บทที่ 7 พยศ (3) 18+
พยศ 18+
บรรยากาศในห้องนอนที่เคยหรูหรากลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความปรารถนาและความโกรธแค้น อิงดาวถูกตรึงไว้กับผืนเตียงนุ่มด้วยร่างกายกำยำของจอมทัพที่โถมทับลงมา ข้อมือทั้งสองข้างของเธอถูกรวบไว้ด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวเหนือศีรษะ แรงบีบที่ข้อมือย้ำเตือนให้รู้ว่าเธอไม่มีทางดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ได้
“ปล่อยนะ! คุณมันคนสารเลว!” เธอแผดเสียงด่าทอ ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ปากเก่งนักน งั้นมาดูสิว่าถ้าโดนปิดปากด้วยวิธีของฉัน เธอจะยังเก่งอยู่ไหม” จอมทัพไม่รอช้า เขาฉกวูบลงมาบดจูบที่ริมฝีปากอิ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบที่อ้อนวอนหรือขออนุญาต แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยการสั่งสอนและลงทัณฑ์ เขาบดคลึงและรุกรานจนอิงดาวแทบหายใจไม่ทัน รสชาติของความดื้อรั้นที่ผสมปนเปไปกับความเร่าร้อนทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่างของทั้งคู่
จอมทัพละจากริมฝีปากที่บวมช้ำลงมายังซอกคอขาวเนียน เขาขบเม้มและฝากรอยรักสีกุหลาบซ้ำลงไปที่เดิมราวกับต้องการจะย้ำเตือนความเป็นเจ้าของ มืออีกข้างที่ว่างอยู่เริ่มรุกล้ำเข้าไปใต้ชายเสื้อเชิ้ตเนื้อบาง ลูบไล้ผิวเนียนละเอียดขึ้นมาจนถึงทรวงอกอิ่มที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่หอบรัว ปลายนิ้วร้ายกาจเริ่มบดคลึงเม็ดละมุด สีหวานที่ตั้งชันชูชันสู้มืออย่างจงใจ
“อื้อ จอมทัพ อย่า” อิงดาวครางประท้วงในลำคอ แต่ร่างกายกลับสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้เมื่อถูกปลุกปั่นจุดอ่อนไหว ความรู้สึกวาบหวามกึ่งกลางกายที่เขาเคยเคี่ยวเข็ญเมื่อคืนเริ่มกลับมาจู่โจมเธออีกครั้ง เธอเกลียดตัวเองที่พยายามจะผลักไสแต่ลึกๆ กลับโหยหาสัมผัสที่รุนแรงและดิบเถื่อนนี้
เขากระชากเสื้อเชิ้ตของเธอออกจนกระดุมกระเด็นไปคนละทิศทาง เผยให้เห็นเรือนร่างที่งดงามราวกับประติมากรรมชั้นเลิศ จอมทัพจ้องมองผลงานของเขาด้วยสายตาพึงพอใจ ก่อนจะก้มลงไปครอบครองยอดอกด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว อิงดาวแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว เล็บคมจิกลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวนใจที่เอ่อล้น
บทลงโทษเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังเมื่อเขาจัดการสลัดอาภรณ์ที่เกะกะออกจนหมดสิ้น ความเป็นชายที่แข็งขืนเป็น แท่งร้อน ขนาดมหึมาบดเบียดเข้ากับต้นขาเนียนเย้ายวน จอมทัพไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาแยกเรียวขาสวยออกจากกันก่อนจะแทรกตัวเข้าสู่ ร่องหวาน ที่เริ่มฉ่ำชื้นไปด้วยน้ำหวานแห่งความปรารถนา
“อ๊ะ!” อิงดาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อความแข็งแกร่งรุกรานเข้ามาอย่างหนักแน่น
จังหวะที่เขาสอดประสานร่างกายเข้าหา มันคือการประกาศชัยชนะเหนือความพยศของเธอ ทุกครั้งที่ แท่งร้อน กระแทกกระทั้นลงไปใน ร่องหวาน ที่คับแน่น มันสร้างความซ่านสยิวจนเธอต้องเชิดหน้าครางกระเส่า เสียงเตียงไม้ลั่นประท้วงสลับกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมไปทั่วห้องนอนที่ปิดตาย จอมทัพตักตวงความหวานจากเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกท่วงท่าที่ดุดันและหนักหน่วง ทำให้เธอรู้ซึ้งว่า ไม่ว่าเธอจะฉลาดหรือเจ้าเล่ห์แค่ไหน เธอก็เป็นได้เพียงเบี้ยล่างบนกระดานหมากที่เขาเป็นคนคุมเกม
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง จอมทัพยังคงคร่อมร่างบางที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่ใต้ร่าง เขาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูที่แดงซ่าน น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยือกจนทำให้อิงดาวต้องสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“ในเมื่อเธออยากลองดีนัก ฉันก็จะให้กฎเหล็ก 3 ข้อสำหรับการอยู่ที่นี่ และถ้าเธอแหกกฎแม้แต่ข้อเดียว ฉันจะลงโทษเธอให้หนักกว่านี้ร้อยเท่า”
เขาชูนิ้วขึ้นตรงหน้าเธอขณะที่สายตายังจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาของอิงดาว
“กฎข้อที่ 1 ห้ามโกหก ถ้าฉันจับได้ว่าเธอแกล้งป่วยหรือหลอกลวงฉันอีก ฉันจะทำให้เธอต้องนอนซมอยู่บนเตียงนี้จริงๆ ไปสามวันเจ็ดวัน จนไม่มีแรงแม้แต่จะคลานออกไปจากห้องนี้”
“กฎข้อที่ 2 ห้ามปฏิเสธสัมผัสจากฉัน จอมทัพลูบไล้ไปที่แก้วเนียนเบาๆ แต่กลับให้ความรู้สึกคุกคาม ไม่ว่าเวลาไหนหรือที่ไหน ถ้าฉันต้องการ ร่างกายของเธอต้องพร้อมตอบรับ เพราะเธอไม่มีสิทธิ์ในตัวเองอีกต่อไปแล้ว ร่างกายนี้มันติดจำนองอยู่กับฉัน!”
“กฎข้อที่ 3 ห้ามคิดหนี สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความน่ากลัว ถ้าเธอหายไปแม้แต่ก้าวเดียวจากรั้วบ้านสิงหราช คนที่ต้องรับผิดชอบคือพ่อของเธอ ฉันจะทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ได้ออกมาเห็นหน้าเธออีกจนวันตาย”
เขาก้มลงจูบที่หน้าผากเธออย่างแสนรักทว่ากักขัง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงและสวมเสื้อผ้าด้วยท่าทางนิ่งสงบ ทิ้งให้อิงดาวนอนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางซากอารมณ์ที่ยังไม่จางหาย
“จำกฎของฉันให้ขึ้นใจอิงดาว เพราะนี่คือกรงที่สวยงามที่สุดที่เธอจะได้อยู่ไปตลอดชีวิต”
เสียงล็อกประตูดังคลิกเตือนสติเป็นครั้งสุดท้าย อิงดาวซุกหน้าลงกับหมอน ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ทั้งความโกรธ ความเกลียด และความหวั่นไหวที่น่าขยะแขยงในใจ มันทำให้เธอรู้ว่า เกมพยศครั้งนี้ เธอพ่ายแพ้อย่างราบคาบ และเธอกำลังจะกลายเป็น ทาสในอาณาจักรของสิงห์ร้ายคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
