บทที่ 4 ตอนที่4 เปลวไฟลุกพรวดขึ้น

ตอนที่4

เปลวไฟลุกพรวดขึ้น

เพียงฟ้าสังเกตว่าแม้กันต์ธีร์จะเย็นชาและปากร้าย แต่เขาเดินช้าลงเมื่อเห็นพื้นมีเศษกระจก เขาไม่หันมามองเธอ แต่ใช้ไฟฉายส่องทางให้เธอเห็นชัดขึ้นโดยไม่พูดอะไร การกระทำนั้นเล็กมากจนอาจไม่มีความหมาย ทว่ากลับทำให้เธอรู้สึกสับสนอย่างประหลาด ผู้ชายคนนี้เกลียดเธอแต่เมื่อครู่เขากลับไม่ปล่อยให้เธอเดินในความมืด

“ทางนี้นำไปไหน” เพียงฟ้าถามเพื่อตัดความคิดฟุ้งซ่าน

“ส่วนสำนักงานเก่า ห้องควบคุม และทางลงชั้นใต้ดิน” คำว่าชั้นใต้ดินทำให้เธอใจเต้นแรง

B-17

“คุณจะรื้อถอนที่นี่จริง ๆ เหรอคะ”

“ใช่”

“ทั้งที่คดียังมีคำถามอยู่มากมาย?”

“สำหรับฉัน คดีจบไปนานแล้ว”

“สำหรับคุณอาจจบ แต่สำหรับคนที่ถูกทิ้งไว้กับคำถาม มันไม่เคยจบเลยค่ะ” เพียงฟ้ามองแผ่นหลังเขา “คุณเคยคิดบ้างไหมว่าถ้าความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเชื่อ คุณใช้เวลาสิบปีเกลียดผิดคน”

กันต์ธีร์หยุดเดิน เขาหันกลับมาช้า ๆ ดวงตาคมจัดมองเธอด้วยแววตาที่แข็งกว่าเดิม

“แล้วเธอเคยคิดไหม ถ้าความจริงเป็นอย่างที่ฉันเชื่อจริง ๆ เธอกำลังใช้เวลาทั้งชีวิตปกป้องคนผิด”

เพียงฟ้านิ่งไปประโยคของเขากรีดลงในใจอย่างแม่นยำ เพราะนี่คือความกลัวลึกที่สุดของเธอเช่นกัน

ถ้าพ่อทำจริง...ถ้าสิ่งที่เธอเชื่อมาตลอดสิบปีเป็นเพียงการหลอกตัวเอง...แต่เพียงฟ้าส่ายหน้าเบา ๆ ดวงตายังไม่ยอมแพ้

“ถ้าพ่อฉันผิดจริง ฉันจะยอมรับความจริงนั้น แต่ฉันจะไม่ยอมรับคำตัดสินที่เต็มไปด้วยช่องโหว่เพียงเพราะมันสะดวกกับคนอื่น”

กันต์ธีร์มองเธอเหมือนจะพูดอะไร แต่ทันใดนั้นกลิ่นบางอย่างก็ลอยเข้ามา กลิ่นฉุนแสบจมูก

เพียงฟ้าขมวดคิ้ว “คุณได้กลิ่นไหม”

กันต์ธีร์นิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนทันที“น้ำมัน”เสียงของเขายังไม่ทันจาง ประกายไฟเล็ก ๆ ก็วาบขึ้นจากปลายทางเดินด้านหลัง

พรึ่บ!

เปลวไฟลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีใครราดเชื้อเพลิงไว้ก่อนแล้ว เพียงฟ้าถอยหลังด้วยความตกใจ ความร้อนปะทะใบหน้าอย่างฉับพลัน ควันดำเริ่มลอยขึ้นปกคลุมเพดาน

กันต์ธีร์สบถเสียงต่ำ รีบคว้าข้อมือเพียงฟ้าแล้วดึงเธอให้ถอยออกจากทางเดิน

“วิ่ง!”

