บทที่ 10 นักรัก นักร้อง น้องรัก (2)

คำถามทำให้สุดที่รักตื่นจากห้วงความคิด ทำหน้าปั้นยากเพราะหากจะพูดกันตรงๆ นั้นก็คืออาศัยบารมีเพื่อนเข้ามา หากไม่เป็นเพราะมินตราขอร้องพี่ชายเอาไว้ หล่อนคงไม่ได้เข้ามาฝึกงานที่เดอะเรดอย่างง่ายดาย

"เอ่อ...จริงๆ พี่ภีมให้เข้ามาฝึกที่นี่ค่ะ แต่เขาไม่อยู่ก็เลยฝากปลากริมไว้กับพี่ภาม"

"อ้อ พูดตรงๆ ก็คือเด็กเส้นสินะ เข้ามาโดยไม่ผ่านขั้นตอนใดๆ อาศัยว่าเป็นเพื่อนซี้ลูกสาวเจ้าของโรงแรม ทั้งๆ ที่คนอื่นเขาต้องทำตามขั้นตอน ตัดโควต้าคนนอกไปอีกหนึ่งคน"

คนฟังแทบหุบยิ้ม เมื่อถูกโพล่งใส่หน้ากันตรงๆ หากแต่ว่าใบหน้าคนพูดยังคงเคลือบฉาบเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่เหมือนเป็นมิตร จนหล่อนไม่อาจคาดเดาความคิดข้างในได้เลย

"พี่ก็ไม่ได้อะไรกับเด็กเส้นหรอกนะ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้พี่ไม่ค่อยจะโอเคกับเด็กเส้นสักเท่าไหร่ เพราะเด็กพวกนี้มักสร้างปัญหาแล้วก็ควบคุมยาก หัวแข็งแล้วก็ไม่ค่อยเคารพหัวหน้างาน เพราะคิดเพียงแต่ว่าตัวเองรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กร"

สุดที่รักนั่งนิ่งหน้าชากับถ้อยคำปรามาสทั้งที่ยังไม่ได้ร่วมงานกันเลยด้วยซ้ำ เพียงเพราะหล่อนเข้ามาในฐานะที่รู้จักกับเจ้าของ

เดอะเรด อีกฝ่ายก็เกิดอคติเพราะคำว่าเด็กเส้นเสียแล้ว

'อดทนไว้ปลากริม ถ้าเจอแค่นี้แล้วทนไม่ได้ เธอจะก้าวสู่โลกของการทำงานจริงได้อย่างไร’

"ว่าแต่...มีใครมารับกลับเหรอจ๊ะ"

คำถามทลายความรู้สึกนึกคิดในใจคนฟัง สุดที่รักแค่นยิ้มปร่าแปร่ง เพราะจะบอกว่าภัทรนนท์เป็นคนไปส่งก็พูดได้ไม่เต็มปาก เนื่องจากหล่อนเองก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท...กับการที่เขายังไม่ได้บอกว่าจะเป็นคนไปส่งด้วยตัวเอง

"ที่ถามก็ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะว่าพี่มีนัดไปต่อกับคุณภาม แล้วเขาต้องไปส่งพี่ที่คอนโด เกรงว่าจะไม่สะดวกสำหรับเธอน่ะจ้ะ"

"เอ่อ...ไม่เห็นเขาบอกปลากริมก่อนเลยล่ะคะ ถ้ารู้ว่าเขาต้องไปส่งคุณรุ้ง ปลากริมอาจจะไม่มาเพราะกลับลำบาก"

"อ้าวเหรอจ๊ะ เขาคงลืมน่ะ ที่พี่บอกว่าไม่สะดวก เพราะบางทีถ้าดึกเกินไปพี่ก็จะค้างที่คอนโดของเขาเลย"

คนฟังนั่งตะลึงเบิกตากว้างคล้ายไม่เชื่อหู...เขานอนค้างด้วยกัน คิดมาถึงตรงนี้หล่อนก็จินตนาการไปไกล พานให้ใจเต้นแรงเพราะมันคือเรื่องแปลกใหม่สำหรับตน

'นะ นอนค้างด้วยกัน! นั่นก็แสดงว่าต้องนอนเตียงเดียวกัน นอนเตียงเดียวกันก็ต้อง...’

รุ้งลาวัลย์เห็นสีหน้าตื่นตกใจของคนร่วมโต๊ะ หัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับขบขันในท่าทางที่แลดูจะอ่อนต่อโลกเสียเหลือเกิน

"นี่ เป็นอะไรจ๊ะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น แค่นอนค้างด้วยกัน

แปลกตรงไหน คอนโดมีสองห้องอย่าคิดลึกไปไกลเลย พี่เสียหายนะคิดแบบนี้ พนักงานรู้เข้าอายเขาแย่ เดี๋ยวจะพานคิดไปไกลว่าพี่กับเจ้านายมีอะไรกัน ปลากริมก็อย่าพูดไปเชียว"

สุดที่รักเหลือบมองไปบนเวที เสียงเพลงแสนไพเราะที่มาจากตรงนั้น...ในความรู้สึกแวบแรกรู้สึกขุ่นเคืองอย่างไม่ทราบสาเหตุยามจับจ้องมองหน้าคนที่สลัดคราบนักบริหารมาเป็นนักร้อง ไม่แน่ใจว่านั่นคือความรู้สึกอะไรกันแน่ ทั้งผิดหวังในตัวเขาและหัวใจเหี่ยวแฟบคละเคล้ากันไป...ในสังคมแบบนี้ ที่นี่คงไม่ใช่ที่สำหรับเธอ

แววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังยังคงจับจ้องทุกอิริยาบถของคนที่ใจคิดไม่ซื่อ เขากำลังมอบความสุขให้กับนักดื่มกินยามราตรี ความสุขของนักเที่ยวก็คือความสุขของเขาด้วยเช่นกัน หากแต่ว่าที่ตรงนี้ ณ ตรงที่ตนนั่งอยู่กำลังร้อนเป็นไฟเพียงเพราะถ้อยคำกำกวมจากคู่สนทนา

'ทำไม...ทำไมเราถึงทำตัวน่าอายแบบนี้’

หล่อนนึกตำหนิตัวเองยกใหญ่ เพราะหัวใจไม่รักดีที่อยากอยู่ใกล้ชิดกับเขาทำให้ยอมมาที่นี่ตามคำชวน เขาซึ่งตอนนี้ดำรงสถานะเจ้านายที่มีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายอนาคต หาใช่พี่ชายเพื่อนอย่างที่คุ้นเคยอีกต่อไป

คล้ายเขาจะรู้ถึงการถูกจับจ้อง...ในช่วงวินาทีที่เพลงล่าสุดจบลง สายตาของคนบนเวทีก็สบกลับมาอย่างตั้งใจ ในระยะที่ไม่ไกลจากกันมากนัก แววตาคู่นั้นแฝงอะไรบางอย่างพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม หล่อนรีบหลุบตาหนีเพราะรู้ว่าเขาโฟกัสมาที่ใคร

ท่ามกลางความอึดอัดผสานความประหม่า เสียงเขาคุยเล่นหยอกล้อกับนักดื่มเพื่อเอนเตอร์เทนสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง และท่ามกลางความไม่คาดฝัน เขาก็เรียกหาคนที่อยู่ด้านล่างเวที

"คืนนี้ผมอยากชวนใครสักคนมาร่วมร้องเพลงด้วยกัน แต่...ขอเป็นสาวๆ นะครับ ผู้ชายไม่ต้องแย่งกันมา บนนี้มีเยอะแล้ว"

เขาตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดจาก

บรรดาสาวๆ แฟนคลับขาประจำเดอะเรด แม้เขาจะเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่กล้าพอ หากแต่ว่าบรรดาสาวๆ กลับอายไม่กล้าที่จะเดินขึ้นไปเพราะรู้ตัวว่าเสียงไม่ดีพอ กลัวว่าจะได้เป็นเสียงหัวเราะกลับมา

"มีมั้ยครับ"

ชายหนุ่มกวาดตามองไปด้านหน้า ก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะของสุดที่รักและรุ้งลาวัลย์...และในจังหวะที่หนึ่งในนั้นกำลังจะลุกเดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อร้องเพลงกับเขา ทว่าถ้อยคำและสายตาทำให้เจ้าหล่อนหยุดความคิดทันที

"น้องคนนั้นน่ะ ขึ้นมาร้องเพลงกับพี่สักเพลงสิครับ"

เขากวักมือเรียกมาทางคนที่นั่งทำหน้าตาตื่นคล้ายไม่เชื่อหู หล่อนเหลียวมองไปโดยรอบอย่างทำตัวไม่ถูก สัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่กำลังโฟกัสมาที่ตน

"มาสิครับ ไม่ต้องอาย"

สุดที่รักมองหน้าคนพูดพลางชี้มือมาที่ตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเขาหมายถึงเธอจริงๆ ไม่ได้คิดไปเอง...สักพักสองข้างแก้มก็แดงเห่อ ด้วยความอายที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนในบาร์

"ช่วงนี้ขอเบาๆ เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างดีกว่า...กระซิบสวาทกันสักหน่อยดีมั้ย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป