บทที่ 3 ตอนที่3 เสี้ยววินาที

ตอนที่3

เสี้ยววินาที

เพียงฟ้ารู้สึกเจ็บ แต่ความเจ็บนั้นถูกกลบด้วยความโกรธ เธอมองเขาตรง ๆ ไม่ยอมหลบ

“พ่อของฉันไม่ได้ฆ่าแม่คุณ”

แววตาของกันต์ธีร์แข็งขึ้นทันที“ศาลตัดสินแล้ว”

“ศาลตัดสินจากหลักฐานที่มีในตอนนั้น ไม่ได้แปลว่าความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยแล้ว”

“คนผิดทุกคนก็พูดแบบนี้ทั้งนั้น”

“ส่วนคนที่มีอำนาจและได้ประโยชน์จากคำตัดสิน ก็มักพูดว่าคดีจบแล้วเหมือนกันค่ะ”

ความเงียบตกลงมาระหว่างทั้งคู่เหมือนคมมีด

กันต์ธีร์มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา เธอไม่ได้ก้มหน้า ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดอย่างที่เขาเคยจินตนาการว่าลูกสาวของชาญชัยควรมี กลับกัน เธอยืนตรง ดวงตาวาววับด้วยความเจ็บและความดื้อรั้น ราวกับพร้อมจะต่อสู้กับเขาทุกคำ นั่นทำให้เขาหงุดหงิดกว่าที่คิด

“เธอเข้ามาที่นี่ทำไม” เขาถามเสียงต่ำ “พื้นที่นี้เป็นเขตหวงห้าม ไม่มีใครมีสิทธิ์เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”เพียงฟ้าตอบนิ่ง ๆ “ฉันมาหาความจริง”

“ความจริง หรือหลักฐานที่เธอจะเอาไปบิดเบือนเพื่อช่วยพ่อ”

“ถ้าหลักฐานจริง มันไม่จำเป็นต้องถูกบิดเบือนค่ะ สิ่งที่ต้องถูกบิดเบือนมีแต่เรื่องโกหกเท่านั้น”

“ระวังปากของเธอให้ดี เพียงฟ้า” กันต์ธีร์กดเสียงต่ำลง “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะเดินเข้ามาแล้วกล่าวหาครอบครัวฉันได้ตามใจ”

“แล้วที่คุณกล่าวหาพ่อฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่เขาอยู่ในคุกมาเป็นสิบปีล่ะคะ คุณเคยระวังปากบ้างไหม หรือเพราะคุณเป็นคนชนะในสายตาสังคม คุณเลยคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์พูดอะไรก็ได้”ดวงตาของกันต์ธีร์วาบขึ้น

เขาเข้าใกล้เธออีกก้าว เพียงฟ้าต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือไม่มาก แต่ไม่มีใครถอย

“เธอคิดว่าฉันชนะงั้นเหรอ” เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงนิ่งจนเยือกเย็น “แม่ฉันตายในกองไฟ คนงานอีกหลายชีวิตไม่ได้กลับบ้าน ครอบครัวของคนเหล่านั้นต้องอยู่กับรูปถ่ายแทนคนรัก เธอคิดว่านั่นเรียกว่าชนะหรือไง”

เพียงฟ้าชะงัก ความโกรธในอกสะดุดไปเพียงเสี้ยววินาที

แววตาของกันต์ธีร์ยังแข็งกระด้าง แต่ลึกลงไปมีบางอย่างแตกร้าวอยู่ในนั้น บางอย่างที่ไม่ใช่แค่ความแค้น หากเป็นความเจ็บปวดที่ถูกเก็บไว้จนกลายเป็นน้ำแข็งแต่ก่อนที่เธอจะเผลออ่อนลง เสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ถ้าครอบครัวเธอไม่โลภ ไม่คิดปกปิดความผิด โรงงานนี้คงไม่กลายเป็นสุสาน และแม่ฉันคงไม่ต้องตายเพราะคนอย่างพ่อเธอ”

เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนถูกตบซ้ำลงบนแผลเดิม

“คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อฉันเลย”

“ฉันรู้มากพอ”

“ไม่ คุณรู้เท่าที่คนอยากให้คุณรู้ต่างหาก” เธอพูดเสียงสั่นด้วยอารมณ์ แต่ยังไม่ยอมให้น้ำตาร่วง “คุณเคยถามไหมว่าทำไมรายงานบางส่วนหายไป ทำไมพยานบางคนเปลี่ยนคำให้การ ทำไมพี่ชายฉันถึงหายไปในคืนเดียวกัน แล้วทำไมพ่อฉันถึงยังยืนยันมาตลอดสิบปีว่าเขาไม่ได้จุดไฟ ทั้งที่การยอมรับสารภาพอาจทำให้เขาได้รับโทษเบาลง”

ชื่อ “พี่ชาย” ทำให้กันต์ธีร์หรี่ตา“เธอกำลังพูดถึงนที?”

เพียงฟ้าชะงัก “คุณรู้จักชื่อพี่ชายฉัน?”

กันต์ธีร์ไม่ตอบทันที สีหน้าของเขานิ่งขึ้นกว่าเดิมเหมือนเผลอพูดสิ่งที่ไม่ตั้งใจออกไป

“ชื่อเขาอยู่ในแฟ้มคดี” เขาตอบสั้น ๆ “คนที่หายไปในคืนเกิดเหตุย่อมถูกบันทึกไว้”

“แต่ไม่มีใครเคยอธิบายให้ครอบครัวฉันฟังว่าพี่ชายฉันหายไปได้ยังไง” เพียงฟ้าก้าวเข้าหาเขาบ้าง “ทุกคนพูดแค่ว่าเขาอาจตายไปแล้ว ทั้งที่ไม่มีศพ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีคำตอบ คุณคิดว่าฉันควรเชื่อทุกอย่างง่าย ๆ เหมือนที่คุณเชื่อหรือคะ”

กันต์ธีร์มองเธอเนิ่นนาน ครู่หนึ่ง เพียงฟ้าเห็นความลังเลบางอย่างในดวงตาเขา แต่เพียงชั่วพริบตา มันก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอีกครั้ง

“ต่อให้เธอมีคำถามเป็นร้อยข้อ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่พ่อเธอทำ”

“และต่อให้คุณเกลียดฉันมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้ทำให้พ่อฉันกลายเป็นฆาตกร ถ้าเขาไม่ได้ทำจริง”

กันต์ธีร์กระตุกยิ้ม “เธอเข้ามาที่นี่เพราะมีคนบอกอะไรบางอย่างใช่ไหม”หัวใจเพียงฟ้ากระตุก เธอเผลอกำกระเป๋าแน่นขึ้นเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สายตาของกันต์ธีร์คมเกินกว่าจะมองไม่เห็น

“มีคนส่งอะไรให้เธอ” เขาถามทันที “จดหมาย? เอกสาร? หรือมีใครจ้างเธอให้เข้ามาขโมยของในพื้นที่นี้”

“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ”

“จำเป็น” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีก “เพราะเธอบุกรุกพื้นที่ของฉัน”

“พื้นที่ของคุณ?” เพียงฟ้าหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น “ที่นี่เคยมีชีวิตของคนมากมายอยู่ในนั้น รวมถึงชีวิตของครอบครัวฉันด้วย คุณอาจถือเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน แต่ไม่ได้แปลว่าคุณถือสิทธิ์ในความจริงทั้งหมด”

กันต์ธีร์มองเธอด้วยแววตากดดัน “ส่งสิ่งที่เธอมีมา”

“ไม่”

“เพียงฟ้า อย่าทำให้ฉันต้องใช้วิธีที่เธอไม่ชอบ”

“คุณถนัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ การใช้วิธีที่คนอื่นไม่ชอบ บังคับ กดดัน ตัดสิน แล้วก็เรียกทุกอย่างว่าความยุติธรรม”คำพูดนั้นเหมือนสะกิดบางอย่างในตัวเขา กันต์ธีร์ยื่นมือมาคว้าข้อมือเธอ ไม่แรงจนเจ็บ แต่แน่นพอให้เพียงฟ้ารู้ว่าเขาไม่ปล่อยง่าย ๆ

“อย่าท้าทายฉัน”

เพียงฟ้าก้มมองมือของเขาที่จับข้อมือเธอ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หวั่น

“งั้นคุณก็อย่าคิดว่าฉันจะกลัวเพียงเพราะคุณเสียงดังหรือจับมือฉันไว้แน่นกว่าคนอื่น ฉันโตมากับคำด่าของคนทั้งเมือง โตมากับสายตาที่มองฉันเหมือนเป็นคราบเขม่าจากความผิดของพ่อ ถ้าคุณคิดว่าความเย็นชาของคุณจะทำให้ฉันถอย คุณประเมินฉันต่ำเกินไปค่ะ”

กันต์ธีร์นิ่งไปชั่วขณะ เขาควรโกรธมากขึ้น แต่กลับมีบางอย่างในคำพูดของเธอที่ทำให้ความโกรธสะดุด เธอไม่ได้พูดเหมือนคนสร้างเรื่อง แต่พูดเหมือนคนที่ถูกกดทับมานานจนไม่เหลือทางเลือกนอกจากยืนสู้และนั่นทำให้เขายิ่งไม่พอใจตัวเองเขาปล่อยข้อมือเธออย่างรวดเร็วราวกับสัมผัสนั้นร้อนเกินไป

“ออกไปจากที่นี่” เขาพูดเสียงแข็ง “ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก”

“ฉันยังไปไม่ได้”

“ฉันไม่ได้ถามความสมัครใจ”

“ส่วนฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้คุณสั่ง” เพียงฟ้าตอบทันที “ถ้าคุณอยากแจ้งตำรวจก็เชิญค่ะ ฉันเองก็อยากให้มีคนรับรู้เหมือนกันว่าที่นี่อาจยังมีหลักฐานบางอย่างซ่อนอยู่ และคุณกำลังพยายามไล่ฉันออกไปก่อนที่ฉันจะเจอมัน”

“เธอคิดว่าตัวเองฉลาดมากหรือไง”

“ฉันคิดแค่ว่าตัวเองไม่มีอะไรจะเสียมากไปกว่านี้แล้ว”ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงแปลก ๆ กันต์ธีร์มองเธอ

เพียงฟ้าเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดความจริงที่ลึกเกินไปออกมา น้ำเสียงของเธอไม่ได้แข็งเหมือนก่อนหน้า แต่เจือความเหนื่อยล้าที่เธอพยายามซ่อนไว้มานานไม่มีอะไรจะเสียมากไปกว่านี้แล้ว

บ้านใกล้ถูกยึด พ่ออยู่ในคุก แม่จากไปพร้อมความเสียใจ พี่ชายหายสาบสูญ ชื่อเสียงถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือสิ่งใดให้รักษา หากยังมีความจริงอยู่ที่นี่ เธอจะไม่หันหลังกลับเพียงเพราะผู้ชายตรงหน้าเกลียดเธอ

กันต์ธีร์เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงแกรกจากด้านในอาคารดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่เสียงเล็กน้อย หากเป็นเสียงโลหะกระทบพื้นจากทางเดินลึกเข้าไปในอาคารทั้งสองหันไปพร้อมกัน

“คนของคุณเหรอ” เพียงฟ้าถามเสียงเบา

กันต์ธีร์ขมวดคิ้ว “ฉันสั่งให้พวกเขาตรวจรอบนอก ไม่มีใครควรเข้ามาด้านใน”

ความเย็นแล่นผ่านสันหลังเพียงฟ้า กันต์ธีร์ยกไฟฉายขึ้น ส่องไปตามทางเดิน ความมืดด้านในเหมือนมีชีวิต มันกลืนแสงเข้าไปจนเหลือเพียงเงาบิดเบี้ยวของประตูและผนังที่ไหม้ดำ

“อยู่ตรงนี้” เขาสั่ง

“ฉันจะไปด้วย”

“ฉันบอกให้อยู่ตรงนี้”

“แล้วถ้าสิ่งที่อยู่ข้างในคือหลักฐานที่ฉันตามหา คุณจะให้ฉันยืนรอให้คุณเจอมันก่อนแล้วตัดสินใจเองว่าจะทำลายหรือเก็บไว้เหรอคะ”

กันต์ธีร์หันมามองเธออย่างหงุดหงิด “เธอนี่ดื้อจนไม่รู้จักกลัวเลยหรือไง”

“กลัวค่ะ” เพียงฟ้าตอบตรง ๆ “แต่ฉันกลัวการไม่รู้ความจริงมากกว่า”คำตอบนั้นทำให้เขาเงียบไปอีกครั้งสุดท้ายกันต์ธีร์ไม่ได้ห้าม เธอจึงเดินตามเขาไปตามทางเดินด้านใน ทั้งสองเว้นระยะห่างกันพอสมควร แต่ความเงียบระหว่างกันกลับแน่นจนแทบสัมผัสได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป