บทที่ 9 ตอนที่9 ไม่ได้เสนอซื้อ
ตอนที่9
ไม่ได้เสนอซื้อ
พีรดนย์ไม่สะดุ้ง เขามองเธออย่างเปิดเผย “ผมต้องการให้คุณระวังตัว และอยากให้คุณเข้าใจสถานการณ์ก่อนตัดสินใจอะไร ส่วนกันต์ธีร์...” เขาหันไปมองคนข้าง ๆ “คงต้องการควบคุมความเสี่ยงในแบบของเขา ซึ่งอาจฟังไม่น่ารักเท่าไร แต่เขาไม่ได้ปล่อยให้เรื่องใหญ่หลุดมือ”
“ไม่น่ารักเป็นคำที่สุภาพมากค่ะ” เพียงฟ้าพูดเสียงแผ่ว
ครั้งนี้พีรดนย์ยิ้มจริง ๆ ส่วนกันต์ธีร์มองทั้งสองคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ไม่นานหลังจากนั้น พีรดนย์ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์เรื่องการตรวจพื้นที่ เหลือกันต์ธีร์กับเพียงฟ้าอยู่ในห้องอีกครั้ง ความเงียบกลับมา แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงความโกรธ หากมีข้อมูลใหม่มากมายที่กดทับอยู่ด้วย
เพียงฟ้านั่งนิ่งบนเตียง มองมือของตัวเอง
“ฉันไม่ขายหุ้นให้คุณ”
กันต์ธีร์เลิกคิ้ว “ฉันยังไม่ได้เสนอซื้อ”
“แต่คุณคิดอยู่”
“ฉันคิดหลายอย่าง”
“ฉันไม่ขาย” เธอเงยหน้ามองเขา “ถ้าหุ้นนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีสิทธิ์เข้าใกล้เอกสารหรือความจริงของคดีพ่อ ฉันจะไม่ปล่อยมันไปง่าย ๆ ไม่ว่าคุณหรือใครจะเสนอเงินเท่าไร”
“เธอคิดว่าหุ้นนั้นเป็นกุญแจเปิดห้องเก็บความจริง?”
“อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณต้องมองฉัน ไม่ใช่ไล่ฉันออกไปเหมือนคนไม่มีตัวตน”คำพูดนั้นแทงใจเขาอย่างประหลาด
กันต์ธีร์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ “ถ้าเธอเก็บหุ้นไว้โดยไม่รู้วิธีใช้ เธอจะกลายเป็นเป้าของทุกฝ่าย และถ้าคนที่ส่งจดหมายให้เธอเป็นฝ่ายเดียวกับคนที่จุดไฟเมื่อคืน เธอกำลังเดินตามเกมของเขาอย่างสมบูรณ์”
“ฉันรู้ว่าฉันเสี่ยง”
“เธอรู้แค่น้อยกว่าที่ควรรู้ และดื้อเกินกว่าที่ควรเป็น”
“งั้นก็ช่วยทำให้ฉันรู้มากขึ้นสิคะ” เพียงฟ้าพูดทันที “เปิดแฟ้มคดีเก่า เปิดเอกสารระบบดับเพลิง เปิดรายงานที่ถูกปิดไว้ เปิดทุกอย่างที่เกี่ยวกับคืนเกิดเหตุ แล้วฉันจะพิจารณาว่าจะทำอะไรกับหุ้น”
กันต์ธีร์หัวเราะต่ำ ๆ อย่างเย็นชา “เธอกำลังต่อรองกับฉัน?”
“ใช่ค่ะ”
“ด้วยหุ้นที่เธอเพิ่งรู้ว่ามีเมื่อห้านาทีก่อน?”
“ใช่ค่ะ” เธอย้ำ “เพราะตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่มีอะไรต่อรองกับใครเลย ฉันมีแต่คำขอร้อง คำอธิบาย และน้ำตา ซึ่งไม่มีใครสนใจ ตอนนี้ถ้าฉันมีบางอย่างที่ทำให้คนอย่างคุณต้องหยุดฟัง ฉันก็จะใช้มัน”
กันต์ธีร์มองเธอนิ่งนาน ผู้หญิงคนนี้เหมือนกองไฟเล็ก ๆ จริง ๆ ยิ่งถูกล้อม ยิ่งลุก เขาเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารจากโต๊ะ เปิดบางหน้า แล้ววางลงบนเตียงตรงหน้าเธอ
เพียงฟ้าก้มมอง เห็นสำเนาหนังสือแจ้งสถานะหุ้น ตัวเลข และรายละเอียดทางกฎหมายที่เธออ่านไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ชื่อของชาญชัยปรากฏอยู่ตรงนั้นอย่างชัดเจน
ลมหายใจของเธอสั่น ชื่อพ่อ ในเอกสารที่ไม่ใช่คำพิพากษา ไม่ใช่ข่าวอาชญากรรม ไม่ใช่บทความประณาม แต่เป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งพ่อของเธอเคยมีตัวตนในที่แห่งนี้มากกว่าฐานะผู้ต้องหา
เธอแตะปลายนิ้วลงบนชื่อชาญชัยอย่างแผ่วเบา
กันต์ธีร์มองท่าทางนั้นโดยไม่พูดอะไร บางทีเธออาจไม่รู้เรื่องหุ้นจริง ๆ ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวเขา แต่เขารีบกดมันลง ความสงสารเป็นสิ่งอันตราย โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดกับคนที่เขาควรเกลียด
“ฉันมีทางเลือกให้เธอ” เขาพูดขึ้น
เพียงฟ้าเงยหน้า “ทางเลือก หรือคำสั่ง”
“แล้วแต่เธอจะเรียก”
เขาหยิบเอกสารอีกชุดออกมา วางทับบนแฟ้มเดิม
“เธอสามารถมอบสิทธิ์ออกเสียงหุ้นให้ฉันชั่วคราวจนกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะผ่านไป แลกกับการที่ฉันจะให้ทนายช่วยดูแลบ้านของครอบครัวเธอซึ่งกำลังมีปัญหากับธนาคาร และให้สิทธิ์เธอเข้าถึงเอกสารบางส่วนเกี่ยวกับคดีเก่า ภายใต้เงื่อนไขที่ฉันกำหนด”
เพียงฟ้าหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น “ฟังดูเหมือนคุณโยนเศษขนมให้คนที่กำลังหิว แล้วหวังให้ฉันขอบคุณ”
“มันเป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผล”
“สมเหตุสมผลสำหรับคุณ เพราะคุณได้ทุกอย่างที่ต้องการ ส่วนฉันได้แค่เศษเอกสารบางส่วนที่คุณเลือกให้ดู”
“เธอยังไม่เข้าใจว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน เพียงฟ้า”
“ฉันเข้าใจดีค่ะ ฉันอยู่ในสถานะคนที่คุณคิดว่าบีบได้ง่าย เพราะบ้านกำลังจะถูกยึด พ่ออยู่ในคุก และฉันไม่มีอำนาจเท่าคุณ”
กันต์ธีร์นิ่งไปเล็กน้อย เพียงฟ้าพูดต่อ เสียงของเธอไม่ดัง แต่ทุกคำชัดเจน “แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง คนที่ไม่มีอะไรเหลือให้เสียมากนัก ไม่ได้บีบง่ายเสมอไปนะคะ บางครั้งเขาแค่พร้อมจะเจ็บมากกว่าคนอื่น”
สายตาของเขาเข้มขึ้น ก่อนที่เขาจะตอบ โทรศัพท์ของเพียงฟ้าบนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น หน้าจอขึ้นชื่อธนาคารที่เธอพยายามหลบเลี่ยงมาหลายวัน ใบหน้าของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
กันต์ธีร์มองหน้าจอแล้วเหมือนเข้าใจทันที
“รับสิ”
“ไม่เกี่ยวกับคุณ”
“ถ้าเป็นเรื่องบ้าน มันเกี่ยวกับข้อเสนอของฉัน”
เพียงฟ้ากัดริมฝีปาก ก่อนหยิบโทรศัพท์มากดรับ เธอพยายามใช้น้ำเสียงปกติ แต่กันต์ธีร์ยืนอยู่ใกล้พอจะได้ยินทุกคำ
“ค่ะ เพียงฟ้าพูดค่ะ...ค่ะ ฉันทราบค่ะ แต่ขอเวลาอีกหน่อยได้ไหมคะ ฉันกำลังพยายามจัดการ...ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้หลบเลี่ยง แค่ช่วงนี้เกิดเรื่องนิดหน่อย...ค่ะ ฉันเข้าใจว่าครบกำหนดแล้ว แต่บ้านหลังนั้นเป็นบ้านหลังเดียวของครอบครัวฉัน ถ้ามีทางปรับโครงสร้างหรือเลื่อนชำระบางส่วน ฉันพร้อมเข้าไปคุย...ค่ะ...ค่ะ เข้าใจค่ะ”เสียงของเธอเริ่มแผ่วลงเรื่อย ๆ
กันต์ธีร์มองริมฝีปากที่พยายามเม้มแน่นไม่ให้สั่น มองมือที่กำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขาว เธอยังไม่ร้องไห้ แต่ความพยายามไม่ร้องไห้นั้นกลับทำให้ความเจ็บปวดชัดขึ้นกว่าเดิม
“ขอบคุณค่ะ ฉันจะรีบติดต่อกลับ”
เพียงฟ้าวางสายช้า ๆ แล้ววางโทรศัพท์ลง เธอไม่พูดอะไร ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงน้ำเกลือหยดลงสาย
กันต์ธีร์ควรใช้จังหวะนี้กดดันเธอต่อ เขารู้ว่าควรทำ นี่คือจุดอ่อนที่ชัดเจนที่สุด บ้านหลังสุดท้ายของครอบครัวเธอกำลังจะถูกยึด และเขามีอำนาจช่วยหรือไม่ช่วยก็ได้แต่เมื่อเห็นเธอก้มหน้า พยายามหายใจให้เป็นปกติ ทั้งที่เพิ่งผ่านไฟไหม้และเพิ่งรู้ว่าชีวิตกำลังถูกบีบจากทุกด้าน เขากลับรู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ กดอยู่ในอก เขาไม่ชอบความรู้สึกนั้นจึงทำให้เสียงตัวเองเย็นกว่าเดิม
“นี่คือสิ่งที่ฉันพูด เธอไม่มีเวลามากพอจะเล่นเกมศักดิ์ศรี”
เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาแดงนิด ๆ แต่ไม่มีน้ำตาไหล
“สำหรับคุณ บ้านหลังหนึ่งอาจเป็นแค่ทรัพย์สินที่เอามาคำนวณในข้อเสนอ แต่สำหรับฉัน มันคือที่เดียวที่แม่เคยกอดฉันตอนคนทั้งเมืองด่าพ่อ มันคือที่เดียวที่พ่อเคยปลูกต้นแก้วไว้ให้แม่ก่อนถูกจับ มันคือที่เดียวที่ฉันยังรู้สึกว่าครอบครัวฉันเคยมีความสุขอยู่จริง เพราะฉะนั้นอย่าพูดเหมือนศักดิ์ศรีของฉันเป็นของฟุ่มเฟือยที่ควรโยนทิ้งเพื่อรักษาบ้านเลยค่ะ บางครั้งศักดิ์ศรีนี่แหละที่ทำให้บ้านหลังนั้นยังมีความหมาย”คำพูดยาวของเธอทำให้กันต์ธีร์เงียบ
เพียงฟ้าสูดหายใจลึก ก่อนพูดต่อ “ฉันยอมรับว่าฉันเดือดร้อน ฉันยอมรับว่าฉันกลัวเสียบ้าน แต่ฉันจะไม่มอบสิ่งเดียวที่อาจช่วยเปิดความจริงให้คุณ ง่าย ๆ เพียงเพราะคุณรู้วิธีเหยียบลงบนแผลของฉัน”
“ถ้าอย่างนั้นเธออยากได้อะไร”
“ฉันอยากเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีพ่อฉัน ไม่ใช่บางส่วนที่คุณเลือก ฉันอยากมีสิทธิ์เข้าไปตรวจพื้นที่โรงงานก่อนรื้อถอน ฉันอยากรู้เรื่องแหวนเหยี่ยว และฉันอยากให้คุณหยุดกล่าวหาพ่อฉันว่าเป็นฆาตกรทุกครั้งที่ต้องการทำร้ายฉัน จนกว่าคุณจะพิสูจน์ได้ว่าคดีนั้นไม่มีช่องโหว่จริง ๆ”
กันต์ธีร์ฟังจนจบ ดวงตาเขามืดลึกลงเรื่อย ๆ
“เธอขอมากเกินไป”
“คุณก็เรียกร้องจากฉันมากเกินไปเหมือนกัน”
“สิ่งที่ฉันต้องการคือความมั่นคงของบริษัท”
“สิ่งที่ฉันต้องการคือชื่อของพ่อฉันคืนมา”
ทั้งสองมองกันอย่างไม่มีใครยอมถอย
