บทที่ 6 ตอนที่ 6 ข้อเสนอจากศัตรู
ตอนที่ 6
ข้อเสนอจากศัตรู
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องพยาบาลเอกชนแทรกซึมอยู่ในอากาศ เย็นสะอาดเกินไปจนทำให้เพียงฟ้ารู้สึกแปลกแยกกับร่างกายของตัวเอง เธอลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แสงสีขาวจากเพดานทำให้ดวงตาพร่ามัวไปชั่วขณะ ลำคอแห้งผากเหมือนถูกทรายหยาบขูดอยู่ข้างใน ทุกครั้งที่พยายามสูดหายใจลึก หน้าอกก็เจ็บแปลบจากควันที่สูดเข้าไปเมื่อคืน ความทรงจำสุดท้ายก่อนหมดสติคือเปลวไฟ กลิ่นน้ำมัน เงาของชายสวมแหวนรูปเหยี่ยว และอ้อมแขนแข็งแรงของผู้ชายที่พูดกับเธออย่างโหดร้ายว่าอย่ามาตายต่อหน้าเขา
เพียงฟ้าขยับตัวเล็กน้อย ก่อนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่ข้อเท้า เธอก้มมอง เห็นผ้าพันแผลพันอยู่รอบข้อเท้าขวา ข้างเตียงมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่หลังมือ เธอหันมองรอบห้องทันทีด้วยสัญชาตญาณระแวง
นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านเธอไม่ใช่ที่ที่เธอควรอยู่
ประตูห้องเปิดออกในจังหวะนั้นเองชายหนุ่มร่างสูงในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกก้าวเข้ามา ใบหน้าคมจัดยังนิ่งเย็นเหมือนเดิม ดวงตาเรียบลึกของเขามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังตรวจสอบว่าสิ่งที่เก็บมาจากกองไฟยังอยู่ครบหรือไม่
เพียงฟ้าฝืนยันตัวลุกขึ้นทันที “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”
กันต์ธีร์วางแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะข้างโซฟา ก่อนตอบเสียงเรียบ “เธอหมดสติอยู่หน้าโรงงาน ฉันควรปล่อยเธอนอนไอควันไฟอยู่ตรงนั้นจนเช้าหรือไง”
“ฉันหมายถึงทำไมต้องเป็นโรงพยาบาลนี้” เพียงฟ้าจ้องเขาอย่างไม่ไว้ใจ “ฉันไม่ได้ขอให้คุณพามาที่โรงพยาบาลเอกชนแพง ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้มีเงินจ่ายค่าห้องแบบนี้”
“ฉันไม่ได้เรียกเก็บเงินจากเธอ”
“แต่ฉันก็ไม่อยากติดหนี้คุณ”
กันต์ธีร์มองเธอนิ่ง ๆ ก่อนยิ้มเย็นตรงมุมปาก “เธอคิดว่าค่ารักษาพยาบาลหนึ่งคืนมีค่ามากพอจะเรียกว่าหนี้งั้นเหรอ ถ้าฉันอยากให้เธอติดหนี้ ฉันคงคิดราคาแพงกว่านั้นมาก”คำพูดของเขาเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนแผลเปิด เพียงฟ้ากำผ้าห่มแน่น แต่ไม่ยอมหลบตา
“ฉันรู้ว่าคุณเกลียดฉัน แต่ช่วยพูดเหมือนฉันเป็นคนไข้คนหนึ่ง ไม่ใช่จำเลยที่คุณลากมาสอบสวนได้ไหมคะ”
“ถ้าเธอเป็นแค่คนไข้ ฉันคงไม่ต้องยืนอยู่ตรงนี้” กันต์ธีร์ดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ท่วงท่าสุขุมแต่กดดันจนห้องกว้างเหมือนแคบลงทันตา “แต่เธอเป็นคนที่บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของฉันในคืนที่มีคนจุดไฟเผาโรงงานอีกครั้ง และเธอยังพูดถึงชายสวมแหวนรูปเหยี่ยวก่อนหมดสติ เพราะฉะนั้นใช่ เพียงฟ้า เธอไม่ใช่แค่คนไข้ เธอเป็นคนที่ต้องตอบคำถามฉัน”
“ฉันก็ตอบไปแล้วว่าเห็นผู้ชายคนหนึ่ง”
“เห็นหน้าไหม”
“ไม่ชัด”
“รูปร่าง เสื้อผ้า ทิศทางที่เขาหนีไป”
“เขาสวมเสื้อคลุมสีเข้ม สูงพอ ๆ กับคุณ หรืออาจเตี้ยกว่านิดหน่อย ฉันเห็นเขาผ่านช่องหน้าต่างด้านหลังอาคาร เขาเดินออกไปทางแนวรั้วฝั่งตะวันตก แล้วก็หายไปในความมืด”
กันต์ธีร์จดจำรายละเอียดทุกคำ ดวงตาคมไม่ละจากใบหน้าเธอ “แล้วแหวน”
เพียงฟ้าสูดหายใจช้า ๆ “แหวนรูปเหยี่ยว ฉันเห็นชัดตรงนิ้วเขา แสงไฟสะท้อนขึ้นมาแค่ครู่เดียว แต่มันชัดพอให้ฉันจำได้ เพราะฉันเคยเห็นสัญลักษณ์คล้าย ๆ กันในแฟ้มข่าวเก่าเกี่ยวกับกลุ่มผู้บริหารของโรงงาน”
กันต์ธีร์นิ่งไปนิดเดียว แต่มากพอให้เพียงฟ้าจับสังเกตได้
“คุณรู้จักแหวนวงนั้นใช่ไหม”
“ฉันถาม ไม่ใช่ให้เธอถามกลับ”
“งั้นคุณก็คงไม่อยากได้ความร่วมมือจากฉันมากเท่าไร” เพียงฟ้าพูดช้า ๆ “เพราะถ้าคุณคิดจะสอบฉันฝ่ายเดียวเหมือนฉันเป็นผู้ต้องสงสัย ฉันก็ไม่มีเหตุผลต้องบอกทุกอย่างกับคุณเหมือนกัน”
“เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรอง”
“ฉันมีสิทธิ์ในความทรงจำของตัวเอง และมีสิทธิ์เลือกว่าจะพูดอะไรกับคนที่มองฉันเป็นลูกสาวฆาตกร”
ความเงียบกดทับลงมาระหว่างทั้งคู่
กันต์ธีร์โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย มือประสานกันไว้หลวม ๆ บนหัวเข่า สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน แต่แววตาเย็นลงจนเพียงฟ้ารู้สึกได้
“เธออย่าพยายามใช้ความเจ็บปวดของตัวเองมาเป็นเกราะกำบังทุกครั้งที่ฉันถามเรื่องสำคัญ เมื่อคืนมีคนจุดไฟในพื้นที่ของฉัน เธออยู่ในที่เกิดเหตุ และก่อนหน้านั้นเธอบุกรุกเข้าไปในอาคารร้างโดยไม่มีเหตุผลที่สมควรพอ เธอคิดว่าฉันควรมองเธอแบบไหน”
เพียงฟ้าหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่เจ็บคอ “มองฉันเป็นคนคนหนึ่งก่อนก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเริ่มจากผู้ต้องสงสัยก็ได้”
“คนคนหนึ่งที่บังเอิญเข้าไปในโรงงานร้างกลางดึก และบังเอิญเกิดไฟไหม้หลังจากนั้นไม่นาน?”
“ใช่ค่ะ เพราะชีวิตฉันมีเรื่องบังเอิญเลวร้ายแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่วันที่พ่อฉันถูกจับ ทั้งที่ยังมีคำถามมากมายไม่มีใครตอบ ตั้งแต่วันที่พี่ชายฉันหายไปโดยไม่มีแม้แต่ศพให้ครอบครัวทำใจ และตั้งแต่วันที่คนทั้งเมืองตัดสินฉันทั้งที่ฉันไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผาใคร”
เสียงของเธอสั่นขึ้นเล็กน้อย แต่สายตายังคมชัด “คุณอยากสอบฉันใช่ไหม ได้ค่ะ ฉันจะตอบเท่าที่ฉันตอบได้ แต่คุณเองก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งเหมือนกันว่า เมื่อคืนมีคนอื่นอยู่ในโรงงาน และคนคนนั้นอาจเกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน”
กันต์ธีร์จ้องเธอนานจนเพียงฟ้าได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศดังชัดขึ้นในความเงียบ
“เธอรู้เรื่องแหวนเหยี่ยวมากแค่ไหน”
เพียงฟ้าหรี่ตา “แปลว่ามันสำคัญจริง”
“ตอบคำถาม”
“ฉันรู้แค่ว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนบางกลุ่มในบริษัทเก่า กลุ่มที่มีสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่สำคัญ รวมถึงห้องควบคุมในคืนเกิดเหตุ และฉันรู้ว่าพ่อฉันไม่เคยมีแหวนแบบนั้น”
“เธออ่านจากแฟ้มข่าว?”
“บางส่วน”
“ส่วนที่เหลือมาจากไหน”
