บทที่ 8 ตอนที่8 ความปลอดภัย
ตอนที่8
ความปลอดภัย
พีรดนย์หันกลับมาหาเพียงฟ้า “เรื่องเมื่อคืนผมได้ฟังคร่าว ๆ แล้ว คุณเห็นคนสวมแหวนรูปเหยี่ยวใช่ไหมครับ”
เพียงฟ้าพยักหน้า “ค่ะ”
“ผมเข้าใจว่ามันคงทำให้คุณคิดถึงหลายเรื่อง โดยเฉพาะคดีเก่า” เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงระมัดระวัง “แต่ผมอยากให้คุณดูแลตัวเองก่อน หลักฐานหรือความจริง ต่อให้สำคัญแค่ไหน ก็ไม่มีค่าพอให้คุณเอาชีวิตไปเสี่ยงคนเดียวแบบนั้นอีก”
คำพูดนั้นสุภาพ แต่แทงใจเพียงฟ้าอย่างประหลาด อาจเพราะเขาไม่ได้กล่าวหา ไม่ได้ดูถูก
ไม่ได้ใช้ชื่อพ่อของเธอเป็นมีด
“ถ้าฉันไม่เสี่ยงเอง ก็ไม่มีใครช่วยค่ะ” เธอตอบเสียงเบาลง “ฉันพยายามขอความช่วยเหลือมาหลายปีแล้ว แต่สุดท้ายทุกคนก็พูดเหมือนกันว่าคดีจบแล้ว พ่อฉันผิดแล้ว ฉันควรยอมรับแล้ว”
“ผมเสียใจที่คุณต้องเจอแบบนั้น” พีรดนย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจพอดีจนคนฟังรู้สึกได้ “บางครั้งคนที่ยืนอยู่นอกความเจ็บของเรา มักพูดคำว่าให้ยอมรับง่ายเกินไป เพราะเขาไม่ได้เป็นคนต้องแบกมันทุกวัน”
เพียงฟ้าหายใจสะดุด ประโยคนั้นเหมือนมีคนแตะลงบนบาดแผลอย่างเบามือ หลังจากถูกกระแทกซ้ำด้วยความเย็นชามานาน เธอไม่อยากไว้ใจใครง่าย ๆ แต่คำพูดของพีรดนย์กลับทำให้หัวใจเธออ่อนลงอย่างไม่ตั้งใจ
กันต์ธีร์มองเงาสะท้อนของทั้งสองคนในกระจกหน้าต่าง สีหน้าของเขานิ่ง แต่กรามขบแน่นขึ้นเล็กน้อย
“พีรดนย์” เขาเรียกเสียงต่ำ “นายมาที่นี่เพื่อปลอบเธอ หรือมาคุยเรื่องที่เราต้องคุย”
พีรดนย์หันไปหาเขา “ทั้งสองอย่าง แต่ถ้านายยังทำเสียงเหมือนกำลังตัดสินคดีอยู่ตลอดเวลา ผมคงต้องเริ่มจากปลอบก่อน”
เพียงฟ้าเกือบหลุดยิ้ม แต่รีบกดไว้ กันต์ธีร์หันกลับมา ดวงตาคมมองพีรดนย์อย่างไม่สบอารมณ์ “พูดเรื่องของนาย”
พีรดนย์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเปิดแฟ้มที่ถือมา “ผลตรวจเบื้องต้นจากพื้นที่เมื่อคืนยืนยันว่ามีการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง มีร่องรอยการงัดเข้าจากแนวรั้วตะวันตก และกล้องวงจรปิดสองตัวที่ควรจับภาพจุดนั้นได้ถูกตัดสายก่อนเกิดเหตุประมาณสิบห้านาที”
เพียงฟ้านั่งตัวตรงทันที “ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ได้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนก่อไฟ”
กันต์ธีร์มองเธอ “พิสูจน์ได้แค่ว่ามีคนเตรียมการไว้ก่อน ไม่ได้พิสูจน์ว่าเธอไม่เกี่ยวข้อง”
ความหวังในใจเธอถูกดับลงด้วยคำพูดเดียว
“คุณยังคิดว่าฉันเกี่ยวข้องอีกเหรอ”
“ฉันคิดว่าทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุเกี่ยวข้องได้ทั้งนั้น”
“รวมถึงตัวคุณเองด้วยไหมคะ” เพียงฟ้าถามกลับทันที “คุณก็อยู่ที่นั่นเหมือนกัน คุณมีอำนาจเข้าถึงพื้นที่ คุณรู้เวลาตรวจพื้นที่ คุณรู้ระบบรักษาความปลอดภัยดี ถ้าใช้ตรรกะของคุณ ทุกคนที่อยู่ใกล้ไฟก็ต้องน่าสงสัยหมด รวมถึงคุณด้วย”
พีรดนย์ชะงักเล็กน้อยเหมือนคาดไม่ถึงว่าเธอจะโต้กลับแรงขนาดนี้
กันต์ธีร์เดินเข้ามาใกล้เตียง สีหน้าไม่เปลี่ยน “เธอกำลังกล่าวหาฉัน?”
“ฉันกำลังใช้ตรรกะเดียวกับคุณค่ะ จะได้รู้ว่ามันไม่ยุติธรรมแค่ไหนเวลาถูกมองเป็นผู้ต้องสงสัยก่อนจะมีหลักฐาน”
ทั้งสองสบตากันนิ่งนาน บรรยากาศที่พีรดนย์เพิ่งทำให้อ่อนลงกลับตึงเหมือนเดิม
พีรดนย์จึงวางแฟ้มลง “พอเถอะ ทั้งสองคน การเถียงกันตอนนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้ว่าใครเป็นคนจุดไฟ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือมีคนไม่อยากให้คุณเพียงฟ้าเจออะไรบางอย่างในโรงงาน หรือไม่ก็ไม่อยากให้กันต์ธีร์รื้อถอนโรงงานตามกำหนด”
คำว่ารื้อถอนทำให้เพียงฟ้าหันไปมองกันต์ธีร์ทันที
“คุณยังจะรื้อที่นั่นอีกเหรอคะ ทั้งที่เพิ่งเกิดไฟไหม้และมีหลักฐานว่ามีคนพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง”
“การรื้อถอนถูกวางแผนมานานแล้ว” กันต์ธีร์ตอบ “โครงการใหม่ผูกกับสัญญาหลายฉบับ บริษัทเสียเงินทุกวันที่พื้นที่นั้นถูกทิ้งไว้”
“แต่ถ้าในนั้นยังมีหลักฐานของคดีพ่อฉันล่ะ”
“เธอยังไม่มีหลักฐานว่ามีหลักฐาน”
“เพราะฉันยังไม่ทันได้หา!”
“และเกือบตายก่อนจะหาเจอ”
เพียงฟ้าเงียบไปด้วยความเจ็บใจ พีรดนย์มองทั้งคู่สลับกัน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงประนีประนอม “ผมคิดว่าเราควรชะลอการรื้อถอนบางส่วนไว้ก่อน อย่างน้อยจนกว่าจะตรวจสอบเหตุไฟไหม้เมื่อคืนเสร็จ กันต์ นายเองก็คงไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่กว่านี้”
กันต์ธีร์ไม่ตอบทันที
เพียงฟ้ามองพีรดนย์ด้วยความแปลกใจ เธอไม่คิดว่าจะมีใครในฝั่งของกันต์ธีร์พูดเข้าข้างการตรวจสอบ
“คุณจะช่วยให้หยุดรื้อถอนจริง ๆ เหรอคะ”
พีรดนย์ยิ้มบาง “ผมไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจคนเดียวหรอกครับ แต่ผมคิดว่าการปล่อยให้ทุกอย่างคลุมเครือต่อไปไม่เป็นผลดีกับใคร คุณเองก็ต้องการคำตอบ กันต์ธีร์เองก็ต้องการรู้ว่าใครกล้าจุดไฟในพื้นที่ของเขา บางทีเป้าหมายของคุณสองคนอาจไม่ได้ต่างกันมากอย่างที่คิด”
“ต่างกันค่ะ” เพียงฟ้าพูดทันที แต่เสียงอ่อนลงกว่าเดิม “ฉันต้องการพิสูจน์ว่าพ่อไม่ได้เป็นฆาตกร ส่วนเขาต้องการหาคนที่ทำให้บริษัทเสียหาย”
“ฉันต้องการหาคนที่จุดไฟ” กันต์ธีร์แก้เสียงต่ำ “ไม่ใช่แค่เรื่องบริษัท”
เพียงฟ้าหันไปมองเขา ชั่วขณะหนึ่ง เธอเห็นความเจ็บลึกในดวงตาเขาอีกครั้ง ความเจ็บของคนที่ไม่เคยก้าวพ้นภาพมารดาตายในกองเพลิง ความจริงนั้นทำให้ความโกรธในใจเธออ่อนลงเพียงเล็กน้อย
แต่เล็กน้อยเท่านั้น เพราะความเจ็บของเขาไม่ได้ให้สิทธิ์เขามาทำร้ายเธอ
พีรดนย์ปิดแฟ้ม “อีกเรื่องที่สำคัญกว่านั้น คือสถานะหุ้นของคุณเพียงฟ้า”
เพียงฟ้าขมวดคิ้ว “หุ้นอะไรคะ”
กันต์ธีร์มองเธอทันที ราวกับต้องการวัดว่าเธอแกล้งไม่รู้หรือไม่
พีรดนย์อธิบาย “หุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทเดิมที่คุณชาญชัยเคยถือไว้ ยังไม่ได้ถูกขายหรือโอนออกไปทั้งหมด หลังผ่านกระบวนการทางกฎหมาย มันตกทอดมาถึงทายาทโดยตรง ซึ่งก็คือคุณ”
เพียงฟ้านิ่งงัน “เป็นไปไม่ได้ พ่อฉันเคยบอกว่าทุกอย่างถูกยึดไปหมดแล้ว”
“ทรัพย์สินหลายส่วนถูกอายัดและขายใช้หนี้ครับ แต่หุ้นกลุ่มนี้มีข้อพิพาททางกฎหมายมานาน เพราะเกี่ยวข้องกับคดีเก่าและมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงหลังบริษัทปรับโครงสร้าง มันเพิ่งถูกสรุปสถานะเมื่อไม่นานมานี้”
เพียงฟ้าหันไปมองกันต์ธีร์ “คุณรู้เรื่องนี้มาก่อน?”
เขาตอบตรง ๆ “ใช่”
“แล้วคุณไม่คิดจะบอกฉัน?”
“ฉันไม่มีหน้าที่แจ้งข่าวดีให้เธอ”
เธอกำมือแน่น “ข่าวดี? คุณคิดว่าการที่ฉันเพิ่งรู้ว่ามีเศษซากทรัพย์สินของพ่อเหลืออยู่ หลังจากครอบครัวฉันถูกบดขยี้มาสิบปี เรียกว่าข่าวดีง่าย ๆ แบบนั้นหรือคะ”
“ถ้าเธอมองเป็นดราม่า มันก็ดราม่าได้ทุกเรื่อง”
“คุณนี่พูดกับคนอื่นให้เจ็บได้ทุกประโยค จริง ๆ”
“ฉันพูดความจริง”
“ไม่ค่ะ คุณพูดสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าอยู่เหนือกว่า แล้วเรียกมันว่าความจริง”
กันต์ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้ แต่พีรดนย์ยกมือห้ามเบา ๆ
“พอครับ กันต์” จากนั้นเขาหันมาอธิบายต่อกับเพียงฟ้า “หุ้นนี้ไม่ได้มากพอให้คุณควบคุมบริษัท แต่มีความสำคัญมากในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เพราะตอนนี้มีทุนภายนอกพยายามเข้าซื้ออำนาจบางส่วน หากคะแนนเสียงฝั่งคุณถูกใช้ผิดทาง บริษัทอาจถูกครอบงำ หรืออย่างน้อยก็เกิดแรงสั่นสะเทือนใหญ่”
เพียงฟ้าฟังอย่างช้า ๆ พยายามเรียบเรียงข้อมูลในหัว หุ้น บริษัท อำนาจลงคะแนน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดคิด เธอกลับมาเพราะจดหมาย กลับมาเพราะความจริงของพ่อ ไม่ใช่เพราะหุ้นหรือเกมธุรกิจของใครแต่สายตาของกันต์ธีร์บอกชัดว่าเขาไม่เชื่อเช่นนั้น
“นี่คือเหตุผลที่คุณคิดว่าฉันเข้าไปในโรงงานใช่ไหม” เธอถามเสียงเบา “คุณคิดว่าฉันรู้เรื่องหุ้น และมีคนส่งฉันไปเพื่อกดดันบริษัทของคุณ”
“มันเป็นไปได้”
“สำหรับคุณ ทุกอย่างที่ทำให้ฉันดูเลวเป็นไปได้หมด”
“เพราะฉันไม่มีเหตุผลต้องมองเธอในแง่ดี”
เพียงฟ้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้คำพูดนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำร้ายเธอ แต่ก็ยังเจ็บเหมือนเดิม
พีรดนย์พูดแทรกอย่างนุ่มนวล “คุณเพียงฟ้า ผมเชื่อว่าคุณอาจไม่รู้เรื่องหุ้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วครับ จะมีคนเข้าหาคุณ จะมีคนเสนอเงิน จะมีคนพยายามใช้คุณเป็นเครื่องมือ และผมพูดตรง ๆ ว่าคุณอาจไม่ปลอดภัย หากยังอยู่คนเดียวโดยไม่รู้ว่าใครต้องการอะไรจากคุณ”
“แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันคะ” เพียงฟ้าถามตรง ๆ