ในตอนนั้นเอง พีรดนย์กลับเข้ามา เขามองบรรยากาศในห้องเพียงครู่เดียวก็เข้าใจว่าการเจรจาไม่ได้ราบรื่น
“ดูเหมือนคุยกันไปไกลกว่าที่คิด” เขาพูดเบา ๆ
กันต์ธีร์ไม่ละสายตาจากเพียงฟ้า “เธอไม่ยอมมอบสิทธิ์หุ้น”
พีรดนย์มองเพียงฟ้าอย่างเข้าใจ “ผมคิดไว้แล้วว่าคุณเพียงฟ้าคงไม่ตกลงง่าย ๆ”
เพียงฟ้าหันไปหาเขา “ถ้าคุณเข้ามาช่วยพูดแทนเขา ฉันขอบอกก่อนว่าคำตอบฉันยังเหมือนเดิม”
“ผมไม่ได้จะช่วยกดดันคุณครับ” พีรดนย์เดินมาหยุดข้างเตียง เว้นระยะสุภาพ “แต่ผมอยากเสนอทางที่อาจทำให้ทุกฝ่ายได้ในสิ่งจำเป็น”
กันต์ธีร์หันไปมองเขา “พีรดนย์”
น้ำเสียงนั้นเป็นคำเตือน แต่พีรดนย์กลับพูดต่ออย่างใจเย็น
“ถ้าคุณเพียงฟ้าไม่เชื่อใจเรา และกันต์ธีร์ไม่เชื่อใจคุณเพียงฟ้า การมอบสิทธิ์หุ้นเฉย ๆ คงไม่มีทางเกิดขึ้น แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายถูกผูกไว้ด้วยสถานะที่ชัดเจนพอจะทำให้การเคลื่อนไหวทางกฎหมายและธุรกิจควบคุมได้ง่ายขึ้น ทุกอย่างอาจปลอดภัยกว่า”
เพียงฟ้าขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่าอะไรคะ”
พีรดนย์ยังไม่ตอบทันที เขามองกันต์ธีร์ก่อน เหมือนรอให้เจ้าตัวเป็นคนพูดเอง
กันต์ธีร์นิ่งอยู่นาน...นานจนเพียงฟ้าเริ่มรู้สึกไม่ดี สุดท้ายเขาหยิบซองเอกสารสีดำจากแฟ้มอีกชุดออกมา วางบนโต๊ะข้างเตียง
“แต่งงานกับฉัน”
เพียงฟ้าคิดว่าตัวเองฟังผิด เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ “อะไรนะคะ”
“ฉันบอกว่าแต่งงานกับฉัน”
คราวนี้เธอได้ยินชัดทุกคำ แต่สมองกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอมองใบหน้าคมเย็นของเขา มอง พีรดนย์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ
“นี่เป็นมุกตลกที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมาเลยค่ะ”
“ฉันไม่เสียเวลากับมุกตลก”
“งั้นคุณก็คงเสียสติ”
กันต์ธีร์ไม่สะทกสะท้าน “การแต่งงานหนึ่งปี ระหว่างนั้นสิทธิ์ออกเสียงหุ้นของเธอจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงที่ฉันควบคุมได้ บ้านของเธอจะไม่ถูกยึด ฉันจะให้ทนายจัดการหนี้ให้ในกรอบที่เหมาะสม และเธอจะได้รับสิทธิ์ตรวจเอกสารคดีเก่าบางส่วนภายใต้การกำกับของฉัน”
เพียงฟ้านั่งนิ่ง รู้สึกเหมือนอากาศทั้งห้องหายไป แต่งงาน กับผู้ชายที่เกลียดเธอผู้ชายที่เรียกพ่อเธอว่าฆาตกร
ผู้ชายที่เพิ่งค้นกระเป๋าเธอ ยึดจดหมายของเธอ และใช้บ้านของเธอเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา
“คุณพูดออกมาได้ยังไง” เสียงของเธอเบากว่าที่คิด แต่เต็มไปด้วยความเจ็บ “คุณคิดว่าชีวิตคนคนหนึ่งเป็นสัญญาทางธุรกิจหรือคะ คิดว่าการแต่งงานเป็นแค่กล่องใส่หุ้น ใส่หนี้ ใส่เงื่อนไข แล้วก็ปิดผนึกให้ทุกอย่างอยู่ในมือคุณหรือไง”
“สำหรับสถานการณ์นี้ ใช่”คำตอบตรงเกินไปจนเพียงฟ้าเจ็บลึก
“ฉันเกลียดคุณ”
กันต์ธีร์มองเธอโดยไม่หลบ “ดี เพราะฉันไม่ได้ต้องการความรักจากเธอ”
พีรดนย์ถอนหายใจเบา ๆ “กันต์ พูดให้มันนุ่มกว่านี้ไม่ได้หรือไง”
“ความจริงไม่จำเป็นต้องนุ่ม”
เพียงฟ้ายิ้มขม “ใช่ค่ะ คุณพูดความจริงไม่เคยนุ่ม แต่เลือกพูดให้คนอื่นแตกสลายเก่งมาก”
