บทที่ 9 โลกที่หายไป (1)

โลกที่หายไป

เสียงข้อความไลน์เด้งขึ้นมา เจ๊พอลล่ารีบกดดูด้วยความหวัง แต่กลับพบว่าเป็นข้อความสั้นๆ จากเบอร์ของอิงดาว

’เจ๊พอลล่าคะ อิงดาวรู้สึกเครียดๆ เลยมาพักร้อนที่ต่างจังหวัดสักพัก ไม่ต้องตามนะคะ แบตจะหมด ขออยู่เงียบๆ คนเดียวค่ะ’

เจ๊พอลล่าหรี่ตาจ้องมองข้อความนั้นอย่างจับผิด นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัว

“ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่สำนวนของยายอิงดาว ปกตินางเรียกตัวเองว่าอิง เฉยๆ ไม่มีคำว่าคะ ค่ะพร่ำเพรื่อแบบนี้แน่ ยายเด็กคนนี้ต่อให้เครียดแค่ไหน ถ้าจะไปพักร้อนต้องทิ้งลายแทงและสั่งงานเจ๊ไว้เป็นตั้ง”

ความลางสังหรณ์บางอย่างที่น่ากลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เจ๊พอลล่านึกย้อนไปถึงคืนวันงาน คืนที่อิงดาวบอกว่าจะไปดื่มต่อกับชายหนุ่มลึกลับที่ชื่อจอมทัพ มาเฟียหนุ่มที่มีข่าวลือหนาหูเรื่องความโหดเหี้ยมและอิทธิพลมืด เจ๊พอลล่าพยายามโทรหาพ่อของอิงดาว แต่อรรถพลก็ปิดเครื่องเช่นกัน โลกทั้งใบของอิงดาวเหมือนถูกตัดขาดไปในชั่วข้ามคืน

“นลิน ใช่ๆ ต้องโทรหายายเลขาหน้าห้องนลิน” เจ๊พอลล่ารีบกดเปลี่ยนสายหา นลิน เพื่อนสนิทควบตำแหน่งผู้ช่วยมือขวาของอิงดาวทันที

“ยัยนลิน! แกอยู่ไหน? ตอนนี้แกต้องไปดูยายอิงดาวที่คอนโดด่วนเลยนะ เจ๊สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแก!”

นลิน หญิงสาวร่างเล็กใบหน้าหวานแต่มีนัยน์ตาเด็ดเดี่ยว รีบลงจากรถแท็กซี่แล้ววิ่งตรงเข้าสู่คอนโดมิเนียมหรูย่านสุขุมวิทซึ่งเป็นที่พักของอิงดาว ทันทีที่ได้รับสายจากเจ๊พอลล่า ใจของเธอก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้ดีว่าอิงดาวรักคอนโดนี้มากและมันคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดของเพื่อน

นลินใช้คีย์การ์ดสำรองที่อิงดาวเคยให้ไว้แตะที่หน้าประตูห้องพักชั้น 24 มือของเธอสั่นเทาจนเกือบจะทำบัตรหลุดมือ ทันทีที่บานประตูเปิดออกช้าๆ ภาพเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของนลินสะดุดกึก

“อิงดาว” นลินอุทานเสียงแผ่วด้วยความตกใจ

สภาพห้องชุดสุดหรูที่เคยถูกจัดแต่งอย่างมีรสนิยมบัดนี้กลับตระหลบอบอวลไปด้วยความวุ่นวาย ข้าวของบนโต๊ะทำงานถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ลิ้นชักตู้เก็บเอกสารสำคัญถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ ราวกับมีคนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เปิดกว้าง เสื้อผ้าบางส่วนถูกกระชากลงมากองกับพื้น ทว่าสิ่งที่หายไปกลับเป็นเอกสารส่วนตัวและกระเป๋าเดินทางใบเล็ก

นลินเดินสำรวจรอบห้องด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ นี่ไม่ใช่ฝีมือของอิงดาวแน่ๆ ร่องรอยการรื้อค้นมันดูเร่งรีบแต่จงใจ และที่สำคัญ ไม่มีร่องรอยของการงัดแงะประตูจากภายนอก แปลว่าคนที่เข้ามาต้องมีกีย์การ์ด หรือไม่ก็เป็นคนที่อิงดาวไว้ใจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้

“พ่อ หรือจะเป็นฝีมือพ่อพล?” นลินพึมพำ นึกถึงพ่อของเพื่อนที่มักจะมาขอเงินและสร้างความเดือดร้อนให้อิงดาวอยู่เสมอ

แต่เมื่อเธอเดินลึกเข้าไปในห้องนอน สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับเศษต่างหูมุกระย้าชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ข้างเตียง มันคือต่างหูที่อิงดาวใส่ในคืนวันแฟชั่นโชว์ นลินก้มลงหยิบมันขึ้นมาพิเคราะห์ รอยช้ำและคราบแป้งที่ติดอยู่บนปลอกหมอนย้ำเตือนว่ามีคนกลับมาที่ห้องนี้หลังจากงานเลิก แต่กลับมาเพื่อลบตัวตนของอิงดาวออกไป นลินกำต่างหูมุกในมือแน่น ความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพื่อนของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย และเธอจะไม่ยอมนั่งอยู่เฉยๆ แน่

นลินตัดสินใจเดินลงมาที่ห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโด เธอตั้งใจจะขอให้เจ้าหน้าที่เปิดกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าใครเข้ามาในห้องของอิงดาวในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ทว่าทันทีที่เธอผลักประตูห้องมอนิเตอร์เข้าไป เธอกลับพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนกำลังนั่งนิ่งเป็นหิน โดยมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มยืนค้ำหัวอยู่

ชายคนนั้นคือ พยัคฆ์ มือขวาของจอมทัพ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาแต่กลับเรียบเฉยราวก้อนหิน แว่นกันแดดสีดำที่เหน็บไว้ที่อกเสื้อไม่ได้ช่วยลดความน่ากลัวในดวงตาคมกริบของเขาเลย ในมือของพยัคฆ์มีแฟลชไดรฟ์ตัวหนึ่งที่เพิ่งถูกดึงออกจากคอมพิวเตอร์หลักของระบบกล้องวงจรปิด

“คุณเป็นใคร ทำอะไรกับกล้องวงจรปิดคฤหาสน์นี้” นลินโพล่งขึ้นมา สัญชาตญาณบอกเธอทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือตัวอันตราย

พยัคฆ์หันมามองนลินช้าๆ สายตาของเขาไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเย็นชาที่ทำให้อากาศในห้องดูลดฮวบลงทันที

“ผมมาจัดการธุระส่วนตัวให้นาย และมันไม่ใช่เรื่องของเด็กฝึกงานอย่างคุณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำตอกกลับมาอย่างไม่ใยดี

“ฉันไม่ใช่เด็กฝึกงาน! ฉันเป็นผู้ช่วยของอิงดาว และห้องของอิงดาวถูกรื้อค้น คุณเกี่ยวอะไรด้วย? ส่งแฟลชไดรฟ์นั่นมานะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!” นลินเดินเข้าประชิดตัวชายหนุ่มร่างยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่เพียงแค่ระดับอกของเขาก็ตาม

พยัคฆ์แค่นยิ้มบางๆ ที่ดูคล้ายการเยาะเย้ย เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดกับนลิน กลิ่นน้ำหอมบุรุษแนวสปอร์ตผสมกลิ่นอายความดุดันโชยเข้าจมูกของหญิงสาว

“แจ้งตำรวจงั้นเหรอ? ลองดูสิครับ ถ้าคุณอยากเห็นแบรนด์ ‘INGDAO’ กลายเป็นแค่ชื่อขยะในหน้าหนังสือพิมพ์วันพรุ่งนี้”

คำขู่ที่เฉียบขาดทำให้นลินชะงัก พยัคฆ์ไม่เสียเวลาคุยต่อ เขาเดินกระแทกไหล่บางออกไปจากห้องควบคุมอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นลินยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ เจ้าหน้าที่คอนโดได้แต่ส่ายหน้าและบอกเธอเสียงสั่นว่า

“ระบบกล้องวงจรปิดของชั้น 24 ถูกลบข้อมูลไปหมดแล้วครับคุณนลิน พวกเราทำอะไรไม่ได้จริงๆ อิทธิพลของเขาใหญ่เกินไป”

นลินไม่ยอมแพ้ ความดื้อรั้นในใจสั่งให้เธอวิ่งตามร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ออกไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน เธอมองเห็นแผ่นหลังกว้างในสูทสีเทากำลังก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังรถยนต์หรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ในโซนวีไอพี

“คิดว่าจะปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือได้งั้นเหรอ ไม่มีทาง!” นลินพึมพำพลางรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกง มือขวาของเธอสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว แต่สติของเธอยังคงทำงานได้ดีเยี่ยม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป