บทที่ 5 พยศ

พยศ

มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นอย่างแรง บังคับให้เธอหันมาสบตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความทะเยอทะยานและแรงอารมณ์ที่ยังไม่ดับมอด อิงดาวมองเห็นความสะใจที่ซ่อนอยู่ในแววตาเย็นชาคู่นั้น เธอยืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด ความใกล้ชิดในห้องที่เงียบสนิททำให้เธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวด้วยความกลัวผสมผสานกับความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อยากยอมรับ

“คืนนั้นฉันจะถือว่ามันคือโบนัสที่คุณเต็มใจหยิบยื่นให้ฉันเอง เพื่อเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เร้าใจ” เขาพูดช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวอยู่ข้างหูจนเธอขนลุกชัน

“แต่ต่อจากนี้ไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือการใช้หนี้ และหน้าที่ของเธอในกรงสิงหราชแห่งนี้ คือทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง จนกว่าฉันจะพอใจ”

นิ้วหัวแม่มือของเขาคลึงที่ริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ราวกับจะย้ำเตือนถึงสัมผัสที่เธอได้รับเมื่อคืน อิงดาวเม้มปากแน่น พยายามจะขัดขืนแต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรง เธอรู้ดีว่าคำว่า ‘จนกว่าจะพอใจ’ ของผู้ชายคนนี้อาจหมายถึงทั้งชีวิตของเธอ

“จำใส่สมองไว้ด้วยอิงดาว ในบ้านหลังนี้ ฉันคือพระเจ้า และเธอคือของเล่นที่ฉันซื้อมาแพงที่สุด”

จอมทัพทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้พร้อมกับแรงบีบที่คางก่อนจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เขาส่งสัญญาณให้พยัคฆ์พาเธอไปที่ห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้ กรงทองเปิดต้อนรับเธอแล้ว และอิงดาวก็รู้ดีว่าไม่มีทางที่เธอจะหนีพ้นพันธนาการที่ถูกผูกด้วยสายเลือดและราคะครั้งนี้ได้เลย

 ความเงียบเชียบภายในคฤหาสน์สิงหราชนั้นช่างน่ากลัวพอๆ กับความกริ่งเกรงที่ผู้อยู่อาศัยมีต่อเจ้าของบ้าน อิงดาวลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงขนาดคิงไซส์ที่บุด้วยผ้าไหมชั้นเลิศ

กลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มราคาแพงและเครื่องหอมจางๆ อบอวลไปทั่วห้องนอนที่ถูกตกแต่งในสไตล์คลาสสิกหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ไม้สลักลายสีทองและโคมไฟระย้าคริสตัลที่ห้อยระย้าจากเพดานควรจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยาย แต่น่าเสียดายที่ในความเป็นจริง เธอไม่ต่างอะไรจากนกปีกหักที่ถูกขังไว้ในกรงทอง

ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง ความรู้สึกปวดร้าวจากกิจกรรมเร่าร้อนเมื่อคืนยังคงย้ำเตือนอยู่ที่กึ่งกลางกายและแผ่นหลัง เธอเดินตรงไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นสวนสวยและสระว่ายน้ำด้านล่าง อิงดาวพยายามจะผลักมันออกเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ แต่ทว่ามือเรียวกลับสัมผัสได้เพียงความเย็นเฉียบของกระจกนิรภัยหนาพิเศษที่ถูกล็อกตายจากด้านนอกอย่างไร้ทางแก้

“ไอ้คนบ้าอำนาจ คุณขังฉันไว้จริงๆ สินะ”

เธอกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างพินิจพิเคราะห์ ทุกซอกทุกมุมถูกออกแบบมาอย่างดีเยี่ยมเพื่อความสะดวกสบาย แต่มันคือการออกแบบที่ปราศจากอิสรภาพ ประตูห้องพักไม้โอ๊คบานใหญ่ไม่มีแม้แต่ลูกบิดที่ฝั่งด้านใน มีเพียงช่องเปิดเล็กๆ ตรงระดับสายตาและช่องส่งอาหารที่สะท้อนถึงสถานะนักโทษของเธอได้อย่างชัดเจน

ดีไซเนอร์สาวผู้ทระนงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากลางห้อง ความมั่นใจที่เคยสวมใส่เหมือนชุดเกราะบัดนี้เริ่มร้าวราน เธอคิดถึงแบรนด์เสื้อผ้าของเธอ คิดถึงงานที่ค้างไว้ และที่สำคัญที่สุด

เธอคิดถึงความจริงที่ว่าเธอถูกพ่อแท้ๆ ขายทิ้งเพื่อแลกกับหนี้พนัน ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยเลือดเนื้อเชื้อไขทำให้อิงดาวขอบตาร้อนผ่าว แต่น้ำตาคือสิ่งสุดท้ายที่เธอจะยอมเสียให้กับสถานการณ์นี้

“ถ้าคิดว่าการขังฉันไว้ในห้องสวยๆ แบบนี้จะทำให้ฉันยอมสยบ คุณคิดผิดแล้วจอมทัพ”

สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของพรานสาว เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง อิงดาวเริ่มสำรวจสิ่งของภายในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธหรือเครื่องมือในการหนีได้ เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบแจกันเซรามิกเนื้อดีขึ้นมาพิจารณาน้ำหนักของมันในมือ

ก่อนจะไปหยุดที่เชิงเทียนโลหะหนักๆ ที่วางประดับอยู่ ในหัวของเธอเริ่มร่างแผนการหนีอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าการใช้กำลังบุกฝ่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบคนออกไปตรงๆ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องใช้สิ่งที่เป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของเธอ นั่นคือมารยาและไหวพริบ

อิงดาวเริ่มเดินสำรวจจังหวะเวลา เธอหูไวเท่าความคิดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ เดินมาหยุดที่หน้าประตูพร้อมเสียงกระทบกันของถาดอาหารที่ทำจากเงิน

“นั่นป้าอุ่นใช่ไหมคะ” เธอแสร้งดัดเสียงให้ดูอ่อนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางล้มตัวลงนอนคุดคู้บนพื้นพรมข้างเตียง ปล่อยผมเผ้าให้กระเซิงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของคนที่กำลังจะขาดใจ

ความพยศในใจสั่งให้เธอสู้ แม้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม อิงดาวกุมท้องตัวเองแน่น แสร้งบิดกายไปมาด้วยความเจ็บปวด เสียงหัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตื่นเต้น แผนการขั้นที่หนึ่งเริ่มต้นขึ้นแล้ว เธอจะทำให้คนในบ้านนี้เปิดประตูออกมา และเมื่อนั้น เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ก้าวพ้นธรณีประตูมรณะนี่ไปเสียที ต่อให้ต้องแลกด้วยการลงทัณฑ์ที่รุนแรงกว่าเดิม เธอก็พร้อมจะเสี่ยง ดีกว่าต้องนั่งรอให้ เจ้าของชีวิตเดินเข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากร่างกายเธอตามใจชอบเหมือนที่เขาประกาศไว้!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป