บทที่ 13 ตอนที่13 ความรู้สึกวูบหนึ่ง
ตอนที่13
ความรู้สึกวูบหนึ่ง
เพียงฟ้าหยิบต่างหูขึ้นมามอง เพชรเม็ดเล็กสะท้อนแสงอย่างเงียบงาม งดงามแต่หนักหน่วงราวกับมีอดีตทั้งคืนฝังอยู่ในนั้น
“อยู่ภายใต้สถานะของเขา...” เธอทวนเสียงเบา “ฟังแล้วเหมือนไม่ใช่การยอมรับ แต่เป็นการตีตราว่าฉันกลายเป็นของในความรับผิดชอบของเขาแล้วมากกว่านะคะ”
“บางทีสำหรับกันต์ธีร์ สองอย่างนั้นอาจแยกจากกันไม่ค่อยออกครับ” พีรดนย์พูดด้วยรอยยิ้มที่ยังอ่อนโยน “เขาเติบโตมากับการสูญเสีย เลยเชื่อว่าถ้าควบคุมไว้ได้ ก็จะไม่ต้องเสียอะไรไปอีก แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันถูกต้อง ผมหวังว่าสักวันเขาจะเข้าใจด้วยตัวเอง”
เพียงฟ้าสบตาเขาผ่านกระจก ความรู้สึกวูบหนึ่งบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้เข้าใจกันต์ธีร์มากกว่าคนทั่วไป และในขณะเดียวกันก็เข้าใจความเจ็บของเธอมากกว่าที่ควรจะเป็น
“คุณดูเหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างฉันกับเขาตลอดเวลาเลยนะคะ” เธอพูดเสียงเบาแต่จริงจัง “ฉันไม่รู้ว่าควรขอบคุณหรือควรระวังคุณมากขึ้นดี เพราะคนที่เข้าใจทั้งสองฝ่ายมากเกินไป บางทีก็เป็นคนที่มีอำนาจควบคุมเรื่องราวได้มากที่สุดเหมือนกัน”
พีรดนย์สบตาเธอในกระจก รอยยิ้มของเขายังคงอยู่ แต่แววตาเหมือนลึกขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าคุณรู้สึกว่าควรระวัง ผมก็ไม่คิดห้ามครับ ในสถานการณ์แบบนี้ การระวังตัวอาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณปลอดภัยที่สุด แต่ผมอยากให้คุณรู้ไว้อย่างหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะมองผมอย่างไร ผมไม่อยากเห็นคุณถูกทำร้ายมากไปกว่านี้ ผมเห็นมามากพอแล้วว่าความแค้นทำให้คนที่ไม่ควรเป็นศัตรูกันต้องเจ็บกันมากแค่ไหน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกที่ทำให้เพียงฟ้านิ่งไป ก่อนที่เธอจะตอบอะไร ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยไม่เคาะ
กันต์ธีร์ยืนอยู่ตรงนั้นในชุดสูทสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตขาวสะอาด เนกไทสีเข้มเรียบหรู เขาดูสมบูรณ์แบบราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยืนบนเวทีของอำนาจ ทุกเส้นสายบนใบหน้าเย็นชา คมกริบ และห่างไกลจากคำว่าเจ้าบ่าวผู้ตื่นเต้นอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งแรกที่เพียงฟ้ารับรู้ไม่ใช่ความหล่อเหลาหรือความสง่า เป็นสายตาของเขา สายตาที่หยุดอยู่บนต่างหูในมือเธอ ก่อนเลื่อนขึ้นมาสบตาเธอผ่านกระจก
“ใกล้ได้เวลาแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ “ถ้ายังไม่พร้อมเพราะเสียเวลาคุยเรื่องไม่จำเป็น ฉันจะให้คนเลื่อนพิธีออกไปสิบนาที แต่ไม่เกินนั้น เพราะนักข่าวและผู้ถือหุ้นบางส่วนรออยู่ด้านนอก”
เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น ความอบอุ่นเล็ก ๆ จากบทสนทนากับพีรดนย์จางหายไปทันที
“ขอบคุณค่ะที่เตือนให้ฉันจำได้ว่าวันนี้ไม่ใช่งานแต่งงาน แต่เป็นงานแถลงข่าวที่มีชุดเจ้าสาวประกอบฉาก คุณไม่ต้องเลื่อนพิธีหรอกค่ะ ฉันพร้อมมากพอจะยืนให้คนดูเหมือนสินค้าที่คุณเพิ่งตกลงซื้อมาแล้ว”
กันต์ธีร์มองเธอนิ่ง ๆ แววตาไม่สะทกสะท้าน แต่เส้นกรามขยับเล็กน้อย
“ถ้าเธอไม่อยากถูกมองเป็นสินค้าที่ฉันซื้อมา ก็อย่าทำตัวเหมือนคนที่ถูกลากขึ้นเวทีโดยไม่มีอำนาจตัดสินใจ เธอเลือกข้อเสนอนี้เอง เพียงฟ้า และฉันหวังว่าเธอจะเข้มแข็งพอรับผลของการเลือกนั้น ไม่ใช่เอาแต่ประชดทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ชอบฉัน”
เพียงฟ้าลุกขึ้นช้า ๆ ชุดเจ้าสาวไหลลงตามร่างอย่างงดงาม ข้อเท้ายังเจ็บแต่เธอไม่แสดงออก เธอหยิบต่างหูขึ้นมาใส่เองทีละข้างโดยไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว
“ฉันไม่เคยลืมว่าฉันเลือกเองค่ะ และฉันก็จะไม่ใช้คำว่าถูกบังคับเพื่อให้ตัวเองดูน่าสงสาร แต่การเลือกท่ามกลางทางตันไม่ใช่เสรีภาพที่แท้จริง คุณรู้ดีว่าฉันไม่มีทางเลือกมากนัก และคุณก็ใช้มันเป็นเงื่อนไขได้อย่างแม่นยำ เพราะฉะนั้นถ้าฉันจะประชดบ้าง เจ็บบ้าง หรือมองคุณเหมือนคนที่สร้างกรงให้ฉันเดินเข้าไปเองบ้าง คุณก็ควรรับมันให้ได้เหมือนกัน เพราะนั่นก็เป็นผลของการเลือกของคุณ”คำพูดของเธอยาว ชัด และสั่นเพียงเล็กน้อยในท้ายประโยค
กันต์ธีร์มองเธอจากศีรษะจรดปลายเท้า สายตาของเขาหยุดที่ต่างหูของมารดาซึ่งประดับอยู่กับใบหน้าของหญิงสาวที่เขาควรเกลียด ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านอกอย่างรวดเร็ว หนักและคมจนเขาต้องกดมันไว้ด้วยความเย็นชา
“ต่างหูนั่นเหมาะกับเธอ” เขาพูดขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ แต่ทำให้ทั้งเพียงฟ้าและพีรดนย์นิ่งไปพร้อมกัน
เพียงฟ้าคาดไม่ถึงว่าเขาจะพูดประโยคนี้ เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ
“ถ้ามันเป็นของแม่คุณ ฉันจะระวังให้มากที่สุดค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณให้ฉันใส่เพราะเหตุผลอะไร แต่ฉันรู้ว่าของบางอย่างมีความหมายมากกว่าราคา และฉันจะไม่ทำให้มันเสียหาย ไม่ใช่เพราะอยากเอาใจคุณ แต่เพราะฉันเข้าใจว่าของที่เหลือจากคนที่จากไปแล้วมีค่ากับคนที่ยังอยู่มากแค่ไหน”กันต์ธีร์นิ่งประโยคนั้นแทงลึกกว่าที่เขาคาดไว้
เขาอยากตอบโต้ด้วยถ้อยคำเย็นชาอย่างที่เคยทำ แต่ครั้งนี้กลับไม่มีคำพูดใดออกมา เพราะสิ่งที่เธอพูดคือความจริงแบบที่ไม่ต้องโต้แย้ง
พีรดนย์มองทั้งคู่เงียบ ๆ ดวงตาสุภาพมีประกายบางอย่างที่ยากจะอ่าน ก่อนเขาจะเอ่ยขึ้นเพื่อคลายบรรยากาศ
“ถ้าทั้งสองคนพร้อมแล้ว เราควรลงไปได้ครับ แขกด้านนอกเริ่มมากันครบแล้ว และยิ่งปล่อยให้รอนาน ข่าวลือก็จะยิ่งมีเวลาเติบโตมากขึ้น”
เพียงฟ้าสูดลมหายใจลึก เธอหันไปหยิบช่อดอกไม้สีขาวจากโต๊ะ แล้วก้าวเดินออกจากห้องด้วยแผ่นหลังตรง
กันต์ธีร์เดินเคียงข้างเธอ ไม่ใกล้จนเหมือนคู่รัก
ไม่ห่างจนเหมือนคนแปลกหน้า แต่ระยะห่างนั้นกลับตึงแน่นด้วยบางสิ่งที่ทั้งคู่ต่างไม่อาจเรียกชื่อได้