เขาไม่ต้องพูดซ้ำ เพียงฟ้าวิ่งตามแรงดึงของเขาทันที แต่ทางที่พวกเขาเข้ามากลับมีไฟลามขึ้นจากพื้นอีกจุดหนึ่งเหมือนถูกจุดพร้อมกันหลายตำแหน่ง

“นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ” เพียงฟ้าพูดเสียงสั่น

“ฉันรู้”

กันต์ธีร์มองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว พยายามหาทางออกสำรอง แต่ควันเริ่มหนาขึ้นทุกที สัญญาณเตือนภัยที่ควรดังกลับเงียบสนิท ราวกับระบบทั้งหมดถูกตัดขาด

เพียงฟ้าสำลักควัน เธอยกแขนปิดจมูก น้ำตาไหลจากความแสบ “ถ้าระบบดับเพลิงยังใช้ได้ มันควรทำงานแล้ว”

“ระบบถูกตัดไปตั้งแต่โรงงานปิด” กันต์ธีร์ตอบ ขณะดึงเธอไปทางห้องโถง “ออกทางประตูด้านหน้า”

ทั้งสองวิ่งกลับไปทางเดิม แต่เพียงไม่กี่ก้าว เสียงระเบิดเล็ก ๆ จากด้านข้างก็ดังขึ้น เปลวไฟลามออกมาขวางทาง เพียงฟ้าสะดุดเศษเหล็กบนพื้นจนล้มลง โทรศัพท์ในมือกระเด็นไปไกล แสงไฟดับวูบ

“เพียงฟ้า!”เสียงเรียกของกันต์ธีร์ดังใกล้มาก เขารีบก้มลงมาคว้าแขนเธอ แต่คานไม้เก่าด้านบนที่ถูกไฟเลียจนกรอบกลับหักลงมาระหว่างทั้งคู่

โครม!

เพียงฟ้ากรีดร้อง ถอยหนีตามสัญชาตญาณ คานไม้ติดไฟตกลงมากั้นกลาง ทางเดินแคบถูกเปลวไฟขวางไว้ กันต์ธีร์อยู่อีกฝั่ง เขาพยายามจะก้าวข้ามมา แต่ความร้อนบังคับให้ถอย

“อยู่ตรงนั้น อย่าขยับ!” เขาตะโกน

เพียงฟ้าพยายามลุกขึ้น แต่ข้อเท้าเจ็บแปลบ เธอกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเพราะควันและความเจ็บ

“...ทางนี้มีควันเต็มไปหมด”

เขาหันมองรอบตัวอย่างรวดเร็ว “มีประตูด้านหลังไหม”

เพียงฟ้าพยายามมองผ่านควัน เธอเห็นเงาประตูเหล็กอยู่ลึกเข้าไปอีกทาง “มี...แต่ฉันไม่รู้ว่ามันเปิดได้หรือเปล่า”

“ไปที่ประตูนั่น”

“แล้วคุณล่ะ”

“ฉันจะอ้อมไปอีกทาง”

เพียงฟ้าส่ายหน้าแรง ๆ ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจมองไม่ชัด “ถ้าอีกทางมีไฟล่ะ”

“ตอนนี้เธอไม่มีเวลาห่วงฉัน”

“ฉันไม่ได้ห่วงคุณ!” เธอตะโกนกลับด้วยอารมณ์ที่ปนทั้งกลัวทั้งโกรธ “ฉันแค่ไม่อยากให้มีคนตายเพิ่มในโรงงานบ้า ๆ นี่อีกแล้ว!”

กันต์ธีร์ชะงักไปชั่วขณะ ผ่านม่านควันและเปลวไฟ เขาเห็นเธอยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าซีด ดวงตาแดงก่ำ แต่ยังพยายามเข้มแข็งอย่างดื้อดึง ภาพนั้นซ้อนทับกับความทรงจำเก่าอย่างโหดร้าย ภาพแม่ของเขาติดอยู่ในกองไฟ ภาพที่เขาไปถึงช้าเกินไป

ความกลัวบางอย่างบีบหัวใจเขาอย่างแรง

“ฟังฉันให้ดี” เขาพูดเสียงหนักแน่นกว่าเดิม “ก้มต่ำไว้ อย่าสูดควันลึก เดินชิดผนังไปทางประตู ถ้ามันเปิดไม่ได้ ให้หาอะไรทุบกระจกหรือช่องระบายอากาศ ฉันจะไปหาเธอ”

เพียงฟ้ากัดริมฝีปาก เธอไม่อยากเชื่อฟังเขา แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เปิดโอกาสให้เถียง

เธอพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินกะเผลกไปทางประตูเหล็ก ควันหนาขึ้นทุกวินาที ความร้อนแผดผิวจนเหมือนอากาศทั้งอาคารกำลังลุกไหม้ เธอใช้มือคลำผนังไปเรื่อย ๆ พยายามไม่หายใจลึก แต่ปอดกลับแสบร้อนจนไอไม่หยุด

ด้านหลังเธอ เสียงกันต์ธีร์ตะโกนสั่งคนด้านนอกผ่านโทรศัพท์ดังแว่วมา

“มีไฟไหม้ในอาคารสำนักงาน ส่งคนเข้ามาเดี๋ยวนี้ แล้วแจ้งกู้ภัย อย่าให้ใครเข้าใกล้ถังเชื้อเพลิงด้านหลัง ถ้ามีคนอยู่แถวนี้ให้จับไว้ทั้งหมด!”

เพียงฟ้าได้ยินไม่ครบ เธอไปถึงประตูเหล็กแล้วออกแรงดึง มันไม่ขยับ เธอดึงอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ประตูถูกล็อกจากอีกด้านความตื่นตระหนกเริ่มไต่ขึ้นมาถึงลำคอ

“เปิดสิ...” เธอพูดเสียงสั่น พยายามกระแทกไหล่ใส่ประตู “เปิดสิ!”

เปลวไฟลามเข้ามาใกล้ขึ้น ควันดำปกคลุมจนมองแทบไม่เห็นอะไร เพียงฟ้าไอหนัก น้ำตาไหลพราก เธอทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ข้อเท้าเจ็บจนแทบยืนไม่ไหว

ในวินาทีนั้น เธอเห็นเงาคนผ่านช่องหน้าต่างแตกด้านข้าง ผู้ชายคนหนึ่งเดินอยู่ด้านนอกอาคาร ท่ามกลางแสงไฟวูบไหว เขาสวมเสื้อคลุมสีเข้ม ใบหน้าถูกเงาบัง แต่เมื่อลำแสงไฟสะท้อนผ่านมือของเขา เพียงฟ้าเห็นบางอย่างบนปลายนิ้วชัดเจน แหวนรูปเหยี่ยว หัวใจเธอกระตุกแรง

“เดี๋ยว!” เธอพยายามตะโกน แต่เสียงแหบพร่าเพราะควัน “คุณเป็นใคร!”

ชายคนนั้นหันมาเพียงเล็กน้อย เพียงฟ้าพยายามเพ่งมองใบหน้า แต่ควันและเปลวไฟบิดเบือนทุกอย่างจนพร่าเลือน ชายคนนั้นถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนหายไปในความมืด

“อย่าไป...” เพียงฟ้าพยายามลุก แต่ร่างกายไม่ยอมทำตาม เธอสำลักควันจนทรุดลงอีกครั้ง

ภาพตรงหน้าเริ่มหมุน เสียงไฟลุกไหม้ดังอื้ออึงเหมือนทะเลเพลิง เสียงไม้แตก เสียงโลหะบิดงอ เสียงหัวใจของเธอที่เต้นช้าลงทุกที ทุกอย่างผสมกันจนแยกไม่ออก เธอนึกถึงพ่อ นึกถึงแม่ นึกถึงนทีและนึกถึงประโยคในจดหมายนิรนาม

หลักฐานที่ช่วยพ่อของเธอได้ ยังซ่อนอยู่ในที่ที่ไฟเริ่มต้นหรือเธอกำลังจะตายอยู่ในที่เดียวกับที่ความจริงเริ่มต้น

“เพียงฟ้า!”เสียงตะโกนดังฝ่าควันเข้ามา เธอพยายามลืมตา เห็นเงาสูงของกันต์ธีร์วิ่งเข้ามาจากอีกทาง เขาใช้เสื้อสูทคลุมแขนกันไฟ กระแทกถังดับเพลิงเก่าที่หยิบมาจากผนังใส่โซ่ล็อกประตูซ้ำ ๆ จนเสียงโลหะดังสนั่น

“ถอยไป!” เขาตะโกน

เพียงฟ้าพยายามขยับตัวออกห่าง เท่าที่เรี่ยวแรงเหลืออยู่ กันต์ธีร์กระแทกอีกครั้ง โซ่ขาด ประตูเหล็กเปิดออกพร้อมอากาศด้านนอกที่ไหลเข้ามาอย่างรุนแรง เปลวไฟสะบัดวูบ

กันต์ธีร์รีบเข้ามาประคองเธอ“ลุกไหวไหม”

เพียงฟ้าพยายามพยักหน้า แต่ร่างกายอ่อนแรงเกินไป “ฉัน...เห็นเขา...ผู้ชายคนนั้น...แหวนเหยี่ยว...”

“ไว้ค่อยพูด ออกไปก่อน”

“ไม่...” เธอคว้าแขนเขาอย่างอ่อนแรง “เขาอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ฉันเห็น...เขาอาจเป็นคนจุดไฟ...”

กันต์ธีร์สบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที แววตาเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาไม่พูดอะไร นอกจากช้อนร่างเธอขึ้นมาอุ้ม

เพียงฟ้าตกใจ แต่ไม่มีแรงต่อต้าน“ปล่อย...ฉันเดินเองได้”

“เธอเดินไม่ได้”

“ฉันไม่ได้ขอให้คุณช่วย”

“ฉันก็ไม่ได้ช่วยเพราะเธอขอ” เขาตอบเสียงห้วน ขณะพาเธอฝ่าควันออกทางประตูหลัง “ฉันไม่ปล่อยให้ใครตายในโรงงานนี้ต่อหน้าฉันอีก”ประโยคนั้นทำให้เพียงฟ้านิ่งไป

น้ำเสียงของเขายังแข็งกระด้าง แต่เธอกลับได้ยินความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในนั้นอย่างชัดเจน

กันต์ธีร์อุ้มเธอออกมาด้านนอกได้ในที่สุด อากาศเย็นปะทะใบหน้า เพียงฟ้าสำลักไออย่างหนัก คนของกันต์ธีร์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งเข้ามา เสียงตะโกนวุ่นวายดังรอบตัว บางคนรีบลากสายดับเพลิง บางคนโทรแจ้งกู้ภัยเพิ่มเติม

กันต์ธีร์วางเพียงฟ้าลงบนพื้นห่างจากอาคาร แต่ยังประคองไหล่เธอไว้เพราะเธอนั่งเองแทบไม่ไหว

“เอาน้ำมา!” เขาหันไปสั่งเสียงเข้ม “แล้วเรียกรถพยาบาล”

เพียงฟ้าไอจนน้ำตาไหล เธอพยายามปัดมือเขาออก

“ไม่ต้อง...ฉันไม่เป็นไร”

กันต์ธีร์หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมดุอย่างห้ามไม่ได้ “สภาพนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีกหรือไง เธอคิดว่าความดื้อของเธอจะทำให้ปอดไม่สำลักควันหรือข้อเท้าไม่เจ็บขึ้นมาได้หรือ”

“ฉันไม่อยากติดหนี้คุณ”

“ฉันไม่ได้ช่วยเพื่อให้เธอติดหนี้”

“แล้วคุณช่วยทำไม”คำถามนั้นทำให้เขานิ่งไปเล็กน้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป