บทที่ 15 ตอนที่15

คนตั้งใจแกล้งกระตุกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก เลื่อนมือใหญ่ไปกระชับท้ายทอยเล็กเอาไว้ แล้วใช้มืออีกข้างดึงมือน้อยๆ ออกจากใบหน้านวลเนียนแดงก่ำที่เจ้าตัวยื้อเอาไว้แน่นจนสำเร็จได้ในที่สุด หากชายิกาก็ยังหลับตาปี๋ ร้องออกมาเสียงดังลั่นจนแสบแก้วหูเลยทีเดียว

“อ๊าย!”

“อะไรกันลูก อะไรกัน เควิน! ชายา! ทำอะไรกันลูก”

คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซตะโกนร้องถามดังมาแต่ไกลเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังลั่นมาจากทางหลังบ้าน นางรีบตรงปรี่เข้ามารั้งร่างเล็กหนีรัศมีมือของลูกชายเอามากอดแนบอก ด้านชายิกาก็รีบซุกใบหน้าแดงเถือกกับไหล่บางของคนมาช่วยทันที

“อะไรกันเควิน แกล้งอะไรน้องฮ้า!”

ซาร่าตวัดเสียงถามลูกชายเสียงขุ่นด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากเห็นๆ กันอยู่ว่าพ่อลูกชายตัวดีกำลังแกล้งลูกสาวคนใหม่ของนาง หากคนเป็นลูกก็หาได้สนใจ กลับย้อนถามด้วยเสียงสูงลิบอย่างไม่แน่ใจกับประโยคที่ได้ยินนัก

“น้องงั้นเหรอครับ”

“ใช่จ้ะ นี่หนูชายาลูกสาวของมัม และจะมาเป็นน้องสาวของเรา”

เควินก็ยังเลิกคิ้วจ้องหน้ามารดาราวกับยังไม่เชื่อหูตัวเอง ซาร่าจึงหันมาเอ่ยกับคนในอ้อมแขนบ้าง

“ชายารู้จักพี่เขาหรือยังล่ะลูก นี่พี่เควินลูกชายของมัมไงล่ะจ๊ะ แล้วนี่เราแกล้งอะไรหนูชายาฮ้า! เควิน น้องถึงได้ร้องลั่นบ้านแบบนี้”

“แกล้งอะไรล่ะครับ แม่เชยนี่ไม่เคยเห็นคนใส่กางเกงว่ายน้ำหรือไง ถึงได้แหกปากดังลั่นซะขนาดนี้” เควินพูดหน้าตายพลางคว้าผ้าขนหนูเอามาพันเอวใหม่ลวกๆ

“นี่! อย่ามาเรียกหนูชายาแบบนี้นะ”

คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซเอ็ดลูกชายเสียงเขียวตาขุ่นเมื่อได้ยินสรรพนามที่ใช้เรียกคนในอ้อมกอด ส่วนแม่เชยที่ได้ยินก็จ้องหน้าคนพูดตาเขียวปั้ดอยู่เช่นกัน

“เอาเถอะครับ! จะชายาหรือเมียพระราชาอะไรก็แล้วแต่ มัมไปเก็บมาจากไหนล่ะครับ ถึงได้แสนชะ...” เควินชะงักคำสุดท้ายเอาไว้ได้เมื่อถูกมารดาถลึงตาขุ่นขวางมาปรามเสียก่อน

“หนูชายาจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ตอนนี้คือน้องสาวของเรา ว่าแต่เราเถอะ ไปมุดหัวอยู่รูไหนตั้งสองวัน ถึงได้โผล่กลับมาบ้านเอาวันนี้น่ะฮึ!”

“มัมครับ ผมไปทำงานมาเหนื่อยๆ มันก็ต้องมีชาร์จแบตกันบ้างสิครับ”

“ที่ชาร์จแบตรุ่นวิคตอเรียหรือว่าคลอเดียล่ะ หรือว่ารุ่นมาเรียที่หนีบไปชาร์จไกลถึงฝรั่งเศสมาหยกๆ น่ะฮึ! พ่อตัวดี” ผู้เป็นมารดายังเหน็บเข้าให้อย่างรู้เท่าทัน ทว่าคนเป็นลูกก็ยังแย้มยิ้มระรื่นหน้าเป็นอยู่ได้

“เอาน่า! ผมก็กลับบ้านมาแล้วไงครับ”

“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะพ่อตัวดี” ซาร่าตวัดค้อนให้ลูกชายตาคว่ำอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

“อ้อ! พรุ่งนี้พาน้องไปฝึกงานที่บริษัทด้วยนะ มัมจะให้หนูชายาไปเป็นเลขาของเรา ส่วนแม่เวเนสซ่าอะไรนั่นมัมจะให้ย้ายไปประจำที่อิตาลี”

“ฮ้า! อะไรนะครับ มัมจะให้แม่เชยนี่ไปเป็นเลขาของผมงั้นเหรอ โอ๊ย! ไม่เอาหรอกครับ เวเนสเขาก็ทำงานดีอยู่แล้ว มัมจะย้ายเขาไปทำไมล่ะครับ ก็ให้แม่เช...คุณชายาลูกสาวของมัมไปประจำที่อิตาลีสิครับ” เควินโวยเสียงดังแถมประชดมารดาไปด้วยเล็กน้อย

“แหม! ทำงานดี หายเข้าห้องเจ้านายแทบทุกชั่วโมง วันดีคืนดีก็ตามไปเป็นเลขาที่คอนโด ดีเกินคาดน่ะสิไม่ว่า” ประโยคกระแนะกระแหนของมารดาทำให้เควินต้องพ้อออกมาเสียงอ่อยๆ

“มัมครับ”

“ไม่รู้ละ! ให้แม่นั่นไปประจำที่อิตาลีนี่คือคำขาด ถ้าแม่นั่นไม่ยอมไป บอกให้มาคุยกับมัม เดี๋ยวมัมจะจัดให้เองเควิน”

“แม่เชยนี่จบอะไรมาล่ะ แต่งตัวแบบนี้จบโบราณคดีเอกโบราณวัตถุมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องสอนกันอีกกี่ชาติถึงจะเป็นงานน่ะ แล้วจะให้ไปทำงานเป็นเลขาเนี่ยนะครับมัม”

เควินตั้งใจแขวะคนที่อยู่ในอ้อมแขนของมารดาเต็มที่ ถึงแม้ตากลมโตดำขลับจะส่งประกายขุ่นขวางมาให้ก็ไม่สน ส่วนคุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซแทบหลุดขำกับประโยคของพ่อลูกชายตัวดี แต่ก็ยังปั้นหน้านิ่งเอาไว้ได้

“หนูชายาจบโทบริหารธุรกิจสาขาการตลอดจากออกซ์ฟอร์ด ไงจ๊ะ! พอจะเป็นเลขาของลูกได้ไหมล่ะเควิน”

คนเป็นมารดาเอ่ยยิ้มๆ พลางตบแก้มขาวสากไรหนวดของลูกชายเบาๆ ด้วยกิริยาหยอกเย้า ทำเอาคนเป็นลูกถึงกับยืนอึ้งกิมกี่อย่างคนจนในคำโต้แย้งทั้งหมดทั้งมวล

“ไปชายา! เราไปเตรียมตัวกันดีกว่านะลูก เดี๋ยวมัมจะเลือกชุดสวยๆ ให้เองนะจ๊ะ”

ซาร่าหันมาเอ่ยชวนคนในอ้อมแขน แล้วจับจูงพาตรงไปยังประตูหลังของคฤหาสน์ ปล่อยให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนชักหน้านิ่วคิ้วขมวดมองตามหลังไปอย่างอึ้งๆ ไม่หาย

ทว่าก่อนร่างระหงในชุดแสนเชยจะก้าวผ่านประตูเข้าไปในบ้าน ยังแอบหันกลับมาเบ้ปากให้คนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างสระ ทำเอาดวงตาคมกริบสีน้ำทะเลขุ่นขวางขึ้นมาทันที หากก็ได้แต่พึมพำหมายหัวตามหลังไปเท่านั้น

“ก็มาลองดูกันสักตั้งแม่แสนเชยปากดี ว่าคุณจะทนเป็นเลขาไปได้สักกี่วัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป