียบและรอยประทับที่ยังคงร้อนผ่าวบนร่างกายของหญิงสาวรอยที่บอกว่าเธอถูกตีตราโดยสิงหราชผู้หิวกระหายเข้าให้แล้ว

 ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและไม้โอ๊คราคาแพง จอมทัพนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังบุนุ่มสายตาคมกริบจ้องมองออกไปที่ประตูบานยักษ์อย่างใจจดใจจ่อ เสียงเข็มนาฬิกาลูกตุ้มที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่ได้ช่วยให้ใจที่ร้อนรุ่มของเขาเย็นลงได้เลย

เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ รสชาติบาดคอช่วยเรียกสติที่กำลังเตลิดกลับมาสู่ปัจจุบัน ทว่าเพียงแค่หลับตา ภาพเหตุการณ์บนเตียงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็ย้อนกลับมาจู่โจมเขาอย่างรุนแรง

ในตอนแรกที่เขาพาเธอมาที่ห้องสวีท จอมทัพตั้งใจเพียงจะใช้เธอเป็นเครื่องมือในการกดดันอรรถพล เขาอยากจะสั่งสอนลูกสาวหัวรั้นของลูกหนี้ให้รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของตระกูลสิงหราช แต่ทว่าทันทีที่ร่างกายเปลือยเปล่าของอิงดาวบดเบียดเข้าหาภายใต้แรงอารมณ์ที่เขามอบให้ กำแพงน้ำแข็งในใจของเขาก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

เขายังจำสัมผัสจากผิวเนื้อนุ่มละมุนที่สั่นสะท้านภายใต้ฝ่ามือของเขาได้ดี กลิ่นหอมกรุ่นที่เหมือนดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกายสาวทำให้เขาขาดสติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในจังหวะที่เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียนแล้วได้ยินเสียงครางเรียกชื่อเขาด้วยความรัญจวนใจ จอมทัพรู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่าเขาไม่ได้แค่ต้องการร่างกายของเธอ

เขาตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง

มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางไฟราคะ เป็นความหลงใหลที่รุนแรงจนเขาเองก็นึกกลัว เขาอยากจะโอบกอดเธอไว้ให้แน่นที่สุด อยากจะอ่อนโยนกับเธอเหมือนดั่งสมบัติล้ำค่า แต่ทว่าจอมทัพที่เติบโตมาในโลกของอำนาจและการแย่งชิง กลับไม่รู้วิธีที่จะ รักใครอย่างถูกต้อง เขาไม่เคยต้องอ้อนวอนใคร และไม่เคยต้องขอร้องใครเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

ในตอนที่เขามองดูเธอหลับไหลหลังจากบทรักที่ดุดันสิ้นสุดลง ใจหนึ่งเขาอยากจะสารภาพความจริงว่าเขาเฝ้ามองเธอมานานแค่ไหน แต่อีกใจที่เต็มไปด้วยทิฐิกลับบอกว่า ผู้หญิงอย่างอิงดาวจะไม่มีวันยอมอยู่กับผู้ชายที่ใช้วิธีสกปรกเพื่อเข้าหาเธอแน่

จอมทัพกระแทกแก้ววิสกี้นั้นลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังปัง เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน

“ถ้าฉันปล่อยเธอไป เธอคงจะลืมฉันไปในวินาทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง” เขาพึมพำกับความว่างเปล่าด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

ความขัดแย้งในใจเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่งอยากจะรัก แต่อีกใจกลับสั่งให้ขัง เขาเลือกใช้หนี้สินและกำลังเป็นเครื่องมือเหนี่ยวรั้ง เพราะมันคือวิธีเดียวที่เขามั่นใจว่าจะทำให้เธอยังคงอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา ต่อให้เธอจะเกลียดเขา ต่อให้เธอจะมองว่าเขาคือปีศาจ แต่นั่นก็ยังดีกว่าการที่เขาต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าในชีวิตของเธอ

เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดที่หน้ามุขคฤหาสน์ทำให้จอมทัพลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ เขาจัดเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาและไร้ความรู้สึกเหมือนเดิมเพื่อปกปิดความอ่อนแอที่เรียกว่าความรักไว้ภายใต้หน้ากากมาเฟียจอมบงการ

“มาแล้วสินะ ดวงดาวของฉัน”

จอมทัพเดินไปยืนที่หน้าต่าง มองลงไปเห็นพยัคฆ์กำลังเปิดประตูรถลีมูซีนและประคองอิงดาวที่ดูตื่นตระหนกลงมา หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด แต่มือหนากลับกำเข้าหากันแน่น

เขาจะขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้จะใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อพันธนาการเธอไว้ แม้จะรู้ดีว่าวิธีนี้อาจจะทำให้ดวงดาวดวงนี้ต้องหม่นแสงลงไปบ้าง แต่เขาก็ยอมยอมให้เธอเกลียดชังเขาชั่วชีวิต ดีกว่าต้องสูญเสียเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

เพราะสำหรับจอมทัพแล้ว อิงดาวไม่ใช่แค่ลูกหนี้ ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่เธอคือเจ้าของหัวใจ ที่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป