บทที่ 1 ตอนที่ 1 เพลิงแรกแห่งความแค้น

ตอนที่ 1

เพลิงแรกแห่งความแค้น

ลมเย็นยามค่ำพัดผ่านแนวรั้วเหล็กผุกร่อนจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดคล้ายเสียงครางของบางสิ่งที่ถูกขังอยู่ในความมืดมานานหลายปี

เพียงฟ้ายืนอยู่หน้าประตูโรงงานร้างด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าปกติ ดวงตากลมหวานมองผ่านช่องว่างของรั้วเข้าไปด้านใน แสงไฟจากถนนใหญ่ด้านหลังส่องไม่ถึงตัวอาคารเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่กว้าง อาคารนั้นเหลือเพียงโครงสร้างหม่นเทา ผนังบางส่วนดำเป็นคราบเขม่า แม้เวลาจะผ่านมาสิบปีแล้ว แต่กลิ่นไหม้ในความทรงจำของเธอกลับไม่เคยจางหายไปเลยที่นี่คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

จุดเริ่มต้นของคืนที่พ่อของเธอถูกตราหน้าว่าเป็นคนวางเพลิง จุดเริ่มต้นของวันที่ครอบครัวเธอถูกผลักลงไปอยู่ใต้คำพิพากษาของสังคม ก่อนศาลจะมีคำตัดสินเสียอีกและจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องโตขึ้นมาพร้อมคำว่า “ลูกฆาตกร” ติดอยู่บนหน้าผากอย่างไม่มีวันลบออก

เพียงฟ้ากำสายกระเป๋าสะพายแน่น มืออีกข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต หยิบกระดาษแผ่นเล็กที่เธอได้รับเมื่อสามวันก่อนออกมาอ่านอีกครั้ง แม้ตัวหนังสือบนนั้นจะถูกอ่านซ้ำจนแทบฝังอยู่ในหัวใจแล้วก็ตาม

หลักฐานที่ช่วยพ่อของเธอได้ ยังซ่อนอยู่ในที่ที่ไฟเริ่มต้น

ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีที่อยู่ ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม มีเพียงประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้เธอนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน และสุดท้ายก็พาตัวเองกลับมายืนอยู่ตรงหน้าสถานที่ที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่กลับมาเหยียบอีก

หญิงสาวหลับตาลงชั่วครู่ ภาพอดีตผุดขึ้นมาเหมือนเปลวไฟลามกินขอบความทรงจำ เธอเห็นแม่ร้องไห้จนหมดแรง เห็นนักข่าวยื่นไมโครโฟนมาจ่อหน้า เห็นชาญชัยผู้เป็นพ่อถูกตำรวจคุมตัวออกไปท่ามกลางเสียงด่าทอของผู้คน และเห็นตัวเองในวัยสิบแปดยืนอยู่ข้างรั้วบ้านที่ถูกปาหินจนกระจกแตก

เธอจำได้ว่าคืนนั้นเธอกอดแม่แน่นแค่ไหน

จำได้ว่าแม่พูดเสียงสั่นว่า “อย่าเกลียดพ่อนะลูก พ่อของลูกอาจทำผิดบางอย่าง แต่แม่เชื่อว่าเขาไม่ใช่คนฆ่าใคร”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คำพูดของแม่กลายเป็นเชือกเส้นเดียวที่รั้งหัวใจเพียงฟ้าไม่ให้จมลงไปกับความสิ้นหวัง

เธอเก็บกระดาษกลับเข้ากระเป๋า สูดลมหายใจลึก แล้วก้าวไปหาประตูเล็กด้านข้างที่ถูกโซ่คล้องไว้หลวม ๆ เหมือนมีใครบางคนตั้งใจให้มันเปิดได้ง่ายกว่าที่ควรจะเป็น

เพียงฟ้าชะงัก ความผิดปกติเล็กน้อยทำให้เธอหันมองรอบตัว เงาของต้นไม้ใหญ่สั่นไหวตามแรงลม ถนนด้านนอกเงียบเกินไป มีเพียงเสียงรถไกล ๆ จากถนนใหญ่ และเสียงหัวใจของเธอที่ดังชัดจนเหมือนมีใครเคาะอยู่ข้างในอก

“ถ้านี่เป็นกับดัก...” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเม้มริมฝีปากแน่น “อย่างน้อยมันก็อาจเป็นกับดักที่พาฉันเข้าใกล้ความจริงมากกว่าการนั่งรอเฉย ๆ”

เธอผลักประตูเข้าไป เสียงเหล็กฝืดครูดกับพื้นดังยาวในความมืด เพียงฟ้าก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือส่องเป็นวงแคบไปบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยฝุ่น เศษกระจก และใบไม้แห้งที่ปลิวเข้ามาสะสมตามมุมต่าง ๆ

โรงงานเก่าแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการผลิตขนาดใหญ่ มีคนงานหลายร้อยชีวิตหมุนเวียนเข้าออกทุกวัน แต่ตอนนี้มันเหลือเพียงความว่างเปล่า ประตูเหล็กบานใหญ่ขึ้นสนิม เครื่องจักรบางตัวถูกทิ้งไว้ใต้ผ้าคลุมขาดวิ่น และเพดานสูงที่เคยก้องด้วยเสียงการทำงานกลับเงียบงันราวสุสาน

เพียงฟ้าหยุดอยู่กลางโถงกว้าง เธอมองไป            รอบ ๆ ด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในฝันร้าย

สิบปีก่อน พ่อของเธอเคยเป็นวิศวกรประจำที่นี่

สิบปีก่อน พ่อของเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นคนปิดระบบดับเพลิงและจุดไฟเผาโรงงานเพื่อปกปิดการทุจริต

แต่ถ้าข้อความในจดหมายเป็นจริง หากหลักฐานยังอยู่ที่นี่จริง ๆ นั่นหมายความว่ามีคนรู้บางอย่าง และคนนั้นอาจเฝ้าดูเธอมาตลอด

บทถัดไป