บทที่ 11 ตอนที่11 หัวใจหนักอึ้ง

ตอนที่11

หัวใจหนักอึ้ง

ชาญชัยส่ายหน้า น้ำตาไหล “พ่อทำให้ลูกต้องมาถึงจุดนี้เอง”

“ไม่ค่ะ คนที่จุดไฟต่างหากที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้” เพียงฟ้าพูดช้า ๆ “พ่อเคยทำผิด พ่อต้องรับผิดในส่วนนั้น แต่ฟ้าจะไม่ยอมให้คนร้ายตัวจริงใช้ความผิดของพ่อเป็นผ้าคลุมศพความจริงตลอดไป”เสียงประกาศหมดเวลาเยี่ยมดังขึ้น

ชาญชัยรีบพูด “ฟ้า ไม่ว่าลูกตัดสินใจยังไง อย่าเอาชีวิตไปแลก พ่อไม่ต้องการอิสระถ้าต้องแลกกับชีวิตลูก”

เพียงฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา “ฟ้าก็ไม่ต้องการชีวิตที่ต้องอยู่กับคำโกหกไปตลอดเหมือนกันค่ะพ่อ”

เธอวางสายช้า ๆ ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาชาญชัยกลับเข้าไปด้านใน พ่อหันมามองเธอจนสุดทาง สายตานั้นเต็มไปด้วยความรัก ความผิด และความกลัว

เพียงฟ้าเดินออกจากเรือนจำด้วยหัวใจหนักอึ้ง

กันต์ธีร์ยืนรออยู่ใต้เงาต้นไม้ข้างลานจอดรถ

เธอหยุดเดินทันที“คุณตามฉันมา?”

“ฉันส่งคนมาดูแลความปลอดภัยเธอ แต่คิดว่าเธอคงไม่ชอบให้คนแปลกหน้าตามใกล้เกินไป ฉันเลยมาด้วยตัวเอง”

“พูดเหมือนเป็นห่วง”

“พูดเหมือนคนที่ไม่อยากให้พยานสำคัญตายก่อนเรื่องจบ”

เพียงฟ้าหลับตาเล็กน้อย “คุณเคยพูดอะไรที่ไม่ทำให้คนฟังอยากเดินหนีไหมคะ”

“เคย แต่ส่วนใหญ่พูดกับคนที่ฉันไม่เกลียด”

เธอเจ็บ แต่คราวนี้ไม่ตอบโต้ทันที เธอเหนื่อยเกินกว่าจะเสียแรงกับคำพูดของเขา

กันต์ธีร์มองดวงตาแดง ๆ ของเธอ “พ่อเธอบอกอะไร”

“เรื่องของครอบครัวฉัน”

“เรื่องนั้นเกี่ยวกับคดี”

“และคดีนั้นก็เกี่ยวกับชีวิตฉัน ไม่ใช่แค่แฟ้มเอกสารของคุณ”

เขาเงียบไป เพียงฟ้าเดินผ่านเขาไปสองก้าว ก่อนหยุดแล้วพูดโดยไม่หันกลับมา

“ข้อเสนอของคุณยังเหมือนเดิมไหม”

กันต์ธีร์มองแผ่นหลังเธอ “เหมือนเดิม”

“หนึ่งปี”

“หนึ่งปีเหรอ”

“คุณช่วยรักษาบ้านของครอบครัวฉันไม่ให้ถูกยึด”

“ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่ทำได้”

“คุณให้ฉันเข้าถึงเอกสารคดีเก่าและพื้นที่โรงงานก่อนการรื้อถอน”

“ภายใต้การกำกับของฉัน”

เพียงฟ้าหันกลับมา ดวงตายังแดง แต่แววตาแข็งขึ้นกว่าเดิม “และคุณต้องหยุดเรียกพ่อฉันว่าฆาตกรต่อหน้าฉัน จนกว่าคุณจะพิสูจน์ได้ว่าคดีนั้นไม่มีคนจัดฉากจริง ๆ”

กันต์ธีร์นิ่งไป เงื่อนไขนั้นไม่ใช่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องบาดแผล เขาควรปฏิเสธง่าย ๆแต่ดวงตาของเพียงฟ้าในตอนนี้ทำให้คำปฏิเสธติดอยู่ในลำคอ

“ฉันจะไม่รับปากในสิ่งที่ขัดกับความเชื่อของฉัน”

เพียงฟ้ายิ้มเศร้า “งั้นฉันก็คงไม่รับข้อเสนอของคุณ”

เธอหมุนตัวจะเดินไป แต่เสียงของเขาดังขึ้น

“ฉันจะไม่พูดคำนั้นต่อหน้าเธอ ถ้าไม่จำเป็น”

เพียงฟ้าหยุด

มันไม่ใช่คำขอโทษ ไม่ใช่คำสัญญาที่งดงาม แต่สำหรับผู้ชายอย่างกันต์ธีร์ นั่นอาจเป็นการถอยหนึ่งก้าวที่ยากมากแล้ว

เธอหันกลับมาช้า ๆ“ตกลงค่ะ”

กันต์ธีร์มองเธอนิ่ง ๆ “เธอแน่ใจ?”

“ไม่ค่ะ” เพียงฟ้าตอบตรง ๆ “ฉันไม่แน่ใจเลยสักนิด ฉันกลัว ฉันรังเกียจข้อเสนอนี้ และฉันเกลียดที่คุณมีอำนาจบีบให้ฉันต้องยอม แต่ฉันแน่ใจว่าถ้าไม่เดินเข้าไปในกรงของคุณ ฉันจะไม่มีวันรู้ว่าคนที่ถือกุญแจความจริงซ่อนอยู่ตรงไหน”

คำว่า “กรง” ทำให้สายตาของเขาเข้มขึ้น

“ถ้าเธอมองว่ามันเป็นกรง เธอก็ไม่ควรเดินเข้าไป”

“บางครั้งคนเราก็ต้องเดินเข้ากรง เพื่อดูว่ากุญแจถูกซ่อนไว้ข้างในหรือเปล่า”

กันต์ธีร์มองเธอเหมือนกำลังประเมินใหม่อีกครั้ง

เพียงฟ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาคิดว่าจะรับมือได้ง่าย

และบางที นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องควบคุมเธอให้ใกล้ที่สุด

เย็นวันนั้น เพียงฟ้าถูกพาไปยังห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ธีร์ในอาคารสูงกลางเมือง แสงสีทองของพระอาทิตย์ตกสะท้อนกระจกโดยรอบจนห้องทั้งห้องดูเย็นและห่างไกลจากชีวิตจริง โต๊ะทำงานสีเข้มตั้งอยู่กลางห้อง มีเอกสารสัญญาวางรอไว้เรียบร้อย ราวกับทุกอย่างถูกเตรียมไว้ก่อนเธอตัดสินใจเสียอีก

พีรดนย์อยู่ที่นั่นด้วย เขาอธิบายรายละเอียดสัญญาอย่างสุภาพ ไม่เร่งรัด และย้ำว่าเธอสามารถให้ทนายตรวจสอบก่อนเซ็นได้ เพียงฟ้าขอเวลาหนึ่งคืน แต่กันต์ธีร์บอกว่าข่าวเรื่องหุ้นเริ่มรั่วแล้ว และทุกชั่วโมงหลังจากนี้มีความเสี่ยง

เธอรู้ว่าเขากำลังกดดัน แต่เธอก็รู้ว่าความเสี่ยงนั้นมีจริง หลังอ่านเอกสารคร่าว ๆ จนปวดตา เพียงฟ้าปิดแฟ้มลง

“ฉันจะให้ทนายตรวจอีกครั้งก่อนเซ็นรายละเอียดทั้งหมด แต่เรื่องแต่งงานหนึ่งปี ฉันตกลงในหลักการ”

พีรดนย์พยักหน้าเบา ๆ “ผมจะจัดการให้ทุกอย่างถูกต้องที่สุด”

กันต์ธีร์เปิดลิ้นชัก หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกมา แล้ววางลงตรงหน้าเพียงฟ้า เสียงกล่องกระทบโต๊ะเบา ๆ แต่กลับดังในใจเธอเหมือนประตูเหล็กปิดลง เขาเปิดกล่องแหวนเพชรวงหนึ่งนอนนิ่งอยู่ด้านใน สวย เย็น และห่างไกลจากคำว่ารักอย่างสิ้นเชิง

เพียงฟ้ามองแหวนวงนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

กันต์ธีร์พูดเสียงเรียบ “พรุ่งนี้เราจะจดทะเบียนก่อน ส่วนพิธีแต่งงานจะจัดภายหลังเพื่อรักษาภาพลักษณ์บริษัทและป้องกันคำถามเรื่องหุ้น”

เพียงฟ้าเงยหน้ามองเขา “คุณพูดทุกอย่างเหมือนกำลังปิดดีลซื้อขาย ไม่ใช่พูดถึงการแต่งงาน”

“เพราะมันคือข้อตกลง”

“สำหรับคุณใช่ แต่สำหรับฉัน ต่อให้มันเป็นข้อตกลง มันก็ยังเป็นชีวิตฉัน”

“ชีวิตเธอจะปลอดภัยขึ้น”

“หรืออยู่ในสายตาคุณง่ายขึ้น”

“ทั้งสองอย่าง”

ความตรงของเขาทำให้เพียงฟ้าเจ็บจนพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง

เธอมองแหวนอีกครั้ง ก่อนค่อย ๆ ยื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อสวม แต่เพื่อมองให้ชัดว่าสิ่งที่กำลังจะพันธนาการชีวิตเธอนั้นเย็นแค่ไหน

“การแต่งงานครั้งนี้จะไม่มีความรัก” กันต์ธีร์พูดช้า ๆ “มีเพียงสัญญา เงื่อนไข และสิ่งที่เราต่างต้องการจากกัน เธออย่าคาดหวังอะไรจากฉันนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อตกลง”

เพียงฟ้าหัวเราะเบา ๆ อย่างขื่นขม เธอวางแหวนกลับลงในกล่อง เงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หลบ

“คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ กันต์ธีร์ ฉันไม่ได้ต้องการหัวใจของผู้ชายที่ตัดสินคนอื่นโดยไม่เคยฟังความจริง และฉันก็ไม่ได้โง่พอจะหวังความรักจากคนที่ยื่นแหวนแต่งงานเหมือนยื่นกุญแจกรงให้ฉันด้วย”

ดวงตาของกันต์ธีร์แข็งขึ้น พีรดนย์นิ่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ราวกับกำลังฟังคำประกาศสงครามมากกว่าการตกลงแต่งงาน

เพียงฟ้าลุกขึ้นช้า ๆ แม้ข้อเท้ายังเจ็บ เธอไม่ยอมให้ใครช่วย

“แต่จำไว้นะคะ กรงที่คุณสร้างขึ้นอาจขังฉันไว้ใกล้คุณได้ก็จริง แต่มันก็ทำให้ฉันอยู่ใกล้ความลับของคุณมากขึ้นเหมือนกัน ถ้ามีอะไรถูกซ่อนไว้ในบ้าน ในบริษัท หรือในอดีตของคุณ ฉันจะหามันให้เจอ”

กันต์ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้เธอ แววตาคมจัดตรึงเธอไว้

“และเธอก็จำไว้เหมือนกัน เพียงฟ้า ถ้าเธอคิดจะใช้การแต่งงานครั้งนี้ทำลายบริษัทของฉัน หรือช่วยคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุไฟไหม้เมื่อคืน ฉันจะทำให้เธอรู้ว่ากรงของฉันไม่ได้มีไว้แค่ขัง แต่มันยังทำให้คนที่คิดทรยศหาทางออกไม่เจอ”

เพียงฟ้าเชิดหน้าขึ้น แม้ใจเต้นแรงจนแทบเจ็บ

“งั้นเราก็คงต้องดูกันค่ะ ว่าระหว่างกรงของคุณกับความจริงของฉัน อะไรจะแข็งแรงกว่ากัน”

ทั้งสองยืนจ้องกันท่ามกลางแสงสุดท้ายของวัน

แหวนเพชรยังนอนอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีดำบนโต๊ะ ส่องประกายเย็นเยียบราวกับชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของน้ำแข็งที่ถูกหล่อขึ้นจากไฟแค้นและในวินาทีนั้น เพียงฟ้ารู้ดีว่าการตัดสินใจของเธอไม่ได้พาเธอออกจากอันตราย

มันเพียงพาเธอเดินลึกเข้าไปในใจกลางของเปลวไฟ ไฟที่ชื่อกันต์ธีร์และกรงที่เธอเลือกจะก้าวเข้าไปเอง เพื่อค้นหาความจริงที่อาจเผาทุกคนให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป