บทที่ 6 พยศ (2)
พยศ
เวลาผ่านไปราวสิบนาทีที่อิงดาวนอนขดตัวอยู่บนพื้นพรมข้างเตียง เธอพยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้ดูสั้นและหอบรัว ราวกับคนที่มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มือเรียวข้างหนึ่งกุมท้องตัวเองแน่น ส่วนอีกข้างแอบซ่อนแจกันเซรามิกเนื้อหนาไว้ใต้ชายผ้าห่มที่จงใจลากลงมากองบนพื้น เธอรู้ดีว่าในคฤหาสน์ที่เข้มงวดแห่งนี้ ความเมตตาของคนรับใช้อาจเป็นช่องโหว่เดียวที่เธอมี
เสียงปลดล็อคประตูดังกริ๊กแผ่วเบา ตามมาด้วยเสียงบานประตูที่เปิดออกช้าๆ
“คุณอิงดาวคะ ป้าเอาอาหารกลางวันมาให้” เสียงของ ป้าอุ่น ขาดห้วงไปทันทีเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวนอนสลบไสลอยู่อย่างผิดปกติ
“ตายแล้ว! คุณอิงดาว! เป็นอะไรไปคะลูก!”
เสียงวางถาดอาหารดังโครมครามตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนวิ่งเข้ามาหา อิงดาวหลับตาพริ้ม แสร้งบีบคั้นหยาดน้ำตาให้คลอเบ้าพร้อมกับส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ
“ป้า อิงปวดท้อง ปวดจนหายใจไม่ออก”
“ใจเย็นๆ นะคะ เดี๋ยวป้าเรียกคนมาช่วย!” ป้าอุ่นหน้าเสีย รีบประคองไหล่บางขึ้นมา อิงดาวอาศัยจังหวะนั้นรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี มือที่ซ่อนแจกันอยู่เริ่มขยับ นิ้วเรียวเกร็งแน่นเตรียมจะฟาดลงไปที่ต้นคอของหญิงชราเพื่อทำให้หมดสติชั่วคราว เธอรู้สึกผิดในใจ แต่ความกระหายอิสรภาพมันมีมากกว่า
ทว่าในวินาทีที่เธอเตรียมจะลงมือ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและมั่นคงกว่าเดิมก็ดังขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องจนอิงดาวรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
“เกิดอะไรขึ้นป้าอุ่น” น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของ จอมทัพ ดังขึ้น ทำให้อิงดาวชะงักมือไปโดยสัญชาตญาณ
“คุณจอมทัพ! แย่แล้วค่ะ คุณอิงดาวเธอเป็นอะไรไม่ทราบ นอนปวดท้องจนหน้าซีดไปหมดแล้วค่ะ” ป้าอุ่นรีบหันไปรายงานเจ้าของบ้านด้วยท่าทางลนลาน
จอมทัพเดินเข้ามาในห้องช้าๆ เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะที่กดดันใจคนฟัง เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอิงดาวที่ยังคงแสร้งหลับตานิ่ง เขาหรี่ตามองภาพตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่มีความตื่นตระหนกหรือความห่วงใยปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม มีเพียงความนิ่งสงบที่เดาทางไม่ออก
“ปวดท้องงั้นเหรอ” เขาพูดซ้ำช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมานั่งยันเข่าข้างหนึ่งกับพื้นพรม มือหนาเอื้อมมาลูบที่เส้นผมของอิงดาวเบาๆ ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำให้อิงดาวรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นปราดไปทั่วร่าง
“ออกไปก่อนป้าอุ่น เดี๋ยวผมจัดการเอง”
“แต่คุณอิงดาวดูท่าทางจะไม่ไหว”
“ผมบอกให้ออกไปไงครับ” จอมทัพเน้นเสียงเข้มจนป้าอุ่นต้องรีบก้มหน้าและถอยออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้อิงดาวอยู่กับเสือร้ายเพียงลำพัง
ทันทีที่ประตูถูกปิดลง จอมทัพก็เลิกแสดงละคร เขาใช้มือหนาบีบคางมนของอิงดาวให้เชิดขึ้นแรงๆ จนเธอต้องจำใจลืมตาขึ้นมาจ้องมองดวงตาคมกริบสีนิลที่ดูเหมือนจะมองทะลุเห็นทุกอย่าง
“เล่นละครลิงอะไรอยู่เหรออิงดาว หรือว่างานดีไซน์เนอร์มันไม่รุ่ง เลยอยากลองเปลี่ยนสายมาเป็นนักแสดงดูบ้าง”
“ปล่อยฉัน! ฉันปวดท้องจริงๆ นะ!” อิงดาวพยายามขัดขืนแต่กลับถูกเขากดร่างลงกับพื้นพรมหนักกว่าเดิม
จอมทัพแค่นยิ้มร้ายกาจ เขาใช้มืออีกข้างคว้าแจกันที่เธอซ่อนไว้ใต้อาภรณ์ออกมาอย่างง่ายดาย แล้ววางมันลงบนพื้นข้างตัวอย่างใจเย็น
“หน้าเธอแดงก่ำเพราะความโกรธขนาดนี้ แถมเหงื่อที่ออกก็ไม่ใช่เหงื่อของคนป่วย แต่เป็นเหงื่อของคนที่จะฆ่าคน คิดจะฟาดป้าอุ่นแล้วหนีงั้นเหรอ? เธอนี่มันใจคอคับแคบกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ”
“ใช่! ฉันจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้ไปพ้นจากไอ้บ้านรกนี่! คุณมันคนบ้าอำนาจ ขังฉันไว้แบบนี้มันก็แค่อาชญากรหน้าโง่!” อิงดาวระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อรู้ว่าแผนแตก เธอพยายามจะลุกขึ้นสู้และวิ่งไปที่ประตูที่ยังปิดไม่สนิท แต่จอมทัพกลับไวกว่า เขาคว้าเอวบางไว้แล้วเหวี่ยงเธอขึ้นไปบนเตียงกว้างอย่างแรงจนเธอจุก
“หน้าโง่งั้นเหรอ?” จอมทัพตามขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้ทันที แขนแกร่งทั้งสองข้างยันเตียงไว้กักขังเธอไว้ภายใต้อาณัติ
“ในโลกของฉันไม่มีใครเรียกฉันแบบนั้นแล้วรอดไปได้อิงดาว โดยเฉพาะผู้หญิงที่ฉันอุตส่าห์ จ่ายเงินซื้อมาแพงขนาดนี้”
อิงดาวหอบหายใจรัวแรง หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงปะทะกับแผงอกแกร่งของเขา ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้ความทรงจำวาบหวามเมื่อคืนหวนกลับมาจู่โจมเธออีกครั้ง เธอพยายามจะผลักเขาออกแต่แรงของเธอมันช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับพละกำลังของชายหนุ่ม
“คุณจะทำอะไร” เธอถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ก็จะสอนให้รู้ไงว่า คนป่วยน่ะเขาต้องโดน ฉีดยาแบบไหนถึงจะหายพยศ!”
จอมทัพโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งสันชนกับจมูกของเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความโหยหาที่ดุดัน อิงดาวรู้ดีว่าวินาทีต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น และเธอรู้ดีว่ากรงทองแห่งนี้ กำลังจะกลายเป็นสนามรบที่เธอไม่มีวันชนะตราบเท่าที่เขายังคงกุมหัวใจและร่างกายของเธอไว้แบบนี้
